[HQ!!] Misstep (2)

Misstep
iwaoi. hq!! abo au. pg-13 to r. angst, romance.
content warning: mpreg. unplanned pregnancy.

.

.

.

(2)

.

.

.

ตะวันกำลังจะลาลับขอบฟ้า ส่งดวงจันทร์ขึ้นลอยเด่นกลางนภา สลับสับเปลี่ยนหน้าที่ไปตามกาลเวลา

 

ผู้คนเปลี่ยนหน้ากันเดินเข้าร้านอาหาร เสร็จธุระแล้วจากไป แต่โออิคาวะ โทรุยังคงนั่งอยู่ตามลำพัง บนโต๊ะมีน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว คู่ชีสเค้กหนึ่งชิ้น

 

เค้กที่พร่องไปแค่หนึ่งในสามส่วน ขณะที่น้ำแข็งละลายหมดแก้วแล้ว

 

กินไม่ลง

 

อีกครั้งที่ไม่รู้ว่าเป็นผลจากเจ้าตัวเล็กในท้อง หรือเป็นเพราะความเครียดกันแน่

 

ใช้ส้อมตัดเค้กออกเป็นหนึ่งคำเล็ก แล้วกลับปล่อยนอนนิ่งบนจาน ยังไม่มีความรู้สึกอยากตักเข้าปากแต่อย่างใด

 

หยิบมือถือขึ้นมาวางบนโต๊ะเป็นรอบที่ห้านับแต่ย่างเข้าร้าน ตัวเลขบนหน้าจอบอกเวลาสิบเจ็ดนาฬิกาสี่สิบห้านาที

 

นี่เขานั่งคนเดียวมาสี่สิบห้านาทีแล้ว

 

แต่ยังเหลืออีกสิบห้านาทีจึงจะถึงเวลานัด ฉะนั้นจะไปโทษฝ่ายตรงข้ามว่ามาช้าก็คงไม่ได้

 

ใช้เวลาที่เหลืออยู่เปิดหาข้อมูลเพื่อไขข้อข้องใจ ลังเลเล็กน้อยก่อนกดปุ่มค้นหาเรื่องการตั้งครรภ์ของโอเมก้าชาย มองหาเว็บที่น่าเชื่อถือ จากนั้นจึงกดเข้าไปอ่านอย่างตั้งใจ

 

เขารู้เนื้อหาส่วนใหญ่อยู่แล้วจากคาบสุขศึกษาสมัยประถม และก็ทำคะแนนในวิชาดังกล่าวได้ดีเสียด้วย แต่พอมาประสบเข้ากับตัวเอง ถึงได้รู้ว่าความรู้แค่นั้น… มันไม่พอ

 

สิ่งที่รู้ช่างผิวเผิน อีกเจ็ดเดือนต่อจากนี้จะเจอกับอะไร จะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร โออิคาวะไม่เห็นรู้สักอย่าง

 

…นั่นคือ ในกรณีที่โออิคาวะตัดสินใจเก็บเด็กคนนี้เอาไว้

 

เป็นการตัดสินใจอันหนักหน่วงและกะทันหันจนไม่รู้จะปฏิบัติตัวอย่างไร ได้แต่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับความสับสน แทนที่จะตั้งใจครุ่นคิดหาทางออก

 

ฮานามากิบอกให้คุยกับพ่อของเด็ก แต่เขาจะบากหน้าไปคุยด้วยอย่างไร เมื่อปกติพวกเขาก็ป้องกันทุกครั้ง จะมีก็แต่ครั้งล่าสุดที่…

 

พลาด

 

ไม่มีคำใดใช้นิยามได้ถูกต้องไปกว่านี้

 

“โออิคาวะ”

 

เสียงห้าวเอ่ยเรียกชื่อของเขา เล่นเอาเจ้าของนามสะดุ้งโหยง ปิดหน้าจอมือถือแทบไม่ทัน

 

เงยหน้าขึ้นพบอิวะอิสึมิ ฮาจิเมะยืนอยู่ข้างโต๊ะ หัวคิ้วสองข้างของผู้มาใหม่ขมวดมุ่น เหลือบมองมือถือที่หน้าจอดับไปแล้ว ก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้ามโออิคาวะ

 

ไม่เห็นใช่ไหม

 

“ดูอะไรอยู่”

 

เขาหัวเราะกลบเกลื่อน ในใจหวาดวิตก ได้แต่ภาวนาให้เสียงที่ออกมาไม่แตกต่างไปจากปกติ “เช็คเรตติ้งน่ะ”

 

เหอะ แว่วเสียงเพื่อนสมัยเด็กพ่นลมหายใจพรืดอย่างติดจะรำคาญ แต่ไม่ซักไซ้ไล่เรียงเพิ่มเติม โออิคาวะนึกอยากลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ขืนทำเช่นนั้นคงน่าสงสัยยิ่งกว่าเดิม

 

พนักงานร้านเดินตรงมายื่นเมนูให้อิวะอิสึมิ ขณะยืนรอลูกค้ารายใหม่สั่งอาหารก็ส่งยิ้มให้โออิคาวะ รอรับรายการจากลูกค้ารายเก่าเช่นกัน

 

เขาส่ายหัว เป็นนัยว่าไม่ต้องการสั่งอะไรเพิ่มเติม เรียกสายตาสงสัยจากอิวะอิสึมิ แต่ท้ายที่สุดอีกฝ่ายก็ไม่ได้ว่ากระไร แค่สั่งอาหารไปตามที่ต้องการ

 

อาหารที่ปริมาณเยอะเกินกว่าปกติไปสักหน่อย

 

พนักงานเดินจากไปแล้ว เหลือพวกเขาสองคน โออิคาวะเท้าคาง ถามด้วยความฉงน “อิวะจัง หิวมาจากไหนน่ะ”

 

“เพิ่งออกแรงมานี่หว่า” อิวะอิสึมิว่า “อีกอย่าง ใครว่าฉันจะกินคนเดียว”

 

โอเมก้าอ้าปากค้าง นึกย้อนถึงรายการอาหารที่พนักงานรับไปเมื่อครู่ “แต่ฉันไม่หิว…”

 

“หิวไม่หิวก็ต้องกิน นี่นายได้ส่องกระจกดูตัวเองบ้างไหม ซูบลงไปนะ รู้หรือเปล่า”

 

เขาปิดปากฉับ รู้ดีว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเถียงต่อ หยิบส้อมขึ้นมาเขี่ยเค้กในจานอีกครั้ง และตัดสินใจตักเข้าปากในที่สุด

 

“อิวะจังกินนี่รองท้องก่อนสิ” ว่าแล้วผลักจานไปฝั่งตรงข้าม

 

อิวะอิสึมิมองเค้กในจาน ขมวดคิ้วหนักกว่าเก่า แต่ก็ยกมือขึ้นจับส้อม “นี่นายกินไปไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ”

 

“ก็มันเลี่ยนนี่”

 

“กินไปเท่านั้นไม่ทำให้เลี่ยนหรอกมั้ง”

 

คนพูดหรี่ตามองเขาราวกับจะจับผิด โออิคาวะแสร้งหัวเราะ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “เถอะน่า… ว่าแต่ วันนี้เด็กๆ ดื้อไหม”

 

คู่สนทนามีท่าทีผ่อนคลายลง หัวเราะกึกเมื่อนึกถึงพวกตัวเล็กที่ได้พบเจอตอนช่วงบ่าย “ซนกันเหมือนเดิม แต่ริวจิเสิร์ฟดีขึ้น แล้วมิโนรุก็จับจังหวะได้ดี แถมยังเริ่มคุยกับเพื่อนแล้วด้วย”

 

“หืม” โออิคาวะรับคำในลำคอ “แสดงว่ามีครูดี”

 

“ยกความดีความชอบให้โค้ชไปเลย ฉันไม่ได้มาสอนเป็นเดือนแล้ว”

 

“นั่นสิน้า แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่าอัลฟ่าป่าเถื่อนอย่างอิวะจังจะเข้ากับเด็กได้ดี” พูดพลางโคลงหัวไปมา รอยยิ้มแหย่ระบายบนใบหน้า “แต่อย่างว่า เด็กน้อยก็เข้ากับเด็กน้อยด้วยกันได้นั่นแหละ”

 

“แกว่าใครเป็นเด็กน้อย หา!”

 

“คนที่ยังตื่นเต้นกับก็อตซิลล่านั่นแหละเด็กน้อย”

 

“แกที่ยังเที่ยวตามหาเอเลี่ยนนี่โตมากเลยสินะ”

 

“เด็กตรงไหน นี่เรื่องวิทยาศาสตร์ เอเลี่ยนน่ะมีอยู่จริงนะ อิวะจัง!”

 

ฝ่ายอัลฟ่าฟังแล้วยิ่งเบ้ปาก ท่าทางไม่เห็นด้วยแต่คงไม่เห็นประโยชน์ในการเถียงต่อ จึงเปลี่ยนประเด็นพูดคุย “นายน่าจะไปด้วยกัน พวกเด็กๆ ถามถึงด้วย”

 

“อืม… อยากไปอยู่หรอก แต่ติดธุระตอนเช้าน่ะสิ” โออิคาวะเท้าคาง ตีสีหน้าครุ่นคิด “ไว้คราวหน้าละกัน”

 

…คราวหน้าที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่

 

พนักงานนำเครื่องดื่มของอิวะอิสึมิมาเสิร์ฟพร้อมกับอาหารจานแรก ขัดวงสนทนาของพวกเขาไปชั่วขณะหนึ่ง

 

“แล้ว… ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง” เพื่อนเก่าของเขาเอ่ยถาม ดันจานสลัดไปไว้ตรงกลาง ก่อนแจกจานเปล่าให้เขาด้วย “ไม่เจอกันมา… สองเดือน ไปสร้างความวุ่นวายให้ใครเขาหรือเปล่า”

 

“อิวะจัง ทำไมพูดจากับเพื่อนผู้แสนดีของนายแบบนั้นล่ะ!” โออิคาวะยกสองมือขึ้นทาบอก ทำท่าทางสะเทือนอารมณ์จนเกินงาม “หรือว่านายยังแค้นที่ทีมฉันได้เป็นแชมป์ปีนี้ ไม่เป็นไรน่า ถึงนายจะได้ที่สาม แต่อย่างน้อยก็ได้แข่งกับคุณโออิคาวะอย่างเต็มภาคภูมินะ”

 

“ใครจะไปอิจฉา หา ฉันไม่ได้นิสัยเสียเหมือนอย่างนายนะเว้ย”

 

เขาหัวเราะ เลิกแหย่เพื่อน แต่ก็หยุดต่อบทสนทนาไปเช่นกัน

 

อิวะอิสึมิกับโออิคาวะยังคงเล่นวอลเล่ย์บอลทั้งคู่ แต่พวกเขาไม่ได้อยู่ทีมเดียวกันแล้ว เมื่อพบปะกันในสนามแข่งจึงอยู่คนละฟาก ตั้งตัวเป็นศัตรูกัน หากเมื่อก้าวพ้นเขตแดน พวกเขาก็กลับไปเป็นอิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ กับโออิคาวะ โทรุที่รู้จักสนิทสนมกันมาแต่วัยเยาว์ดังเดิม

 

และในขณะที่โออิคาวะมุ่งหน้าไปจนคว้าตำแหน่งเซ็ตเตอร์ตัวจริงในทีมชาติแม้จะเป็นโอเมก้าเพียงหนึ่งเดียวได้สำเร็จ แต่อิวะอิสึมิกลับไปไม่ถึงเป้าหมายนั้น เพื่อนอัลฟ่าของเขากล่าวว่ายังมีความฝันอื่นอยู่อีก จึงไม่ได้พุ่งเป้าไปทีมชาติเหมือนอย่างเขา

 

ในเวลาว่างจากการแข่งลีก อิวะอิสึมิจึงทำงานกับที่บ้าน และใช้วันหยุดสอนกีฬาบรรดาเด็กประถม นานๆ ที โออิคาวะจะกลับบ้านเกิดมาช่วยเพื่อนสอนเด็กบ้าง จึงพอจะรู้จักมักคุ้นกับลูกศิษย์ตัวน้อยของอิวะอิสึมิอยู่

 

แต่วันนี้ เขาปฏิเสธคำชวนของเพื่อนทั้งที่ตัวเองว่าง

 

เหตุก็เพราะต้องแวะไปโรงพยาบาลนั่นเอง

 

นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่เขาจะไม่บอกอิวะอิสึมิ จึงให้เหตุผลกำกวมว่าติดธุระ ไม่สามารถไปช่วยได้แค่นั้น

 

อาหารที่เหลือถูกนำมาวางลงบนโต๊ะ สเต็กเนื้อ สเต็กปลา ขนมปังกระเทียม และสปาเก็ตตี้ สิริรวมแล้วได้ห้าอย่าง แค่มองดูโออิคาวะก็รู้สึกคลื่นเหียน ไม่รู้ว่าจะกินให้หมดได้อย่างไร

 

“อิวะจัง นี่เราจะกินกันหมดจริงๆ เหรอ”

 

เพื่อนร่วมโต๊ะเลิกคิ้วสูง ตั้งต้นตักอาหารใส่จานตัวเอง “ปกติก็สั่งกันเท่านี้ไม่ใช่หรือไง ทุกทีก็กินหมดนี่” เอื้อมมือไปตักปลาใส่จานฝั่งตรงข้าม แถมด้วยผักสลัดอีกปริมาณหนึ่ง “นายดูป่วยจริงๆ นะ เป็นอะไรหรือเปล่า”

 

“หืม เปล่านี่ ฉันสบายดี” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเริงรื่น พยายามคงให้ทุกจังหวะจะโคนไหลลื่นได้ปกติ เห็นอีกฝ่ายไม่มีท่าทีสงสัย จึงคิดเอาว่าตนคงแสดงได้แนบเนียนดี “อิวะจังกินเยอะเกินไปต่างหาก”

 

“นายที่แย่งข้าวฉันกินตั้งแต่อนุบาลจะมาว่าฉันแบบนั้นได้เรอะ”

 

“ใครเขาทำแบบนั้นกัน!”

 

อิวะอิสึมิยักไหล่ เป็นเชิงว่าจะใครเสียอีกนอกไปจากนาย “ว่าแต่… รอบนี้จะอยู่นี่นานเท่าไหร่”

 

“ก็… ถึงอาทิตย์หน้า” โออิคาวะตอบ อ้อยอิ่งก่อนตักอาหารใส่ปาก “ต้องกลับไปซ้อมที่โตเกียวน่ะ”

 

“เตรียมตัวไปแข่งโอลิมปิกน่ะเหรอ”

 

“อืม” เขาพยักหน้า “โค้ชเอาจริงน่าดู”

 

“ก็ควรจะเป็นอย่างนั้น” อิวะอิสึมิตอบ ตัดสเต็กเนื้อคำโตใส่จานตัวเองหลังจัดการของเก่าจนหมดเรียบ “นายเองก็พยายามเข้าล่ะ อย่ามัวแต่สร้างสงครามอยู่กับอุชิจิมะ”

 

เขาหัวเราะ ไม่รู้ว่าเสียงที่ออกมาแหบแห้งกว่าปกติหรือเปล่า

 

ใช่แล้ว อีกหนึ่งอาทิตย์โออิคาวะจะต้องกลับไปเตรียมพร้อม เริ่มเก็บตัวฝึกซ้อมครั้งใหญ่

 

แต่เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสภาพในตอนนี้จะเอื้อต่อการฝึกหรือเปล่า

 

สุดท้ายแล้วจะกลายเป็นตัวถ่วงไหม

 

เขาต้องรีบตัดสินใจ…

 

“กินเสร็จแล้วนายอยากไปไหน”

 

เสียงเรียกของอิวะอิสึมิฉุดเขาออกจากห้วงคิด

 

โออิคาวะกะพริบตาปริบ มองหน้าคู่สนทนาที่จ้องมองเขาอยู่แล้ว

 

โอเมก้าหนุ่มเอียงศีรษะ ครุ่นคิด ก่อนย้อนถาม

 

“อิวะจังรีบกลับบ้านหรือเปล่า”

 

“ไม่”

 

“ถ้าอย่างนั้นไปซื้อของด้วยกันหน่อยสิ”

.

.

.

.

.

อิวะอิสึมิตอบตกลงต่อคำชวนของเขา หลังจัดการมื้อเย็นจนหมดเรียบ ทั้งคู่จึงพากันไปยังห้างสรรพสินค้าโดยมีโออิคาวะเป็นผู้นำ

 

“นายจะซื้ออะไร”

 

ฝ่ายโอเมก้าโคลงศีรษะ เดินขึ้นบันไดเลื่อน มีเป้าหมายปลายทางอยู่ในใจ “ของใช้”

 

ด้านอัลฟ่าไม่ได้ติดใจอะไร จึงหยุดซักถาม สนทนาเรื่องสัพเพเหระกับเพื่อน ระหว่างเดินตามกันไป

 

จนกระทั่งถึงที่หมาย อิวะอิสึมิจึงชะงัก หัวคิ้วสองข้างผูกเข้าหากัน “ของใช้เด็ก?”

 

“อือฮึ”

 

“ซื้อไปทำไม”

 

โออิคาวะไม่ตอบ เขาก้าวเท้า ไล่หยิบของทีละอย่าง เพื่อนของเขาเดินตาม ท่าทีงุนงง

 

ขณะที่อิวะอิสึมิยังคงสับสน เขาก็ยังคงจับจ่ายต่อไป ของในมือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งผ้าอ้อม เสื้อผ้า ขวดนม นมผง ของเล่นเด็ก เยอะจนไม่สามารถถือคนเดียวไหว จึงต้องยืมมืออิวะอิสึมิช่วยถือ

 

“นายจะซื้อไปทำอะไร” หนุ่มผมดำยังไม่ยอมแพ้ ตั้งคำถามซ้ำ

 

“เอาไปให้เด็กใช้สิ ถามได้” เขาตอบโดยไม่ยอมสบตา “อิวะจังนี่ไม่ฉลาดเอาเสียเลย”

 

“โออิคาวะ”

 

เขาหัวเราะกลบเกลื่อน แต่ไม่ทันได้ก้าวหนีไปไหน ก็โดนเพื่อนดึงแขนไว้เสียก่อน

 

พวกเขาสบตากัน นัยน์ตาของอิวะอิสึมิฉายแววจริงจัง คาดคั้นหาคำตอบ

 

“อิวะจัง…”

 

“ว่ายังไง”

 

โออิคาวะเบือนหลบ เขามองรอบตัว โชคดีที่ค่อนข้างดึกแล้วจึงไม่มีคนอยู่ใกล้

 

ค่อยตัดสินใจง่ายขึ้น

 

“พรุ่งนี้มีธุระอะไรหรือเปล่า”

 

“ไม่มี”

 

เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ หัวใจเต้นระรัว ขณะเอ่ยถาม

 

“ไปหามัตซึนเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม”

.

.

.

NEXT


 

A/N:

u v u)v

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s