[HQ!!] Misstep (5)

Misstep
iwaoi. hq!! abo au. pg-13 to r. angst, romance.
content warning: mpreg. unplanned pregnancy.

.

.

.

(5)

.

.

.

ขาด

 

ถุงยางที่ควรจะเป็นของใหม่แกะกล่อง ซื้อมาใหม่เมื่อสามวันก่อน ขาดเป็นรู

 

และกว่าจะรู้ว่าอุปกรณ์ที่ใช้บกพร่องขนานหนักขนาดนั้น ก็เป็นตอนที่ร่วมรักกันเสร็จสิ้น ถอนกายออกห่าง ถอดถุงยางออกมา เพื่อพบว่ามีรูขนาดเท่าปลายนิ้วอยู่ตรงปลาย ปล่อยสิ่งที่บรรจุไว้หยดลงเตียง

 

ซึ่ง… เจ้าสิ่งที่ว่าก็มีหลงเหลืออยู่น้อยเต็มทีแล้ว

 

แทบไม่ต้องถามเลยว่าที่เหลือไปอยู่ตรงไหน

 

อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะจ้องมองภาพนั้นด้วยสายตาตกตะลึงประหนึ่งผีหลอก

 

“โทรุ”

 

เจ้าของชื่อส่งเสียงอื้ออึงในคอแทนคำตอบ ดวงตาหนักอึ้งพร้อมปิดสนิททุกเมื่อด้วยความอ่อนเพลีย

 

ถึงจะอยู่ในช่วงฮีท แต่ทำไปหลายรอบตั้งแต่ฟ้ามืดจนฟ้าสาง ก็สูบพลังงานเขาไปใช่ย่อยเหมือนกัน

 

“ถุงยางขาด”

 

เขาฝืนลืมตาขึ้น เหลือบมองคนข้างตัวที่รีบโยนถุงยางใช้แล้วลงถังขยะ ก่อนจะพลิกตัวกลับตะแคงข้าง หันหลังใส่คนรักของตัวเอง

 

“อืม…”

 

“เฮ้ ถุงยางขาด ได้ยินไหม” อิวะอิสึมิปีนกลับขึ้นเตียง ท้าวสองแขนคร่อมเหนือตัวเขา ก่อเงาทึบทาบร่าง เมื่อแหงนหน้าขึ้นมองก็พบอัลฟ่าตีหน้าถมึงทึง ขมวดคิ้วจนเป็นปมยุ่งเหยิง

 

แต่โออิคาวะก็ยังไม่รู้สึกเดือดร้อนอยู่ดี

 

“อืม ได้ยินแล้วน่า…”

 

“นายมียาคุมฉุกเฉินอยู่ที่นี่หรือเปล่า”

 

เขาส่ายหัว ปิดตา ตั้งใจกลับสู่นิทรารมย์

 

อิวะอิสึมิมองภาพนั้นแล้วก็ได้แต่ส่ายหัว เข้าใจว่าอ่อนล้า แต่นี่ปัญหาใหญ่แท้ๆ กลับทำไม่รู้ร้อนรู้หนาวเสียได้ คิดแล้วก็หยิกแก้มเจ้าคนอ่อนเพลียเข้าให้หนึ่งที เรียกเสียงโวยผะแผ่วตอบกลับมา

 

หนุ่มผมดำดึงมือกลับ พาดสองขาลงข้างเตียง “ถ้าอย่างนั้นฉันจะออกไปซื้อ”

 

หนึ่งประโยคที่เรียกสติของโออิคาวะกลับมาโดยพลัน เซ็ตเตอร์ทีมชาติรีบยื่นมือออกไปจับคนรักไว้ ตามด้วยพลิกตัวไปสวมกอดช่วงเอวของอิวะอิสึมิไว้แน่น

 

“เช้าขนาดนี้ยังไม่มีร้านไหนเปิดหรอก” เขาซุกหน้าลงกับผิวเนื้ออุ่น สูดกลิ่นเคยคุ้นของอัลฟ่า

 

อดีตเอซแห่งเซย์โจพยายามแกะมือของเขาออก บ่นพึมพำ “ลองออกไปดู เดี๋ยวนายก็ลืมซื้อกินอีก เสี่ยง…”

 

ฮาจิเมะ” โออิคาวะว่าเสียงกระเส่า “นายจะทิ้งโอเมก้าติดฮีทของนายอยู่คนเดียวจริงๆ เหรอ…”

 

เล่นพูดแบบนั้นแล้วใครจะไปทิ้งได้ลง

 

อิวะอิสึมิถอนหายใจ ทิ้งตัวกลับบนที่นอน เลื่อนแขนโอบร่างโออิคาวะที่กำลังหลับตาพริ้ม รู้สึกเต็มตื้นเมื่อได้ยินเสียงครางด้วยความพึงพอใจของคนรัก ปีติที่รู้ว่าตนคือที่มาของความพอใจนั้น

 

ชายหนุ่มซุกหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่ม กระซิบ “สายๆ ฉันจะลากนายออกไปซื้อยา”

 

“ไม่เอาน่า…” โออิคาวะบ่นขรม “…นายจะทำแบบนั้นกับฉันได้ลงคอเหรอ… อีกอย่างฉันก็กินยาคุมอยู่แล้ว…”

 

“…นายไม่ต้องหยุดกินช่วงแข่งหรือไง” ท้วงทันควัน จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่านักกีฬาโอเมก้าต้องลดหรือหยุดยาที่มีส่วนประกอบของฮอร์โมนแทบทุกชนิดในช่วงแข่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นดูเหมือนจะมียาคุมอยู่เสียด้วย

 

แต่ไม่มีคำตอบ เพราะเจ้าตัวดีผล็อยหลับไปเรียบร้อยเสียแล้ว

 

ให้ตายสิ

 

ในเมื่อคู่สนทนาไม่ลืมตามาตอบโต้ สุดท้ายก็ได้แต่กอดไว้แนบอก ก่อนจะหลับไหลตามกันไป

 

 

 

 

 

เขาลืมกินยาคุม

 

โออิคาวะ โทรุถอนหายใจ ก่นด่าตัวเองในอดีตกาลที่สะเพร่าได้หลายชั้นซ้ำซ้อน ตั้งแต่ใช้ถุงยางขาด ปล่อยให้อัลฟ่าร่วมรักทั้งสภาพนั้น ยันลืมกินยาคุม ทั้งยาคุมฉุกเฉิน และชนิดที่กินประจำ

 

แต่เขามีข้อโต้เถียง ประการแรก ใครมันจะไปรู้ว่าของใหม่จะไร้คุณภาพ ประการที่สอง กว่าจะรู้ว่ามันขาด ก็เป็นตอนที่สองร่างประสานเป็นหนึ่งเดียวไปสองรอบ… ก็โอเมก้าช่วงฮีทมีสติสัมปชัญญะดีเต็มร้อยกันเสียที่ไหน กว่าจะรู้ตัวรอบสองนี่ก็เก่งแล้วไหม

 

แต่ประการสุดท้าย ไม่มีอะไรจะแย้ง ถึงหาข้ออ้างมาเป็นพันล้าน ก็จบที่บทสรุปว่าประมาทเลินเล่ออยู่ดี

 

ยิ่งคิดยิ่งรู้ชะตา ขืนอิวะอิสึมิรู้เข้า เขาไม่โดนสับตอนเป็นชิ้นหรือ เพื่อนสนิทควบตำแหน่งแฟนหนุ่มก็เตือนเขาแล้ว แต่เขาดันไม่ฟัง แล้วจะโทษใครได้นอกจากตัวเอง

 

น่าเวทนา

 

แต่อย่างไรเสีย สุดท้ายอิวะอิสึมิก็ต้องรู้

 

ถอนหายใจเป็นรอบที่ล้านในช่วงหนึ่งสัปดาห์ ก่อนจะเลี้ยวรถเข้าร้านอาหารข้างทาง ตั้งใจหามื้อเที่ยงเบาๆ ลงท้อง หยุดพักหลังจากขับรถกลับเมืองกรุงคนเดียวมาได้ค่อนวัน

 

พรุ่งนี้จะเริ่มการซ้อมเข้มเพื่อเตรียมตัวแข่งระดับชาติแล้ว โออิคาวะจึงต้องมุ่งหน้ากลับเข้าเมืองหลวง ถึงสภาพร่างกายจะยังย่ำแย่ดังเดิม แต่อย่างน้อยเขาก็เริ่มปรับตัวได้แล้วว่าควรจะหลีกเลี่ยงอาการคลื่นเหียนตามประสาคนแพ้ท้องอย่างไร ไม่ได้ทำให้หายสนิท แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าช่วงก่อนสักสิบเปอร์เซ็นต์ได้

 

ต้องยกความดีความชอบให้คนมีประสบการณ์มาก่อนอย่างมารดาของเขา

 

เขาจับจองที่นั่งมุมร้าน ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศตกใส่ศีรษะพอดิบพอดี รู้สึกอารมณ์ดีขึ้น จึงส่งยิ้มให้พนักงานสาวที่มารอรับรายการอาหารตลอดเวลา

 

โออิคาวะหยิบมือถือขึ้นมา ไล่ตอบข้อความที่มีคนส่งหาระหว่างขับรถ ระหว่างนั้นเขารู้สึกได้ถึงสายตาที่จับจ้องมองมาจากมุมหนึ่ง คิดว่าคงเป็นแฟนผลงานสักคนจึงไม่ได้เงยขึ้นมองหาที่มา ชักชินเสียแล้วกับเหตุการณ์เช่นนี้ ก็ประสบมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลายแล้วนี

 

กระทั่งเขาเหลือบไปเห็นตาวาวใสจากเจ้าของหัวกลมดิ๊ก ที่ยืนเกาะขอบโต๊ะของเขาอยู่ โออิคาวะจึงหันไปให้ความสนใจแฟนผลงานในที่สุด

 

“…ว่าไง เด็กน้อย”

 

เด็กชายสะดุ้งโหยง อ้าปากมองหน้าเขา นัยน์ตาวับวาว “คุณคือ… คุณโออิคาวะ ใช่มั้ยฮะ”

 

“ใช่แล้ว รู้จักฉันด้วยเหรอ”

 

“ผมชอบคุณโออิคาวะ!” หนุ่มน้อยปล่อยมือจากขอบโต๊ะ ชูสองแขนขึ้นฟ้า ยิ้มร่าจนเห็นฟันขาวครบทุกซี่ “คุณโออิคาวะเป็นไอด้อนของผม”

 

ไอด้อน เขาหัวเราะ ท้าวแขนมองเด็กชายด้วยสายตาเอ็นดู “ชอบฉันเหรอ แสดงว่าชอบวอลเล่ย์บอลสิ”

 

หัวกลมสะบัดขึ้นลงอย่างแรง ท่าทางเขินอายก่อนหน้าหายวับไปกับตา “ชอบที่สุดเลย!”

 

อีกครั้งที่โออิคาวะหัวเราะ เสียงกังวานและออกมาจากใจ รู้สึกปลอดโปร่งเมื่อได้ส่งเสียงออกไปเช่นนั้น

 

เหมือนเห็นภาพเสมือนตัวเองสมัยเด็ก

 

ยามเป็นเพียงเด็กผู้ชายวัยซนที่ไร้ปัญหาใดๆ ก่อกวนใจ

 

เขายังไม่ทันได้เปิดปากต่อบทสนทนา หญิงสาวนางหนึ่งก็วิ่งปราดมาลากแขนเด็กชายไปจากเขา ก่อนจากก้มหัวหลายครั้งหลายครา พร่ำขอโทษที่ลูกชายของหล่อนมารบกวน

เด็กน้อยมองเขาด้วยสายตาอ้อยอิ่ง โหยหา ท่าทางราวกับลูกหมาที่โดนเจ้าของทิ้ง เขาส่งยิ้มกว้าง ชูสองนิ้วให้ ก่อนที่เด็กชายจะลับหายไปจากสายตา

ทิ้งเขาไว้ตามลำพัง

 

โออิคาวะทอดสายตามองออกไปเบื้องนอก ท้องถนนไม่มีผู้คนมากนักด้วยเป็นเพียงมุมเล็กมุมหนึ่งในประเทศ กระนั้นสายตาของเขาก็ตกลงยังร่างเล็กทุกร่างที่ผ่านสายตาไป

 

ห้วงคิดกระหวัดนึกถึงเด็กน้อยในจินตนาการ เด็กผู้ชายหรือผู้หญิง หน้าตาน่าเอ็นดู อาจมีผมสีน้ำตาลหรือดำ นัยน์ตาสีอำพันเฉดเดียวกับเขาหรือสีเทาเฉกเช่นผู้เป็นพ่อ… มีร่องรอยเค้าโครงแบบตัวโออิคาวะผสมผสานกับอิวะอิสึมิ

 

เขาส่ายหัว สะบัดความคิดฟุ้งซ่านออกไป

 

เด็กคนนั้นจะมีหน้าตาเป็นเช่นไร ก็ไม่สำคัญเท่าเอาปัจจุบันนี้ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีก่อนหรอก

 

 

 

 

 

โออิคาวะเดินทางถึงคอนโดในโตเกียวตอนเย็น

 

จัดการซื้อของใช้จำเป็นพร้อมอาหารก่อนเข้าห้อง ใช้เวลาว่างที่มีอยู่ไปกับการกินข้าวและดูรายการโทรทัศน์เพียงคนเดียว เสียงจากทีวีทำให้ห้องไม่เงียบเหงาจนเกินไปนัก ช่วยขจัดความคิดยุ่งเหยิงออกไปจากหัว

 

พรุ่งนี้เขาจะต้องเดินทางต่อไปยังสนามฝึกแต่เช้า เวลานัดคือแปดโมง แต่เขาจะต้องไปถึงให้เร็วกว่านั้น

 

ขณะกำลังครุ่นคิดวางแผนสำหรับวันถัดไป จู่ๆ โทรศัพท์มือถือก็แผดเสียงลั่นพร้อมสั่นครืดคราด หยิบขึ้นมาพบว่าเป็นสายเรียกเข้าจากอิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ เขาจึงเบาเสียงโทรทัศน์ ก่อนกดรับสาย

 

“ว่าไง อิวะจัง”

 

“ถึงแล้วทำไมไม่โทรมาบอก”

 

เสียงปลายสายห้วนสั้น สัมผัสได้ถึงความไม่พอใจ

 

คนขี้เป็นห่วง

 

“ทำไมต้องโทรด้วยล่ะ อิวะจังเป็นแม่ฉันหรือไง”

 

โทรุ

 

เขาหัวเราะเสียงแห้ง พยายามคงเสียงให้เป็นปกติ “ถึงห้องแล้ว กินข้าวเย็นแล้ว เดี๋ยวจะอาบน้ำนอนแล้ว พอใจรึยังครับ คุณแม่”

 

แว่วเสียงถอนหายใจตอบกลับ ก่อนต่อด้วย “เออ… อย่าฝืนตัวเองนักล่ะ”

 

โออิคาวะยิ้ม “รู้แล้วน่า”

 

เงียบ ได้ยินเพียงเสียงหายใจอยู่พักใหญ่

 

“…งั้นฉันวางสายล่ะ”

 

“อืม…”

 

“…บาย”

 

“อิวะจัง”

 

“…หืม”

 

เขาสูดลมหายใจเข้าลึก กำมือแน่น “เดี๋ยวพรุ่งนี้เย็นฉันโทรไปหานะ”

 

ปลายสายนิ่งไปพักใหญ่ โออิคาวะคาดเดาว่าคงคาดคิดได้ว่าเขาอาจมีเรื่องสำคัญจะพูดด้วย อิวะอิสึมิมักรู้ทันเขาเสมอ แม้ไม่เห็นหน้าค่าตากันขณะสนทนา ก็คงเดาจากน้ำเสียงได้ไม่ยาก

 

“…เออ อย่าลืมโทรมาล่ะ” เป็นคำตอบก่อนที่อิวะอิสึมิจะวางสายไป

 

โออิคาวะวางโทรศัพท์ลงที่เดิม คว่ำหน้าจอกับโต๊ะไม้ เขาผ่อนลมหายใจยาว ยกมือขึ้นนวดขมับ อีกข้างลูบท้องตัวเองวนเป็นวงกลม

 

ได้แต่หวังว่าจะไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดพลาด

 

 

 

 

 

วันรุ่งขึ้น คนที่ไปถึงสถานที่เก็บตัวฝึกซ้อมเป็นคนแรกก็คือโออิคาวะ

 

โดยปกติแล้ว มักมีใครคนอื่นมาถึงก่อนเขาเสมอ อย่างสมาชิกในทีมที่บ้านใกล้หรือขยันขันแข็งกว่าเขา โออิคาวะเคยคิดว่าเขาก็มีวินัยและมุ่งมั่นในระดับหนึ่งแล้ว แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ทีมชาติ จึงได้รู้ว่ายังมีอีกหลายคนที่ทุ่มเทมากกว่าหรือเท่ากับเขา

 

แต่สาเหตุที่ทำให้เขาไปเช้าในวันนี้ ไม่ใช่เพราะปัจจัยด้านความขยันอะไรหรอก แต่เป็นเพราะเจ้าตัวน้อยก่อกวน ทำให้โอเมก้าต้องลุกขึ้นมาวิ่งเข้าห้องน้ำตามระเบียบตามเคยต่างหาก

 

ประกอบกับว่าเมื่อวานเพิ่งจะใช้เวลากว่าค่อนวันในการเดินทาง ยิ่งทำให้เขาอ่อนล้า รู้สึกวิงเวียนจนอยากจะล้มตัวลงนอนต่อ แต่ก็ตัดสินใจออกจากบ้าน

 

ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องมาค่ายฝึกให้ได้

 

โออิคาวะบอกตัวเองเช่นนั้น

 

เขาพาตัวเองไปจนถึงโรงยิม ยังไม่มีวี่แววผู้คน แต่อีกไม่นานเพื่อนร่วมทีมและโค้ชก็คงพากันเดินทางมาถึง สายตาตกลงยังลูกวอลเล่ย์บอลที่กลิ้งอยู่บนพื้น จึงเดินไปหยิบมันขึ้นมา

 

นี่เขาไล่ตามเจ้าลูกกลมๆ นี่มานานเหลือเกิน…

 

โยนลูกบอลขึ้น ยกมือรับ ทำท่าทางเดิมวนซ้ำไปมาอย่างเหม่อลอย

 

มองขึ้นสูง คอยแต่จะจับจ้องเป้าหมาย …จนหลงลืมบางอย่างไป

 

ความใจลอยทำให้ลูกบอลพลัดตกลงพื้น เขาก้มหน้าลง มองตาม ปล่อยมันกลิ้งออกห่างจากตัว

 

…บางทีอาจถึงเวลาที่เขาควรจะหยุดเสียที

 

“โออิคาวะ”

 

เสียงทุ้มนุ่มฉุดเขาออกจากภวังค์

 

หันตามต้นเสียง พบใบหน้าคุ้นตา หนุ่มวัยกลางคนในชุดวอร์มสีดำแดง แม้ยืนห่างกันก็รู้ได้ในทันทีว่าผู้มาใหม่คือโค้ชประจำทีมชาติวอลเล่ย์บอลชายนั่นเอง

 

“อรุณสวัสดิ์ครับ” โออิคาวะฉีกยิ้มทักทาย ก้มลงเก็บบอล ก่อนเดินตรงไปหาคนสูงวัยกว่า

 

“อรุณสวัสดิ์ มาเช้านะเรา” อีกฝ่ายว่า กวาดตามองเขาจากหัวจรดเท้า “ยังไม่ไปเปลี่ยนชุดอีกล่ะ มาครบแล้วจะได้เริ่มซ้อมกันเลย”

 

เขาหยุดเท้า ยืนห่างจากคู่สนทนาเพียงหนึ่งช่วงแขน สูดลมหายใจเข้าลึก ให้ความมั่นใจตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย

 

นี่คงเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต

 

“เรื่องนั้น… ผมจะมาบอกว่า… ผมขอถอนตัวครับ”

 

ดวงตาเรียวเล็กของโค้ชเบิกกว้าง ความตกตะลึงฉายชัด ราวกับโออิคาวะเพิ่งสบถสาบานถ้อยคำพรุสวาทบาดหูออกมาให้ฟัง

 

ก็น่าจะตกใจอยู่หรอก

 

“เดี๋ยวก่อน โออิคาวะ… ทำไม”

 

เซ็ตเตอร์ประจำทีมสบตานิ่ง ไม่ยอมผละออกแม้มีความวูบไหวพาดผ่านในแววตา

 

เขาจะไม่เปลี่ยนใจ

 

“…ผม…”

 

เฮ้! โออิคาวะ

 

เสียงรองเท้าผ้าใบหลายคู่เสียดสีกับพื้นโรงยิมลั่นเอี๊ยดอ๊าด มาพร้อมกับเสียงตะโกนทักทายจากบรรดาเพื่อนร่วมทีมที่วิ่งกรูกันเข้ามาทักทายเขา มองผ่านๆ เห็นเป็นจำนวนห้าคนเป็นอย่างต่ำ ดูเหมือนจะบังเอิญมาถึงพร้อมกันพอดี

 

โดนขัดจนได้

 

โอเมก้าหนุ่มฉีกยิ้มสู้ ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ อย่างไรเสียก็ไม่ได้พบเพื่อนร่วมทีมมาตั้งนาน ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วแจ้งให้ทุกคนรับรู้พร้อมกันไปก็คงจะดี

 

อัลฟ่าและเบต้าหนุ่มหลายคนพุ่งตรงมากอดคอเขา รู้ตัวอีกทีโออิคาวะก็แทบจะจมหายไปในกลุ่มเพื่อนเสียแล้ว

 

แว่วเสียงโค้ชปรามให้พวกเขาสงบ แต่อยู่ดีๆ เขาก็รู้สึกหูอื้อ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ขึ้นมารุนแรง

 

กลิ่นเพื่อนอัลฟ่าที่รับรู้มาจนคุ้นชินตั้งแต่เริ่มร่วมทีมกันมา อยู่ดีๆ ก็กลายเป็นกลิ่นเหม็นฉุน พาของเก่าในกระเพาะอาหารตีขึ้นจนขมคอ

 

กลิ่นอัลฟ่า

 

อัลฟ่าที่ไม่ใช่อัลฟ่าของเขา

 

อันตราย

 

“โออิคาวะ เป็นอะไรของนายน่ะ…?”

 

เขาส่ายหัว อยู่ดีๆ ก็รู้สึกแข้งขาอ่อนแรง ทรุดฮวบลงไปกองที่พื้น หอบหายใจ ก่อนจะอาเจียนเอาเศษอาหารออกมาเกือบหมด

 

เกิดความแตกตื่นขึ้นรอบกาย เสียงโหวกเหวกดังทั่ว แต่ยิ่งเพื่อนหวังดีเข้าใกล้เพื่อช่วยเหลือมากเท่าไร โออิคาวะกลับยิ่งรู้สึกคลื่นไส้รุนแรงขึ้นเท่านั้น

 

เขาต้องการอัลฟ่าของเขา

 

“ฮาจิเมะ…” เปล่งเสียงแผ่วลอดริมฝีปาก เล็กเบาราวกับเป็นเสียงของผู้อื่น อ่อนล้าเสมือนพร้อมจะหมดสติลงได้ทุกเมื่อ

 

ท่ามกลางกลิ่นสาปฉุน จู่ๆ ก็มีกลิ่นโอเมก้าแทรกกลาง ก่อความรู้สึกสงบอย่างน่าประหลาด โออิคาวะรีบไขว่คว้าหาที่มาของกลิ่นนั้นราวกับพบสัญญาณความช่วยเหลือขณะเคว้งคว้างกลางทะเล

 

“พวกนายถอยออกไป! แล้วใครมันปล่อยให้โอเมก้าท้องมาเข้าค่ายฝึก หา!”

 

เป็นประโยคสุดท้ายที่โออิคาวะ โทรุรับรู้ก่อนสติสัมปชัญญะจะดับวูบไป

.

.

.

Next


A/N:

และอิวะจังก็ยังคงเป็นอัลฟ่าค่าตัวแพงต่อไป–
u w u)<3

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s