[HQ!!] AIEL: RESTART

RESTART
iwaoi. hq!! doctor au. pg. romance.
part of ‘an adventure in everyday life of goshiki tsutomu’ the series

.

.

.

ทุกจุดจบ

.

นำไปสู่การเริ่มต้นใหม่เสมอ

.

.

.

ช่วงกลางปี โรงพยาบาลดูคึกคักกว่าปกติ

 

ไม่ใช่แค่เพราะปริมาณคนไข้ที่เพิ่มมากขึ้นตามสภาพอากาศอันเอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค แต่ยังเป็นเพราะเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมคือช่วงเริ่มปีการทำงานสำหรับบุคลากรทุกแผนก นั่นหมายถึงการพบเจอกับบุคคลหน้าใหม่เดินว่อนทั่วทางเดิน

 

และแน่นอน ในจำนวนคนใหม่มากมายนั้น ย่อมมีใครสักคนโดดเด่นเป็นที่เล่าขานในกลุ่มคนเก่า

 

ปีนี้ก็เช่นกัน

 

“ได้ยินว่ามีอาจารย์ออโธมาใหม่ล่ะเธอ”

 

“อ๋อ ใช่ ได้ยินเพื่อนที่วนตอนนี้บอกมาเหมือนกัน”

 

บทสนทนาของเด็กสาวสองคนดังเข้าโสตประสาทศัลยแพทย์หนุ่มที่กำลังยืนต่อแถวซื้อกาแฟยามเช้า เขาไม่ได้มีเจตนาจะแอบฟัง แต่เสียงพวกเธอดังใช่ย่อย จึงไม่แปลกอะไรที่จะได้ยิน

 

เด็กผู้หญิงหนอเด็กผู้หญิง

 

สาวน้อยเจ้าของกลุ่มผมดำขลับยาวเหยียดตรงมีสีหน้าเคลิ้มฝัน ขณะเล่าต่อ “ได้ยินมาว่าหล่อมาก สูง หุ่นดี ยิ้มก็สวย ใจดีกับพวกเราด้วย”

 

เพื่อนสาวของเจ้าหล่อนพ่นลมหายใจพรืด ส่ายหัวดิกจนกลุ่มผมสั้นสีน้ำตาลส่ายไปมา “ผู้ชายออโธก็แบบนี้ เจ้าชู้ที่หนึ่ง”

 

“เธอจะว่าอาจารย์แบบนั้นไม่ได้นะ!”

 

“อ้าว พูดตามที่คิดนี่ ผิดตรงไหน เธอเองก็ไม่รู้เสียหน่อยว่าอาจารย์เป็นคนยังไงน่ะ!”

 

ไปๆ มาๆ ทั้งคู่ก็ถกเถียงกันเสียอย่างนั้น เขาฟังแล้วได้แต่นึกขำปนระอา ยื่นจับกาแฟอเมริกาโน่ร้อนที่สั่งไว้มาถือ บอกลาพนักงานที่พบหน้ากันทุกวันจนเคยคุ้น ก่อนหมุนตัวหมายเดินออก

 

ขณะสวนทางกับนักเรียนแพทย์ทั้งคู่ เขาเห็นพวกหล่อนค้อมศีรษะ ใบหูขึ้นสีแดงจัด คงเพิ่งตระหนักว่าพวกตนส่งเสียงดังนินทาอาจารย์ให้เขาฟัง แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ แค่ยกมือทักทายพวกหล่อนเท่านั้น

 

ก่อนจาก เขาทิ้งท้ายว่า

 

“อีกสิบห้านาทีพี่จะขึ้นไปที่วอร์ด อย่าสายล่ะ”

 

สีหน้าตกตะลึงของพวกเธอเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาเห็น แล้วอิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ ก็เดินออกจากร้านกาแฟไป

 

 

 

 

อิวะอิสึมิปฏิบัติงานในฐานะอาจารย์หมอแผนกศัลยกรรมมาได้สองปีกว่าแล้ว

 

มีความแตกต่างเล็กน้อยระหว่างการเป็นแพทย์ประจำบ้านกับอาจารย์ที่ทำให้เขาต้องปรับตัว แต่ก็เพียงแค่นิดหน่อยเท่านั้น เขายังคงต้องมาตรวจผู้ป่วยในเช้าเย็น ออกตรวจผู้ป่วยนอก เข้าห้องผ่าตัด เข้าเวรเช้าบ่ายดึก งานเบาลงเพราะตารางเวลาที่ยืดหยุ่นมากขึ้น แต่ก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นด้วย

 

ถึงกระนั้น เขาก็มีความสุขกับงานที่ตนทำอยู่ดี

 

ปัจจัยหนึ่งคงเป็นเพราะเพื่อนร่วมงาน ที่ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนเป็นแพทย์ประจำบ้าน ทำให้สนิทสนมและคุ้นเคยกันมาแต่ไหนแต่ไร

 

มีเพื่อนร่วมงานใหม่หมุนเวียนเปลี่ยนผันกันเข้ามา ทั้งที่อยู่แผนกเดียวกันและต่างแผนก แต่ทุกคนที่เขาพบเจอก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนดี ถึงมีความบาดหมางกันบ้าง ก็ให้อภัยกันได้รวดเร็ว

 

นับว่าเป็นโชคที่ทำให้ได้เจอคนดีๆ

 

ถึงนิสัยบางคนจะมีปัญหาชวนปวดขมับก็ตามทีเถอะ

 

อย่างเช่นนายโบคุโตะ โคทาโร่ เพื่อนร่วมภาคพลังล้น คนที่ถอดหมวกและหน้ากากผ่าตัดออก แล้วพูดเสียงดังสุดกำลังปอดว่า “ขอบคุณทุกคนมากนะ!!”

 

แค่ฟังก็รู้สึกฮึกเหิมระดับแก้วหูแทบแตก

 

เสียงหัวเราะคิกคักดังมาจากรอบด้านห้องผ่าตัด แว่วเสียงประสาน “ขอบคุณอาจารย์โบคุโตะกับอาจารย์อิวะอิสึมิสำหรับความเหน็ดเหนื่อยเหมือนกันนะคะ”

 

อิวะอิสึมิค้อมศีรษะเล็กน้อยตามมารยาท ยังไม่ทันได้พูดตอบอะไรก็โดนตีป้าบเข้าไหล่ซ้ายเต็มแรง

 

“อิวะอิสึมิ!” โบคุโตะโผล่หน้ามาพร้อมเสียงดังลั่น “ขอบใจนายมากนะที่มาช่วยฉัน”

 

“เรื่องเล็ก ถือว่าเก็บประสบการณ์” เขาว่าไปตามจริง เพราะการเข้าช่วยผ่าตัดใหญ่แต่ละครั้งก็ถือเป็นการฝึกฝนไปด้วย

 

นายเพื่อนผมขาวดำตบไหล่เขาอีกสองที นั่งลงปาดปากกาลงหน้ากระดาษพรืดเดียวก็ได้คำสั่งการรักษาหลังผ่าตัดไปเต็มหน้า แล้วจึงลุกมาสมทบกับเขาที่ยืนรออยู่ตรงประตูห้องผ่าตัด

 

เสียงจอแจจากทางขวามือเรียกความสนใจจากโบคุโตะได้ชะงัด นัยน์ตาโตราวนกฮูกหันไปตามที่มา เห็นกลุ่มนักเรียนสาวน้อยล้อมรอบอาจารย์ใกล้ชิดอย่างกับตามติดดาราอยู่ตรงประตูห้องผ่าตัดข้างๆ กัน ก็พ่นลมหายใจพรืด

 

ส่วนอิวะอิสึมิน่ะเห็นตั้งนานแล้วว่ามวลความวุ่นวายนั้นมีต้นกำเนิดมาจากใคร

 

“กลับมาทีก็เปิดตัวยิ่งใหญ่เอิกเกริกเหมือนเดิมแฮะ” เสียงโบคุโตะว่า

 

อิวะอิสึมิฟังแล้วขำ ยักไหล่หนึ่งที “เรื่องปกตินี่ แต่นายเองจะว่าเขาได้เหรอ โบคุโตะ”

 

“เฮ้! หมายความว่าไงน่ะ”

 

“ก็เสียงดังแบบนี้ไงเล่า” เขาย้อน ดันตัวเพื่อนออกเพราะเสียงชักดังระยะประชิดเกินเหตุ

 

ชั่วขณะหนึ่ง เขาสบประสานสายตาเข้ากับนายตัวเรียกความวุ่นวายที่ยืนห่างกันแค่ห้าเมตร เห็นรอยยิ้มในแววตา เสี้ยววินาที ก่อนละออกจากกัน

 

ช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น

 

“เฮ้” เพื่อนหมอศัลย์กอดไหล่เขา ดึงความสนใจ พาเดินหาห้องพักแพทย์ “เย็นนี้ว่างไหม ไปกินข้าวกัน”

 

พยักหน้า ยังไงเสียเขาก็ไม่ได้มีแผนการอะไรเป็นพิเศษอยู่แล้ว “ไปไหน”

 

“เนื้อย่าง!”

 

“ร้านเดิม?”

 

“ถูกต้อง!”

 

รับรู้ข้อมูลแล้วจึงผงกหัวรับ เป็นอันบรรลุข้อตกลง เท้าสองคู่ยังคงพากันเดิน ห่างไกลจากต้นเสียงจอแจของกลุ่มเด็กสาวกับอาจารย์ใหม่เข้าไปทุกที

 

“แล้วใครไปบ้าง” อิวะอิสึมิถามต่อ นึกขึ้นได้ว่าเพื่อนร่วมวงก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ

 

“ฉัน นาย” โบคุโตะชี้สลับไปมาระหว่างพวกเขาสองคน “คุโรโอะ โคโนฮะ ฮานามากิ ว่าจะชวนซาวามุระกับสึกะวาระไปด้วย นายว่าสองคนนั้นจะไปไหม”

 

เขาส่ายหัวแทนคำตอบว่าไม่รู้ เพื่อนสองคนนั้นมักจะหายตัวไปในเวลาเลิกงานเสมอ “ก็ลองชวนดู”

 

โบคุโตะมองหน้าเขาสักพัก ยักคิ้วหลิ่วตา “นายก็ชวนหมอนั่น…” พยักพเยิดไปทิศที่กลุ่มเสียงดังยืนอยู่เมื่อครู่ “ไปด้วยสิ ตั้งแต่กลับมายังไม่ได้เลี้ยงฉลองเลย”

 

คำตอบกลับไปแบบแทบไม่ต้องคิดซ้ำสอง

 

“ไม่ล่ะ”

 

“อ้าว ทำไมอะ”

 

“หมอนั่นไม่ว่าง” เขาว่า ไม่คิดแม้แต่จะบุ้ยใบ้ไปทางตัวคนถูกพูดถึง “เห็นว่าเย็นนี้ติดธุระกับเพื่อนในภาค หรืออะไรประมาณนั้น”

 

พวกเขาก้าวเท้าเข้าห้องพัก เสียงดังด้านนอกอันตรธานหายไปในที่สุด เหมาะแก่การเตรียมตัวพักผ่อนก่อนเข้าผ่าตัดต่อในอีกครึ่งชั่วโมง

 

เพื่อนหมอศัลย์ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้นวม จ้องเขาตาใสใคร่รู้ “นายดู… เหมือนไม่ค่อยคิดถึงหมอนั่นเท่าไหร่เลยปะ ทั้งที่เคยสนิทกันสุดๆ แท้ๆ”

 

อิวะอิสึมิจ้องกลับ เนิ่นนาน ก่อนยักไหล่ นั่งลงบนโซฟาบ้าง แล้วชิงหลับพักสายตาเสีย

 

ไม่ค่อยคิดถึงอะไรกันเล่า

 

แม้ในใจจะประท้วงเช่นนั้น แต่เขากลับไม่มีคำตอบใดๆ นอกจากความเงียบส่งกลับไป

 

 

 

ถ้าฉันกลับไป ขอเรื่องหนึ่งจะได้ไหม

 

 

 

ตกเย็น อิวะอิสึมิไปยังร้านปิ้งย่างเจ้าประจำกับบรรดาเพื่อนร่วมงาน

 

แต่ละคนก็คุ้นหน้าคุ้นตา เป็นเจ้าประจำแก๊งก๊งเหล้าแพทย์ชายโสดกันนั่นแหละ พวกเขาสนิทสนมกันมาตั้งแต่สมัยเป็นแพทย์ประจำบ้าน เมื่อเลื่อนลำดับขั้นเป็นอาจารย์ ก็ยังคบหาสมาคมกันดังเดิม มีนัดกินนัดเที่ยวก็ชวนกันไปทุกครั้ง ดังเช่นวันนี้

 

พวกเขาจองโต๊ะใหญ่ด้วยจำนวนประชากรร่วมโต๊ะทั้งสิ้นเจ็ดชีวิต สนทนาเสียงดังสลับกับปล่อยความเงียบครอบครองรอบด้านเมื่อเนื้อย่างสุกดี และต่างคนต่างคีบอาหารเข้าปาก ขณะที่เริ่มกินไปได้ไม่นาน ก็เห็นคนกลุ่มใหญ่หน้าตาเคยคุ้นเดินเข้าร้าน

 

“นั่นมันพวกออโธนี่” ฮานามากิ ทาคาฮิโระตั้งข้อสังเกต

 

กลุ่มแพทย์ชายฉกรรจ์เดินผ่านหน้าไป หนึ่งในนั้นมีคนรู้จักของพวกเขาจึงหยุดทักทายกันครู่หนึ่ง ส่วนอิวะอิสึมิแค่ยกมือทักทายพอเป็นพิธี แล้วก้มหน้าก้มตากินต่อ ไม่เอ่ยคำพูดใด

 

กิริยาที่สร้างความฉงนสงสัยต่อโบคุโตะ คุโรโอะและฮานามากิยิ่งนัก

 

“พวกนายทะเลาะกันเรอะ” นายหมอห้องฉุกเฉินถามขึ้นก่อน เมื่อเจ้าหมอใหม่ที่หยุดคุยกันเมื่อครู่เดินจากไปแล้ว

 

“ใช่ ใช่ ตั้งแต่กลางวันแล้ว ไม่เห็นจะคุยกันเลย” นายหมอศัลย์เสริมต่อทันที

 

ทางด้านโคโนฮะ อากิโนริ หมอสูตินรีเวชซึ่งเพิ่งมาทำงานได้ปีเดียวก็เกิดความฉงน “พวกนายรู้จักกันกับหมอออโธใหม่มาก่อนเหรอ”

 

“รู้จักกันนานนม หมอนั่นอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เป็นแค่ลูกเจี๊ยบนักเรียนแพทย์อยู่เลย” คุโรโอะว่า

 

“หนีเพื่อนไปเรียนที่อื่นสองปี ทิ้งกันได้ลงคอ” โบคุโตะต่อ

 

“ก่อนไปก็วุ่นวายส่งท้าย กลับมาก็ยังวุ่นวายเหมือนเดิมอีกต่างหาก” ฮานามากิทำท่าทีเหนื่อยใจ ก่อนยกเบียร์ขึ้นกระดก

 

“หมอนั่นไปเรียนที่อื่นก็เป็นสิทธิเขานี่” พ่อหมอศัลยกรรมคนจริงจัง ซาวามุระ ไดจิพูดด้วยน้ำเสียงขึงขังเป็นที่สุด พาให้สองตัวแสบคุโรโอะและโบคุโตะทำท่าทีจริงจังล้อเลียนอย่างไม่กลัวโดนคาดโทษ

 

เมื่อเห็นอิวะอิสึมินิ่งเงียบไม่มีปากเสียง สึกะวาระ โคชิจึงรับหน้าที่ดึงคนเงียบเข้าวงสนทนา “กิ๊กเก่าอิวะอิสึมิเขาล่ะ”

 

“เฮ้ย” ถ้อยความที่เรียกเสียงท้วงจากคนโดนพาดพิงได้ทันใด “ใช่ที่ไหนล่ะ สึกะวาระ”

 

“อย่าปฏิเสธเลย” สึกะวาระตบไหล่เพื่อนสองที “เรื่องนี้ขนาดโบคุโตะยังรู้ ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้น”

 

“ใช่ ใช่ ขนาดฉันยังรู้เลย!”

 

ซาวามุระขมวดคิ้ว จ้องหน้าเพื่อนร่วมแผนกอย่างหมายคาดคั้นหาความจริง “ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่อง”

 

“ก็นายมัวแต่หมกตัวอยู่กับหนังสือไง” คุโรโอะทำท่าทีเหนื่อยหน่ายเต็มประดา ขณะคีบเนื้อย่างสุกใหม่ขึ้นมาอีกชิ้น “เขาแซวกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง มีใครที่ไหนไม่รู้บ้าง”

 

อิวะอิสึมิฟังแล้วคิ้วกระตุก นี่แต่ละคนพูดกันอย่างกับเขาไม่มีตัวตนอยู่ตรงนี้ก็ไม่ปาน ปรายตามองนายคนพูดที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แล้วตัดสินใจกระโจนเข้าบทสนทนา “แฟนเก่าอย่างนายจะมาวิจารณ์คนอื่นได้เรอะ”

 

เท่านี้ ทุกสายตาก็พุ่งตรงไปยังคุโรโอะ เท็ตสึโร่โดยพลัน บทสนทนาเปลี่ยนทิศไปเป็นการซักถามความสัมพันธ์ในอดีตระหว่างพ่อหมอกระดูกรูปหล่อ กับนายหมอห้องฉุกเฉินตัวดี ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบกำกวมไปตามประสา ไม่ต่างอะไรกับที่เคยตกเป็นประเด็นซุบซิบเมื่อสองปีก่อนแม้แต่น้อย

 

สุดท้ายประเด็นหมอใหม่ก็ตกไป ทุกคนเปลี่ยนไปคุยเรื่องสัพเพเหระอื่นๆ ความสงบกลับมาสู่วงอาหารอีกครั้ง

 

อย่างน้อยก็สำหรับอิวะอิสึมิ

 

เขามองเลยไปยังโต๊ะใหญ่อีกโต๊ะที่อยู่ลึกเข้าไป เห็นกลุ่มหมอศัลยกรรมกระดูกนั่งสังสรรค์กันอยู่ไม่ไกล เสียงพูดคุยและหัวเราะแว่วมาให้ได้ยิน มีเสียงคุ้นหูปะปนมา

 

ละสายตา หันกลับมาสนใจวงสนทนาของตนเอง ไม่อ้อยอิ่งอยู่ที่หนุ่มผมน้ำตาลอีกต่อไป

 

 

 

ถ้าฉันกลับไป

เรามาเริ่มใหม่แต่แรกเลยได้ไหม

 

 

 

ชาวเมืองคนแล้วคนเล่าเดินผ่านหน้าเขาไป

 

อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะแหงนหน้ามองฟ้า แสงไฟส่องสว่างกลบแสงดาว มีเพียงความมืดมิดกระจายตัวเหนือศีรษะ เขาก้มหน้า ตัดสินใจมองพื้นชั่วขณะหนึ่ง ก็เงยขึ้นมองคนแปลกหน้าเดินขวักไขว่กันตามเดิม

 

เพื่อนร่วมงานของเขากระจายตัวกลับบ้านกันสักพักแล้ว แต่อิวะอิสึมิยังคงยืนอยู่หน้าร้านเดิม เมื่อมีใครสักคนถามขึ้นมาว่าทำไมถึงไม่กลับ เขาก็ให้เหตุผลว่าอยากอยู่รับอากาศด้านนอกอีกสักพักเท่านั้น

 

สึกะวาระกับฮานามากิมองเขาด้วยสายตารู้ทัน ส่วนคุโรโอะแสดงความคิดเห็นออกมาโดยไม่ปิดบัง

 

“จะอยู่รอเจ้านั่นก็บอกมาเหอะ”

 

ส่งสายตาดุจัดปรามคนรู้มาก ทั้งสามคนขำกึก แล้วก็บอกลาเขาไป

 

สุดท้ายจึงเหลืออิวะอิสึมิอยู่ตามลำพัง

 

มองนาฬิกา ใกล้เวลาปิดร้านเข้าไปทุกที ไม่รู้กลุ่มหมอกระดูกนั่นจะกินไปถึงเมื่อไหร่

 

บอกตัวเองให้รออีกแค่สิบนาที ถ้ายังไม่มีวี่แววจะออกจากร้านไวๆ นี้ เขาคงตัดสินใจกลับก่อน

 

รอ

 

นึกถึงข้อตกลงที่ทำกันไว้เมื่อปีที่แล้ว และย้ำชัดกันตั้งแต่ก่อนที่เจ้าคนตัวปัญหาจะตัดสินใจกลับมาทำงานที่เก่าชดใช้ทุนที่ขอไว้ เงื่อนไขสองสามข้อที่ฝ่ายนั้นตั้ง สรุปได้ใจความสำคัญสั้นๆ แค่หนึ่งคำ

 

รอ

 

เริ่มต้นใหม่ ให้เวลาทั้งตัวเองและอีกฝ่าย ไม่รีบร้อน และ… รอ

 

รอจนกว่าจะถึงวันที่ฝ่ายนั้นพร้อมจะวางใจในตัวเขาอีกครั้ง

 

เขาถอนหายใจ ไม่รู้ว่าต้องรอนานเท่าไหร่ แต่ก็โทษใครไม่ได้

 

ทำตัวเองทั้งนั้น

 

เสียงเซ็งแซ่ดังข้างตัว อิวะอิสึมิหันไปตามที่มา แพทย์ชายร่วมโรงพยาบาลเดียวกันจำนวนห้าหกคนกำลังก้าวออกจากร้าน เป็นสมาชิกกลุ่มหมอศัลยกรรมกระดูกที่มากินข้าวร้านเดียวกันนั่นเอง

 

สายตาของเขาตกลงยังคนที่เฝ้ารออยู่โดยอัตโนมัติ เห็นเพียงแผ่นหลังและท่าทางที่คล้ายกำลังบอกลาบรรดาเพื่อนร่วมภาค ใช้เวลาเบ็ดเสร็จห้านาที เจ้าตัวดีก็หมุนตัวมาส่งยิ้มแป้นให้เขา ก้าวยาวๆ สองก้าวก็หยุดลงตรงหน้าในที่สุด

 

“มารอกันจริงๆ ด้วย อิวะจัง”

 

อิวะอิสึมิพ่นลมหายใจพรืด กลอกตามองบน “ก็ใครมันไม่ยอมขับรถมาล่ะ”

 

“กลับทางเดียวกัน ใช้รถคันเดียวก็ประหยัดดีไม่ใช่หรือไง”

 

โออิคาวะ โทรุ เจ้าหมอกระดูกรายใหม่ที่ใครๆ ก็พูดถึงในช่วงนี้ยืนกอดอก พูดด้วยสีหน้าจริงจัง แต่มีรอยยิ้มกวนประดับอยู่บนใบหน้า ไม่มีทีท่ารู้สึกผิดหรือลำบากใจที่ปล่อยให้เขาต้องรอแม้แต่น้อย

 

กวนประสาท

 

ถือว่าถือไพ่เหนือกว่า จะทำยังไงก็ได้หรือไง

 

อดหมั่นไส้ไม่ได้ เลยดีดหน้าผากมันเข้าให้หนึ่งที ทนฟังเสียงโอดครวญพักใหญ่แล้วดันตัวออกจากกำแพง ก้าวนำกลับที่จอดรถของโรงพยาบาลซึ่งตั้งอยู่อีกฟากถนนไปก่อน

 

พอตั้งตัวทัน โออิคาวะก็รีบก้าวตาม บ่นหงุงหงิงไม่ขาดช่วง

 

“อิวะจัง รอกันด้วยซี่”

 

เขาหยุดเท้า ถอนหายใจอีกหนึ่งคำรบ “ก็รออยู่นี่ไง”

 

และจะรอต่อไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่ยอมให้รอ

 

นายหมอศัลยกรรมกระดูกหน้าหล่อตามทันในที่สุด พวกเขามองหน้ากัน ไม่มีใครพูดอะไร ก่อนจะเริ่มต้นก้าวเดินเคียงข้างกันไปช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบปกคลุมรอบตัว

 

ไม่มีการจับมือ ไม่มีสัมผัสแผ่วตามผิวเนื้อ สิ่งที่พอจะสัมผัสได้มีเพียงแค่ไออุ่นจากร่างที่กลับมาอยู่ข้างๆ กันอีกครั้ง

 

โอกาสสุดท้าย

 

เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ช้าๆ

 

…แต่หากการเริ่มใหม่ครั้งนี้จะนำไปสู่ก้าวสั้นๆ ที่มั่นคง เคียงคู่กันเรื่อยไปเช่นนี้

 

อิวะอิสึมิก็พร้อมแล้วที่จะเริ่มใหม่อีกครา

 

 

 

END


A/N:

ถือว่าปิดช่วงเด้นท์ของคู่นี้ เดินเข้าช่วงไทม์ไลน์ปัจจุบันโดยสมบูรณ์ค่ะ

slow burn กันไปเรื่อยๆ สไตล์คนไม่รีบร้อนนะคะ รู้ตัวอีกทีก็แก่เป็นลุงกันแล้วแน่ๆ —

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s