[HQ!!] AIEL: LAST

LAST
iwaoi. hq!! doctor au. pg. romance.
happy birth day oikawa 17.07.20!! :))
part of ‘an adventure in everyday life of goshiki tsutomu’ the series
(เหตุการณ์นี้ดำเนินต่อมาจากช่วง NEBULA ค่ะ)

.

.

.

สิบเจ็ดนาฬิกา ยี่สิบกรกฎาคม

 

อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะบอกลาลูกศิษย์ที่พากันก้าวเท้าออกจากแผนกผู้ป่วยในศัลยกรรม ขณะควานหาโทรศัพท์มือถือ คว้าออกจากกระเป๋ากางเกง แล้วหยุดยืนจ้องมองหน้าจอ

 

นิ้วโป้งแตะปุ่มเปิด เลื่อนหาโปรแกรมสนทนาออนไลน์ พบสัญลักษณ์สีเขียวที่ตามหา

 

ครุ่นคิด ชั่งใจ กดเข้าไป ไถจนพบชื่อคนที่ต้องการอย่างรวดเร็ว

 

โออิคาะ โทรุส่งข้อความล่าสุดมาเมื่อตอนเก้านาฬิกา เป็นการรัวคำพูดสลับกับสติกเกอร์ เนื้อความเล่าถึงเคสที่ได้พบเจอขณะอยู่เวรเมื่อคืน ถึงจะฟังดูยุ่ง แต่เจ้าตัวก็ท่าทางมีความสุขดี

 

เขากดแป้นพิมพ์ ร้อยเรียงข้อความ หนึ่งคำ สองคำ กดลบ เริ่มต้นพิมพ์ใหม่

 

ขยี้ผมตัวเอง หลังลบข้อความไปเป็นรอบที่ห้าก็ชักรู้สึกไม่เข้าท่า กับแค่ทักไป ทำไมจะต้องทำให้เป็นเรื่องยาก

 

ตัดสินใจเด็ดขาด พิมพ์ข้อความรวดเดียวจบ แล้วกดส่ง

 

‘เลิกงานหรือยัง’

 

หลังส่งไปไม่ทันถึงห้าวินาที ข้อความเล็กๆ ปรากฏหลังกล่องข้อความของเขา บ่งบอกว่าปลายทางอ่านแล้ว

 

ชายหนุ่มขมวดคิ้ว เร็วไปไหม

 

ไม่ทันได้สงสัยนาน เนื้อความตอบกลับเด้งขึ้นรวดเร็ว

 

‘เลิกแล้ว เหนื่อยมากเลยล่ะะะ’ แค่อ่านก็เหมือนได้ยินเสียงโอดครวญทะลุมา ยิ่งมีอีโมติค่อนงอแงเด้งตามหลัง ยิ่งรู้สึกเหมือนเห็นโออิคาวะโวยวายอยู่ตรงหน้านี้เอง

 

อิวะอิสึมิออกเดิน ก้าวยาวๆ ตรงไปหาลิฟท์ นิ้วกดตอบ ‘เย็นนี้ทำอะไร’

 

‘กินข้าว แล้วกลับไปนอนล่ะมั้ง วันนี้ยุ่งมากเลย อิวะจัง ขอกำลังใจหน่อยสิ’

 

ทำตัวเป็นเด็กไปได้ ถึงจะบ่นเช่นนั้นในใจ แต่เขากลับยิ้ม บานประตูลิฟท์เปิดออก สองขาพาตัวเองเดินไปยังที่หมายอย่างชำนาญทาง ตามประสาคนทำงานที่เดิมมานานจนคุ้นชิน

 

‘ไปนอนไป ไอ้บ้า’

 

พิมพ์จบแล้วยัดมือถือเข้ากระเป๋ากางเกง หยิบเอากุญแจรถขึ้นมาถือ โทรศัพท์สั่นครืดไม่หยุดด้วยข้อความที่เดาได้ไม่ยากว่าโออิคาวะระดมส่งมา แต่เขาไม่สนใจ ไขกุญแจเปิดรถ ก้าวขึ้นที่นั่งคนขับ สำรวจความเรียบร้อยและสัมภาระ ก่อนจะเดินเครื่อง ขับรถออกจากที่จอด

 

เป้าหมายการเดินทางคือเซ็นได

 

 

 

 

 

เขาไม่ได้พบกับโออิคาวะมาหนึ่งปีแล้ว

 

ตั้งแต่นายหมอศัลยกรรมกระดูกเดินทางไปเรียนต่อยอดที่สถาบันในโทโฮคุ พวกเขาก็ติดต่อกันผ่านทางโทรศัพท์เท่านั้น อิวะอิสึมิเลื่อนระดับขึ้นเป็นอาจารย์แพทย์ปีแรก มีเรื่องต้องปรับตัวเพิ่มเติม ส่วนโออิคาวะยิ่งแล้วใหญ่ ต้องปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ สถานะใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่ ต่างคนต่างยุ่ง บางครั้งไม่ได้คุยกันเป็นอาทิตย์ถึงเกือบเดือนก็ยังมี

 

อิวะอิสึมิรู้และเตรียมใจไว้แล้วว่าหนทางระหว่างสองปีนั้นยากลำบาก ดังนั้นเหตุการณ์นี้จึงไม่ได้ทำให้เขาหนักใจนัก

 

ถือว่าดีด้วยซ้ำที่อย่างน้อยเขาก็ยังได้พูดคุยกันอยู่

 

ไม่ปฏิเสธว่าระยะทางทำให้เขาหวั่นใจ คิดไปว่าโออิคาวะอาจได้พบคนอื่นแล้ว ในขณะที่เขายังคงปักใจกับคนเดิม แม้จะมีผู้คนผ่านเข้ามาในชีวิตเพิ่มขึ้นทุกวันก็ตาม

 

แต่โออิคาวะก็ยังคงติดต่อกับเขาสม่ำเสมอ ไม่ได้ห่างเหินไป

 

นั่นทำให้เขาพอจะสบายใจขึ้นบ้าง

 

ถึงกระนั้น เขาก็ยังคงตั้งมั่นที่จะทุ่มเทและชดเชยในสิ่งที่ตนเคยทำผิดพลาดไปอย่างเต็มที่อยู่ดี

 

อาทิตย์ดับแสงลงนานแล้ว ท้องนภาจึงถูกฉาบด้วยสีดำแห่งยามราตรี ประดับประดาด้วยแสงสีเหลืองสว่างจากดาวน้อยใหญ่ และดวงจันทร์ที่เผยโฉมเด่นกลางฟ้ากว้าง

 

เหลือบมองเวลา ยี่สิบสองนาฬิกา มองแผนที่บนโทรศัพท์ที่ถูกนำออกมาใช้ต่างเครื่องนำทาง อีกไม่นานคงถึงที่หมาย เขาตัดสินใจเลี้ยวรถจอดหน้าร้านสะดวกซื้อ ซื้อกาแฟกระป๋องดื่มบรรเทาความง่วง ตุนขนมอีกปริมาณหนึ่ง จึงเริ่มขับรถต่อไป

 

หัวใจเริ่มเต้นแรง คิดจินตนาการไปต่างๆ นานา ถ้าผิดไปจากแผนที่วางไว้ ถ้าเกิดไม่ได้รับการต้อนรับขึ้นมา…

 

เสียงสัญญาณจากโทรศัพท์แผดลั่น บอกให้รู้ว่าถึงจุดหมายในที่สุด เขาหลุดออกจากภวังค์ จอดรถโดยอัตโนมัติ

 

หยุดลงหน้าอพาร์ทเม้นต์แห่งหนึ่งใกล้เขตมหาวิทยาลัย สำรวจชื่อจนมั่นใจว่าใช่สถานที่ที่ต้องการมา จึงหาที่จอดรถ แล้วก้าวลง คว้าเอาถุงขนมติดมือไปด้วย เดินไปยังประตูทางเข้า

 

ก่อนย่างเท้าเข้าตัวอาคาร อิวะอิสึมิก้มมองนาฬิกา ยี่สิบสามนาฬิกาสิบห้านาที

 

ยังมีเวลา

 

สูดลมหายใจจนเต็มปอด แล้วตามหาหมายเลขห้องที่ท่องไว้ในใจ

 

ฝ่ามือเริ่มชื้นเหงื่อ เขากำมือ แบมือ กำใหม่ คลายออก กระทั่งหยุดหน้าห้องของโออิคาวะ โทรุในที่สุด

 

ถอยไม่ได้

 

ตั้งใจเดินทางมาจนถึงตรงนี้ แล้วจะมากลัวอะไรอีก

 

กดออดข้างประตู ตัวเขาเองไม่ได้ยินเสียงใดๆ ทั้งสิ้น แต่คาดว่าคนในห้องคงได้ยิน

 

ไร้ปฏิกิริยาตอบรับ

 

ลองกดดูอีกครั้ง และอีกครั้ง จนถึงรอบที่สี่ จึงมีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้น บานประตูเปิดออก เผยให้เห็นเงาร่างของคนที่เขาตั้งใจมาพบ

 

“ใครน่ะ คามาซากิเหรอ นี่มันดึกมาก…”

 

ถ้อยความขาดหาย ความตกใจฉายชัดแทนที่ โออิคาวะ โทรุในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้น ผมเผ้ายุ่งเหยิง จับจ้องเขาราวกับเห็นตัวประหลาด

 

อิวะอิสึมิยิ้มแห้ง ยกมือซ้ายขึ้นโบกทักช้าๆ “ว่าไง”

 

“อิวะจัง!” โออิคาวะตะโกนลั่น ก่อนจะหยุดอ้าปากพะงาบสามสี่ที แล้วปล่อยคำพูดรัว “ทำไมถึงมาอยู่นี่ได้ล่ะ มายังไง มากับใคร แล้วทำไมมาตอนนี้ นี่มันจะเที่ยงคืนแล้วนะ มีธุระเหรอ หรือว่ามีอะไรด่วนแถวนี้…”

 

“เฮ้ย” เขาปราม ดีดหน้าผากคนกำลังตื่นเต้นเข้าให้ที “เสียงดัง เดี๋ยวคนอื่นตื่นหมด ให้เข้าไปก่อนแล้วค่อยตอบได้ไหม”

 

เจ้าของห้องเบี่ยงตัวหลบทันใด เปิดทางให้เขาเข้าห้อง อิวะอิสึมิก้าวเข้าไป ปิดประตู เงยหน้าขึ้นก็พบกับดวงตาวาวใสของโออิคาวะ

 

ไม่ได้พบหน้ากันนาน เขาจึงไล่เรียงเก็บรายละเอียดความเปลี่ยนแปลง ผมของโออิคาวะยาวขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าตอบลง คงเป็นเพราะความยุ่งเหยิงของการเรียนทำให้ไม่ได้ดูแลตัวเองเท่าที่ควรกระมัง

 

“อิวะจัง”

 

แม้แต่น้ำเสียงยังแปร่งหู ถึงจะได้ยินผ่านโทรศัพท์เป็นครั้งคราว แต่ก็ยังแตกต่างจากการได้ยินชัดๆ แบบนี้

 

อาการหนักแล้ว อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ

 

“โออิคาวะ”

 

“ตกลงแล้วอิวะจังมาทำไมน่ะ แล้วมายังไง…”

 

เขาหยิบของออกจากถุงพลาสติก ขัดคนพูดด้วยการยัดใส่มือเสีย “ฉันเอามาให้”

 

โออิคาวะกะพริบตาปริบ ก้มมองของในมือ สลับกับเงยหน้าขึ้นมองเขา “หา”

 

“ก็บอกว่าให้ ขนมปังนม ชอบไม่ใช่หรือไง” เขาจิ้มซองที่อยู่ในมืออีกฝ่าย ก่อนจะยกถุงร้านสะดวกซื้อทั้งถุงขึ้นมา “ซื้อมาให้”

 

“ก็ใช่หรอก แต่นี่มันเยอะไปหรือเปล่า” ส่องดูขนมทั้งหมดในถุง เห็นว่ามีขนมปังอยู่ประมาณห้าซองได้ เงยหน้าขึ้นมองอิวะอิสึมิ “แล้วก็ไม่เห็นต้องซื้อจากโตเกียวมาให้ถึงนี่…”

 

“สุขสันต์วันเกิด”

 

“…หา”

 

หมอศัลยกรรมยกมือขึ้นขยี้ผม เหลือบมองคนตรงหน้า พูดออกไปแล้ว “วันนี้วันเกิดนายนี่ ฉันเลย… ตั้งใจมาอวยพร ก็เลยต้องมาถึงนี่”

 

รู้หรอกว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมเป็นตัวเองเลย แถมยังดูลำบากลำบนเกินตัว อีกทั้งถ้ามาไม่บอกกล่าวแล้วโออิคาวะไม่ต้อนรับ ก็ถือว่ามาเสียเที่ยว

 

แต่เขาก็อยากจะทำ

 

โออิคาวะดูจะไม่เชื่อหูตัวเอง “อิวะจัง… มาเพื่ออวยพรวันเกิดฉันแค่นี้น่ะเหรอ”

 

“เออ”

 

“แล้วมายังไง”

 

“ขับรถมา”

 

“คนเดียว?”

 

“คนเดียว”

 

“อิวะจัง นั่นมันอันตรายมากนะ!” โออิคาวะอุทาน “ถึงจะคิดถึงคุณโออิคาวะมากขนาดไหนก็ต้องดูแลตัวเองด้วย–”

 

ไอ้นี่มันน่ารำคาญเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน

 

เขาดั้นด้นมาหาถึงที่ ยังจะเอาแต่พูดจากวนประสาท

 

“งั้นกลับล่ะ!”

 

พอเห็นเขาทำท่าจะหมุนตัวออกจากห้อง โออิคาวะก็รีบกอดแขนเขาไว้ ยื้อยุดไม่ให้ได้ก้าวออกไปได้ “เดี๋ยวซี่! จะมาแล้วกลับเลยแบบนี้ได้ยังไงกัน แถมนี่มันเที่ยงคืนแล้วนะ”

 

“เที่ยงคืนก็ขับกลับได้ว้อย!”

 

“ไม่เอาแบบนั้นสิ! พูดไม่เข้าหูนิดหน่อยทำเป็นงอนอีกแล้ว”

 

“งอนอะไรวะ ไม่ได้งอน!”

 

“แบบนี้แหละเรียกว่างอน!”

 

ขี้คร้านจะเถียงต่อไม่จบไม่สิ้น เลยสะบัดแขนออกหนึ่งที เจ้าตัวยุ่งก็หลุดออกไป ยืนทำหน้าหมาหงอยอ้อนวอนให้เขาอยู่ต่อแทน

 

แล้วอิวะอิสึมิจะไปทำใจก้าวออกได้ยังไง

 

“…เออๆ ไม่ไปไหนน่า”

 

โออิคาวะยิ้มกว้าง เสมือนโลกสว่างสดใสขึ้นทันตาเมื่อได้รับคำตอบน่าพอใจ

 

ความเงียบปกคลุมบรรยากาศรอบกายอยู่พักใหญ่ แต่กลับไม่น่าอึดอัดสักเท่าใดนัก โออิคาวะเดินนำเขาเข้าไปในตัวห้องชุด พาไปจนถึงโต๊ะเก้าอี้ในห้องครัว เชื้อเชิญให้เขานั่ง ส่วนตัวเองก็หยิบน้ำเปล่าให้เขาหนึ่งแก้ว

 

พวกเขานั่งตรงข้ามกัน จับจ้องใบหน้าของกันและกัน เนิ่นนาน ก่อนที่โออิคาวะจะเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาอีกครั้ง

 

“…อิวะจัง มาเพื่อสุขสันต์วันเกิดฉันอย่างเดียวจริงๆ น่ะเหรอ”

 

“ก็ใช่น่ะสิ”

 

“แล้วพรุ่งนี้ก็ต้องกลับไปทำงานงั้นสิ”

 

เขาส่ายหัว “เปล่า ฉันลา… สองวัน พรุ่งนี้กับมะรืน”

 

โออิคาวะทำตาโต “ถึงกับต้องลาเลยเหรอ”

 

“แหงสิวะ กว่าจะขับมาถึง อีกอย่าง…” อิวะอิสึมิอึกอัก ชักเริ่มรู้สึกร้อนที่ใบหู “ถ้า… พรุ่งนี้นายว่าง ฉันว่าจะชวนไปกินข้าวเย็น…”

 

“เห” โออิคาวะยื่นหน้าเข้าใกล้ ยิ้มเผล่ “ชวนฉันไปเดทเหรอ”

 

เขาดันหัวเจ้าของห้องออก หน้าเห่อร้อนขึ้นมา “เลี้ยงวันเกิด”

 

“พรุ่งนี้ก็เลยวันแล้วนี่!”

 

“จะกินไม่กิน”

 

โออิคาวะทำหน้ามุ่ย ถอยกลับมานั่งกอดอก “กินสิ อิวะจังอุตส่าห์ออกปากจะเลี้ยงทั้งที”

 

พองแก้ม ทำท่าทีไม่พอใจเป็นเด็กน้อย ไม่ต่างอะไรจากที่เคยพบเห็น

 

เขาเห็นแล้วหมั่นไส้ เลยยื่นมือออกไปบีบแก้มคนตรงหน้าเข้าให้ทีหนึ่ง เรียกเสียงประท้วงโวยวายดังตามมา

อบอุ่นไปทั้งใจเพียงแค่ได้อยู่ข้างกันอีกครั้ง

 

อิวะอิสึมิรู้ว่าตนคิดถึงโออิคาวะ

 

แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะคิดถึงได้เพียงนี้

 

“…ฉันคงเป็นคนสุดท้ายที่บอกสุขสันต์วันเกิดนาย” พึมพำ ก่อนดึงมือกลับมา

 

“อืม… ก็ใช่” โออิคาวะว่า “มาถึงตอนห้าทุ่มครึ่งมันก็ต้องเป็นคนสุดท้ายอยู่แล้วล่ะ อิวะจัง”

 

“โทษที”

 

นายหมอศัลยกรรมกระดูกขมวดคิ้วมุ่น “ขอโทษเรื่อง?”

 

“ที่มาเป็นคนสุดท้าย”

 

โออิคาวะนิ่งงันไป ก่อนจะยื่นมือมากอบกุมมือเขาไว้ ส่งผ่านไออุ่นอันแสนคิดถึง

 

“ดีแล้วล่ะ” เจ้าตัวยุ่งพูดเสียงแผ่ว ลูบหลังมือเขาเบาๆ “…เพราะฉันอยากให้อิวะจังเป็นคนสุดท้ายของฉัน”

 

อิวะอิสึมิสัมผัสได้ถึงเนื้อความที่ซุกซ่อนอยู่ในประโยคนั้น

 

หัวใจเต้นรัว ใบหูสองข้างรวมทั้งใบหน้าแดงจัด แต่เขาก็ยิ้มตอบ จับมืออีกฝ่ายแน่น ไม่อยากจะปล่อยให้หายไปจากชีวิตอีก

 

เพราะอิวะอิสึมิเองก็อยากให้โออิคาวะเป็นคนสุดท้ายในชีวิตของเขาเหมือนกัน

.

.

.


A/N:

ก่อนอื่น สุขสันต์วันเกิดนะโออิคาวะ!

ตอนนี้เป็นตอนที่ต่อเนื่องมาจาก NEBULA ทั้งห้าตอนค่ะ หนึ่งปีหลังจากที่โออิเดินทางไปเรียนต่อแล้ว และอิวะจังก็เลื่อนขั้นจากแพทย์ประจำบ้านไปเป็นอาจารย์หมอ ก็ห่างๆ กันไปแต่ยังติดต่อทางโทรศัพท์เหมือนเดิมล่ะนะ

และเป็นตอนจบสำหรับซีรี่ส์อันยาวนาน– ไม่ใช่ค่ะ เป็นตอนสุดท้ายสำหรับเนื้อเรื่องเอยูหมอในช่วงก่อนที่ทั้งคู่จะเป็นสต๊าฟและเข้าสู่ไทม์ไลน์ปัจจุบันนั่นเอง ‘ v ‘)/

จริงๆ แล้วตอนนี้เป็นตอนที่ไล่ยาวต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ FIRST ที่เป็นวันเกิดอิวะจัง จน NEBULA แล้วก็ LAST เลย
เรียกว่าเป็นโปรเจคท์วันเกิดทั้งคู่ก็ได้ค่ะ ฮา

แล้วพบกันใหม่กับตอนต่อไปนะคะ u v u),,

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s