[HQ!!] Misstep (1)

Misstep
iwaoi. hq!! abo au. pg-13 to r. angst, romance.
content warning: mpreg. unplanned pregnancy.

.

.

.

(1)

.

.

.

“และนั่น…” โออิคาวะ โทรุกระแอมไอ “คือสาเหตุว่าทำไมฉันต้องการให้นายเป็นหมอของฉัน”

 

คนรับคำขอแกมบังคับฟังแล้วขมวดคิ้วสองข้างจนผูกเป็นปม กวาดสายตามองเพื่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนยื่นมือออกไปเบื้องหน้า เป้าหมายอยู่ที่หน้าท้องแบนราบของอีกฝ่าย

 

ผลคือโดนตีมือเข้าให้หนึ่งที

 

“เฮ้!” โอเมก้าหนุ่มโวย “หมอต้องขออนุญาตคนไข้ก่อนแตะเนื้อต้องตัวไม่ใช่หรือไง”

 

ฮานามากิ ทาคาฮิโระ แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปหรี่ตามองคนไข้รายใหม่ ดึงมือตัวเองกลับโดยดีไม่อิดออด ก่อนโต้ตอบกลับไป “นี่ไม่ใช่มุกใช่ไหม”

 

เพราะถ้าเป็นมุก บอกตามตรงว่าเขาไม่ขำแม้แต่น้อย

 

“ฉันจะเล่นมุกทำไมเล่า” โออิคาวะกอดอก ฮึดฮัด

 

“จะไปรู้เรอะ นายอาจจะอยากหาเรื่องมาเจอฉันก็ได้”

 

เสียงพ่นลมหายใจพรืดดังนำ ตามด้วย “ฮ่า ฮ่า เข้าข้างตัวเองเกินไปแล้ว มักกี้ อีกอย่างฉันหาเหตุผลที่ดีกว่านี้ได้ตั้งเยอะ”

 

ก็ถูกของมัน

 

และเพราะใจส่วนหนึ่งรู้ว่าเพื่อนสมัยมัธยมปลายคนนี้พูดเรื่องจริง ฮานามากิจึงยิ่งไม่อยากยอมรับ ด้วยรับรู้ว่าคงมีปัญหาตามมาอีกมากมายก่ายกอง

 

ถึงโออิคาวะจะยิ้มแป้นเหมือนไม่สะทกสะท้าน แต่ภายในคงปั่นป่วนน่าดู

 

ไอ้ตัวยุ่ง

 

หมอหนุ่มพยายามผ่อนคลายท่าที แต่ก็ยังไม่วายถามย้ำอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ “ของจริง?”

 

“อืม… เอ่อ… คิดว่านะ” อยู่ดีๆ คนป่วยก็ทำหน้าไม่แน่ใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 

“เฮ้”

 

“ถ้าไม่ใช่ของจริงฉันคงไม่มานั่งอยู่ตรงนี้หรอกน่า”

 

ฮานามากิถอนหายใจ “ถ้าอย่างนั้นก็ตรวจที่นี่อีกรอบนึง”

 

“แต่ฉันตรวจไปห้าอันแล้วนะ” โออิคาวะท้วง “แล้วมันก็… ขึ้นสองขีดหมด”

 

ความเงียบปกคลุมบรรยากาศโดยรอบ พวกเขามองหน้ากัน… ไม่สิ– ถ้าจะพูดให้ถูก คือ ฮานามากิมองหน้าเพื่อน ส่วนโออิคาวะกำลังพยายามหลบหลีกสายตาทิ่มแทงอย่างสุดกำลังต่างหาก

 

ครั้นแล้ว แพทย์เจ้าของห้องก็เป็นฝ่ายต่อบทสนทนา “โออิคาวะ…”

 

“มักกี้ ไม่ต้องเริ่มบ่นฉันเลย”

 

ฮานามากิส่ายหัว ลุกยืน คว้าเอาแฟ้มติดมือมาด้วย “ถ้าอย่างนั้นก็ไปอัลตร้าซาวด์ให้มันรู้แล้วรู้รอด ตามฉันมา” ใช้แฟ้มตีหัวเพื่อนเบาๆ หนึ่งครั้งก่อนเดินนำ ขอให้ได้ระบายอารมณ์ขุ่นมัวในใจสักครั้งก็ยังดี

 

นานๆ เจอกันทีก็เอาเรื่องมาให้แบบนี้ ใช้ได้ที่ไหน

 

โอเมก้าหนุ่มบ่นงึมงำแต่ก็ลุกเดินตาม ไม่ลืมที่จะสวมหมวกใส่แว่นดำอำพรางตัว แม้ระยะทางจากห้องตรวจไปยังห้องอัลตร้าซาวด์จะห่างกันแค่ประมาณสิบก้าวเท่านั้น

 

การกระทำที่ไม่รู้ว่าทำไปเพื่อประโยชน์อันใด

 

ถึงตอนนี้ พยาบาลทั้งแผนกก็รู้แล้วว่าโออิคาวะ โทรุ นักกีฬาวอลเล่ย์บอลชายทีมชาติญี่ปุ่น เดินทางมาขอตรวจรักษากับฮานามากิ ทาคาฮิโระ ด้วยเรื่องสงสัยตั้งครรภ์ แล้วจะมีเหตุอะไรในการปิดบังตัวเองอีก

 

ถ้าไม่อยากให้ใครรู้ขนาดนั้น ก็อย่ามาโรงพยาบาลตั้งแต่แรกสิ

 

แต่ข้อดีของโรงพยาบาลบ้านนอกก็คือถึงจะมีคนรู้ ก็เป็นจำนวนน้อยคน ข่าวแพร่สะพัดไม่ได้ไกล คงเพราะเหตุนั้นถึงได้มาหาเขากระมัง

 

ถึงฮานามากิจะมีแต่ข้อสงสัยและความขัดใจ แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่ารู้สึกดีใจที่เพื่อนเลือกมาหาตนแต่แรก อย่างน้อยก็ยังดีกว่ามาถึงตอนที่ตัดสินใจทำอะไรผิดพลาดลงไปแล้ว

 

เขาหยุดเท้าลงในห้องอัลตร้าซาวด์ บอกพยาบาลผู้ช่วยให้ออกจากห้องไปก่อนเสร็จสรรพ แล้วหันไปชี้แจงเพื่อนให้เอนตัวลงนอน ส่วนตัวเองนั้นจัดการเปิดเครื่องตรวจ ระหว่างรอก็หันไปอ่านทวนข้อมูลบนแฟ้มผู้ป่วยอีกที

 

โออิคาวะ โทรุ อายุ ยี่สิบสี่ปี เพศต้น ชาย เพศรอง โอเมก้า สถานภาพ โสด

 

อ่านถึงตรงนี้แล้วกลอกตา ฮานามากิรู้อยู่หรอกว่าเพื่อนของเขายังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน อย่างน้อยก็ไม่มีประกาศออกที่สาธารณะ  ยกเว้นว่าเพื่อนจะแอบไปกกหนุ่มลับๆ แต่ดูท่าแล้วเห็นจะเป็นอย่างหลังเสียกระมัง ไม่อย่างนั้นจะหอบหิ้วปัญหาท้องไม่ท้องมาพบเขาได้อย่างไร

 

เอาเถอะ ในฐานะหมอ เขาจะไปบ่นคนไข้มากก็คงไม่งาม

 

ตัดสินใจอ่านเก็บข้อมูลต่อไป ถึงแม้รายละเอียดบางส่วนเขาจะรู้อยู่แล้วก็ตาม อย่างเช่นวันเกิด หมู่เลือด ส่วนสูง น้ำหนัก แต่สิ่งที่ฮานามากิอยากรู้จริงๆ ก็คือเรื่องส่วนตัวมากกว่านั้นต่างหาก

 

รอบฮีทล่าสุด สองถึงสามเดือนก่อน

 

“โออิคาวะ” เบต้าหนุ่มปิดแฟ้ม หันไปประจันหน้ากับคนไข้ที่ปีนขึ้นไปนอนรอบนเตียงตรวจเรียบร้อย “ฮีทครั้งสุดท้ายของนายคือเมื่อสองเดือนก่อน?”

 

โออิคาวะตีสีหน้าครุ่นคิด “ประมาณนั้นล่ะมั้ง”

 

“นั่นมันช่วงที่นายแข่งลีกไม่ใช่หรือไง”

 

“เอ้อ… อืม” เสียงหัวเราะแห้งดังต่อมา “หลังจบลีกพอดีน่ะสิ”

 

เจ้าหมอนี่…

 

ฮานามากิส่ายหัว บีบเจลใส่หัวอัลตร้าซาวด์ ก่อนดึงเสื้อโอเมก้าขึ้น เปิดทางสะดวกต่อการตรวจ “เจลเย็นนิดนึง เดี๋ยวฉันจะดูให้ว่ามีเด็กอยู่ในท้องนายรึเปล่า หรือนายคิดไปเอง”

 

“มักกี้ เป็นหมอทำไมพูดจากับคนไข้แบบนี้ล่ะ!”

 

“ก็เพราะนายเป็นโออิคาวะ โทรุไงเล่า”

 

“เหตุผลไม่เห็นได้เรื่องเลย!” บ่นไปนัยน์ตาก็มองตามเส้นสีขาวดำที่เคลื่อนไหวอยู่บนหน้าจอไป แน่นอนว่าดูไม่รู้เรื่องแม้แต่น้อย แค่อยากหาอะไรจ้องมองคลายความว้าวุ่นใจเท่านั้น “…แล้ว จะเห็นเหรอมักกี้ ถ้าสมมติว่าตัวเล็กมาก…”

 

ฮานามากิชิงขัด “ถ้าฮีทของนายคือเมื่อสองสามเดือนก่อนจริง ตอนนี้ก็เห็นเป็นตัวแล้วล่ะ”

 

เหรอ… เขาได้ยินเสียงโออิคาวะพึมพำ แผ่วเบาจนจับความรู้สึกไม่ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดเช่นไร ตื่นเต้น กังวล หนักใจ เสียใจ หรืออาจเป็นทุกสิ่งปะปนรวมกัน

 

ไม่มีใครพูดอะไรอยู่พักใหญ่ โออิคาวะจ้องเพื่อนแพทย์สลับกับหน้าจอ ในขณะที่ฮานามากิคอยเลื่อนจับภาพผ่านหัวเครื่องอัลตร้าซาวด์ เขาหยุดมือ กดปุ่มสามสี่ปุ่ม ก่อเสียงคลิกดังทำลายความสงบ กระทั่งได้ภาพเป็นที่พอใจ จึงหันหน้าจอไปให้โออิคาวะดูเต็มๆ

 

“ฉันแสดงความเสียใจด้วย โออิคาวะ”

 

คนรับฟังเบิกตากว้าง เลื่อนมือแตะหน้าท้องตัวเองโดยอัตโนมัติ “หมายความว่า…”

 

นายท้อง

.

.

.

.

.

“มีเด็กหนึ่งคน หัวใจเต้นดี อายุครรภ์ประมาณสิบสัปดาห์ และในเมื่อนายจำวันฮีทที่แน่นอนของตัวเองไม่ได้ แถมไม่ยอมบอกว่าไปมีอะไรกับใครวันไหน ฉะนั้นเราก็จะนับอายุครรภ์จากผลอัลตร้าซาวด์”

 

ฮานามากิ ทาคาฮิโระชี้แจงเสียงราบเรียบ พยายามตีหน้าเป็นงานเป็นการให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ใจจริงจะอยากบีบคอเค้นความจริงจากเพื่อนใจจะขาด

 

ฝ่ายคนท้องก็เอาแต่นั่งเงียบ จ้องแผ่นภาพอัลตร้าซาวด์ที่เขาพิมพ์ให้เป็นที่ระลึกราวกับโดนสะกด จ้องเอา จ้องเอา อย่างกับมีเป้าหมายเป็นการทำให้ภาพทะลุก็ไม่ปาน

 

เงียบได้ราวสามสิบวินาที โออิคาวะ โทรุ ก็ตอบกลับเสียงเบา “ทำไมต้องรู้ละเอียดขนาดว่าฉันมีเซ็กส์กับใครวันไหนเล่า”

 

“เพราะโอเมก้าชายจะท้องได้ก็แค่ตอนมีเซ็กส์ในช่วงฮีท ฉันถึงต้องถามวันนายมานับอายุครรภ์ไง” อธิบายไปก็นวดขมับตัวเองไป “แต่ไม่บอกก็ช่างเหอะ ใช้อัลตร้าซาวด์เอาก็ได้”

 

“มันต่างกันเหรอ”

 

“ต่าง แต่ถ้านายบอกว่าประมาณช่วงสองถึงสามเดือนก่อน เดาแล้วก็คงไม่ต่างกับที่อัลตร้าซาวด์ได้มาก” ฮานามากิหมุนเก้าอี้มามองหน้าโอเมก้า เท้าคาง “แล้ว… จะเอายังไงต่อ”

 

ดวงแก้วสีอ่อนเงยขึ้นสบมองเขา “…อะไรคือจะเอายังไงต่อ?”

 

ฮานามากิเข้าเรื่องทันทีไม่มีอ้อมค้อม “นายจะเก็บเด็กไว้ หรือว่าจะเอาออก”

 

สีหน้าโออิคาวะแสดงความตกใจ ฝ่ามือสองข้างเลื่อนไปกุมหน้าท้องของตนเองไว้ ปฏิกิริยาที่ฮานามากิสรุปสั้นๆ ว่า สัญชาตญาณโอเมก้า

 

“…เอาออกมันผิดกฎหมายไม่ใช่หรือไง”

 

“ก็ใช่” คนชวนแหกกฎยักไหล่ “และฉันก็ทำให้นายไม่ได้ด้วย แต่ถ้านายจำเป็น ฉันก็แนะนำสถานที่ปลอดภัยให้นายได้”

 

คู่สนทนาเม้มปาก “…คิดก่อนแล้วกัน”

 

“ตามใจ ถ้าอยากทำก็มาบอกแล้วกัน แต่อย่าให้นานมากไป เดี๋ยวจะทำไม่ได้” ฮานามากิยื่นมือไปตบไหล่เพื่อน สลัดคราบหมอออกเป็นการชั่วคราว “คิดให้ดีๆ ล่ะ ชีวิตนายทั้งชีวิตเลยเลยนะ”

 

“อืม…”

 

“ปีหน้ามีแข่งโอลิมปิกด้วย”

 

พ่อนักกีฬาทีมชาติไหวตัว ก้มมองหน้าท้องตัวเอง พึมพำรับ “อืม… ถ้าเก็บไว้ก็คงเล่นไม่ได้”

 

เพราะถ้ามีลูกในอีกปีข้างหน้า เขาก็ต้องเลี้ยงเด็ก จะปัดความรับผิดชอบด้วยการให้คนอื่นเลี้ยง โออิคาวะก็ทำไม่ลง ยังไม่นับเรื่องที่ร่วมซ้อมเตรียมความพร้อมก่อนแข่งไม่ได้อีก

 

โดยรวมแล้ว ถ้าเก็บเด็กไว้ ทีมก็ต้องรับรู้ และยังไงโออิคาวะก็คงโดนถอดออกจากตำแหน่งตัวจริงเป็นแน่แท้

 

และก่อนจะไปถึงจุดนั้น อย่างน้อยเขาคงต้องบอกคนที่บ้านก่อน

 

แล้วจะบอกอย่างไร ในเมื่อใครๆ ก็เข้าใจว่าเขาไม่มีคู่ ซ้ำยังไม่ได้แต่งงาน อุทิศทุ่มเทตนให้แต่กับวอลเล่ย์บอลเท่านั้น

 

ปัญหามากมายรออยู่เป็นกระบุงโกย

 

แต่เขากลับไม่มีความคิดอยากทำแท้งอยู่เลยแม้แต่น้อย

 

ฮานามากิเฝ้ามองเพื่อนนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง ท่าทางกำลังจมอยู่ในห้วงคิด เขาจึงเปิดปากเรียก “แล้วสรุปไปมีอะไรกับใครมา อย่าบอกนะว่าอุชิจิมะ”

 

สีหน้าคู่สนทนาเปลี่ยนไปในฉับพลัน หัวคิ้วสองข้างขมวดมุ่น ย่นจมูก “ฉันไม่มีนโยบายนอนกับคนในทีมเดียวกัน ยิ่งอุชิวากะจังยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย”

 

สองแขนยกขึ้นไขว้กันเป็นรูปกากบาท สื่อเป็นนัยว่า ไม่มีทาง

 

เห็นเพื่อนสีหน้าท่าทีดีขึ้นหน่อย หมอใหม่จึงหัวเราะ “เอ้า นึกว่าไปด้วยกันได้ดีเสียอีก เห็นข่าวอวยกันครึกโครม”

 

“ว่ากันไปเรื่อย เซ็ตเตอร์ระดับชาติอย่างฉัน จะเซ็ตให้ใครก็ดีทั้งนั้นแหละ”

 

“หลงตัวเอง”

 

“พูดความจริงต่างหาก”

 

ฮานามากิฟังแล้วขี้คร้านจะเถียงต่อ กลับไปเปิดแฟ้มคนไข้ จรดปากกาวางแผนการรักษา “แล้ว… ช่วงนี้อาเจียนบ่อยไหม”

 

“โหย มักกี้ ทำไมพูดจาเป็นงานเป็นการจัง”

 

“ฉันเป็นหมอนะ พูดจาซี้ซั้ว เดี๋ยวคุณเซ็ตเตอร์ระดับชาติเอาไปโวย เสียชื่อแย่” เขาตอบทีเล่นทีจริง ตีมาดนิ่ง ถามย้ำ “สรุปว่ายังไง ฉันจะจ่ายยาให้”

 

“ก็… บ่อย ทุกเช้านั่นแหละ”

 

“แล้วกินข้าวได้ไหมเนี่ย”

 

“เหมือนปกติทุกประการ!”

 

เบต้าผมสีอ่อนรับฟังแล้วพยักหน้า จรดตัวอักษรสุดท้ายเป็นอันเสร็จ “ถ้าอย่างนั้น ฉันจะจ่ายยาบำรุงไปให้นายสองตัว แล้วเดี๋ยวนัดมาติดตามอาการอีกสี่อาทิตย์” เขาเว้นช่วงไปพัก “ถ้านายยังเก็บไว้น่ะนะ”

 

“ได้เลย” โออิคาวะยัดแผ่นภาพอัลตร้าซาวด์ใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนยื่นมือออกไปรับแฟ้มจากเพื่อน แต่ฮานามากิกลับไม่ยอมปล่อยมือง่ายๆ

 

“ถ้าอ้วกเยอะ เพลีย ไม่มีแรง เวียนหัว หน้ามืด เป็นลม เลือดออกผิดปกติ ให้มาก่อน ไม่ต้องรอวันนัด เข้าใจไหม”

 

ครั้นเห็นคนไข้พยักหน้ารับ หมอจึงยอมปล่อยมือ บอกลากันเสร็จสรรพ โออิคาวะก็ตั้งท่าจะก้าวเท้าออกจากห้องตรวจ

 

ฮานามากิเอ่ยตามหลัง

 

“ไปบอกพ่อเด็กด้วยล่ะ”

 

โอเมก้าชะงักงัน ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า และเดินออกไปโดยไม่ตอบโต้อะไรแม้แต่คำเดียว

.

.

.

.

.

โออิคาวะ โทรุชำระค่าพยาบาล และรับยาเรียบร้อยแล้ว แต่เขายังคงไม่กลับบ้าน

 

เตร็ดเตร่ไปตามพื้นที่ในโรงพยาบาลขนาดเล็กตามประสาโรงพยาบาลนอกเมืองกรุง กระทั่งเจอกับร้านกาแฟ เขาจึงทิ้งตัวลงนั่งพัก สั่งกาแฟร้อนหนึ่งแก้วคู่กับแซนด์วิชกินต่างอาหารกลางวัน

 

ถอดแว่นและหมวกออก ไม่คิดจะปิดบังตัวตนอีกต่อไป อย่างไรเสียแค่เห็นหน้าค่าตา ก็ไม่ทำให้ใครรู้ได้อยู่แล้วว่าเขามาโรงพยาบาลเพราะอะไร

 

ความคิดที่ทำให้หวนกลับไปนึกถึงความจริงที่เพิ่งได้รับการยืนยัน

 

เขาท้อง

 

หลักฐานเป็นภาพถ่ายอยู่ในกระเป๋ากางเกง สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเพียงฝ่ามือ กำลังเติบโตอยู่ภายในตัวของเขา

 

พลาด

 

โออิคาวะรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาสำหรับการสร้างครอบครัว เขายังมีความฝันเป็นการพาทีมชาติญี่ปุ่นเข้าชิงแชมป์โอลิมปิก และกำลังจะได้ทำให้เป็นจริงในปีหน้า ด้วยตำแหน่งนักกีฬาตัวจริงพร้อมตีตั๋วเข้าโอลิมปิกอย่างเป็นทางการ ตอนนี้เส้นทางสู่ความฝันนั้นปูรออยู่แล้ว แต่เขากลับกำลังทำให้มันพังทลาย

 

ยังมีทางเลือกอยู่ไม่ใช่หรือ

 

ฮานามากิหยิบยื่นหนทางนั้นให้แล้ว แต่เขากลับไม่แน่ใจว่าควรจะรับไว้ดีหรือไม่

 

เอาเด็กออก

 

แต่เด็กไม่ได้ทำสิ่งใดผิด อาจผิดที่มาผิดเวลา แต่อันที่จริง นั่นคือความผิดของเขาเอง

 

ยกสองมือปิดหน้า ก่อนเลื่อนไปกุมศีรษะ ครุ่นคิดถึงทุกสิ่งที่ได้รับรู้ ก่อนนึกถึงประโยคสุดท้ายที่เพื่อนเก่ากล่าวเตือนก่อนแยกจากกัน

 

บอกพ่อของเด็ก

 

เพราะชีวิตนี้ไม่ใช่ของเขาแต่เพียงผู้เดียว ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเขาเท่านั้น แต่เพราะมีคนร่วมกันสร้างขึ้นมา

 

…ถึงจะไม่ได้ตั้งใจก็เถอะ

 

และ แน่นอน โออิคาวะรู้ว่าใครคือพ่อของเด็กคนนี้

 

เขาไม่ได้นอนกับอัลฟ่าเรื่อยเปื่อยรายทาง ขึ้นเตียงไปกับใคร ทำไมเขาจะจำไม่ได้

 

เพียงแต่… ไม่แน่ใจว่าควรจะบอกหรือไม่

 

เลื่อนฝ่ามือไปแตะหลังคอ สัมผัสผ่านปลายนิ้วเรียบเนียนไร้ร่องรอยการผูกพันธะ และนั่นยิ่งทำให้ใจเขาสั่นคลอน

 

ครุ่นคิดสะระตะอยู่พักใหญ่ จึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เลื่อนเปิดหน้าจอและกดโทรหาคนเดียวที่อยู่ในห้วงคิด

 

เสียงแหบแห้งปลายสายตอบกลับมา หัวใจเขายิ่งเต้นแรงขึ้น แม้จะตอบกลับไปด้วยเสียงสดใสดังปกติวิสัยก็ตามที

 

“ฉันไปหาเย็นนี้ได้หรือเปล่า อิวะจัง”

.

.

.

NEXT


 

A/N:

ตอนแรกเขียนให้มักกี้เป็นหมอสูติแล้ว ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าอายุเท่านี้นายยังเป็นไม่ได้นายนะเหย
ก็เลยลบและลดขั้นให้เป็นหมอทั่วไปค่ะ

รออีกสองสามปีค่อยจบบอร์ดนะมักกี้นะ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s