[HQ!!] AIEL: NEBULA (5)

NEBULA
iwaoi. hq!! doctor au. pg-13. romance, angst.
part of ‘an adventure in everyday life of goshiki tsutomu’ the series

.

.

.

(5)
( | | )

.

.

.

“อาหารที่สั่งได้แล้วจ้า”

 

เสียงของแม่ค้าร้านประจำห้องอาหารพนักงานมาพร้อมกับรอยยิ้ม แต่เสียงที่ได้ยินกลับผ่านเข้าหูซ้ายทะลุออกหูขวาของอิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ เมื่อทุกโสตประสาทของเขาพุ่งตรงไปยังร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างกัน

 

โออิคาวะ โทรุกำลังสั่งข้าวกลางวันของตนโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองเขา เอาแต่จ้องหน้าคนขายราวกับมีอะไรน่าสนใจนักหนาอยู่บนนั้น

 

เสียงเรียกชื่อเขาดังเป็นรอบที่สาม อิวะอิสึมิจึงยื่นมือรับจานอาหาร หันและเดินไปหาโต๊ะนั่ง โดยไม่ได้เอ่ยปากทักโออิคาวะแต่อย่างใด

 

ในเมื่ออีกฝ่ายยังไม่มีทีท่าอยากเริ่มบทสนทนากับเขา อิวะอิสึมิก็ไม่อยากดึงดัน เกรงว่าการบีบบังคับจะส่งผลให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งกว่าเก่า

 

…แต่จะแย่ลงไปกว่านี้ได้อีกหรือ เพราะทุกวันนี้พวกเขาก็เหมือนคนไม่เคยรู้จักกันอยู่แล้ว

 

ผ่านไปหนึ่งเดือนนับจากวันที่เขาบอกทุกคนว่าตนไม่มีพันธะผูกพันใดๆ กับผู้หญิงคนไหนทั้งสิ้น โออิคาวะก็ยังคงเลี่ยงการพูดคุยกันอยู่ มิหนำซ้ำ เจ้าตัวยังยืนยันหนักแน่นกับเพื่อนฝูงว่าจะไปโรงพยาบาลอื่น หลังจบจากที่นี่ก็จะไปแน่นอน

 

…ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง

 

แต่อย่างน้อยอิวะอิสึมิก็ได้ลองพยายามทำอะไรสักอย่างแล้ว แม้ว่าอาจจะสายเกินไปก็ตามที

 

เขานั่งโต๊ะเล็กมุมห้องตามลำพัง วันนี้เลิกตรวจช่วงเช้าช้ากว่าชาวบ้านเขาจึงไม่มีเพื่อนกินมื้อเที่ยงไปตามระเบียบ เขาตั้งใจจะรีบกินรีบกลับไปทำงาน ไม่ได้สนใจมองรอบข้างแต่อย่างใด

 

มัวแต่มองจานข้าว จึงไม่ทันสังเกตเห็นใครบางคนเดินตรงมาหา รู้ตัวอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงครืดของเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม จึงเงยหน้าขึ้นตามต้นเสียง

 

โออิคาวะ โทรุทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามเขาอย่างถือวิสาสะ ไม่มีคำพูดเอ่ยทักทาย มีแต่สายตานิ่งเรียบที่มองมาชั่วครู่ แล้วก้มมองจานอาหาร ไม่สบตาเขาอีกต่อไป

 

อิวะอิสึมิคิดว่าตัวเองอาจตาฝาด ชั่วขณะหนึ่งเขานึกว่าตนกำลังฝันกลางวัน กระทั่งตระหนักว่าเหตุการณ์นี้เป็นความจริง จึงลองนึกหาเหตุผลที่อยู่ดีๆ โออิคาวะก็เดินมาร่วมโต๊ะอาหารเดียวกัน เหตุผลแรกที่คิดออกคือไม่มีโต๊ะอื่นว่าง แต่ลองมองรอบตัวแล้วก็ไม่เห็นจะเป็นเช่นนั้น

 

เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่

 

นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้นั่งกินข้าวกันสองคนแบบนี้

 

ถึงกระนั้น วันนี้กลับไม่รู้สึกเหมือนวันวาน ไม่มีความอบอุ่นและความสุขยามได้หยอกล้อถกเถียง มีแต่ความเงียบอันน่าอึดอัดเมื่อไม่มีใครพูดอะไรต่อกัน

 

ในอดีตไม่เห็นคุณค่าของช่วงเวลาเล็กน้อยแบบนี้ ตอนนี้ถึงได้แต่หวนคิดถึงสิ่งที่เคยมีและปล่อยให้หลุดมือไป

 

น่าสมเพชเหลือเกิน

 

แต่หากคิดอีกแง่ว่านี่อาจเป็นโอกาสอันดีที่เขาจะได้ขอแก้ตัวใหม่ ก็ไม่ควรปล่อยหลุดลอยไปอีกใช่ไหม

 

“โออิคาวะ…”

 

เจ้าของชื่อเหลือบตาขึ้นมองเขา แล้วหลบเลี่ยงแทบจะในวินาทีเดียวกัน

 

ใจเขาหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่ม

 

หลงคิดว่าอาจสบโอกาส แต่เข้าข้างตัวเองเกินไปใช่ไหม

 

ไม่มีเสียงใดตอบรับกลับมา พวกเขาปล่อยให้ความเงียบปกคลุมบรรยากาศโดยรอบ เวลาผ่านไปนานเท่าไรอิวะอิสึมิไม่รู้ แต่ช่างเป็นช่วงเวลาแสนอึดอัดใจที่ยาวนานราวชั่วกัปชั่วกัลป์ในความรู้สึกของเขา

 

“…อืม”

 

เสียงตอบรับแสนสั้น แต่ส่งผลราวหยดน้ำลงบนผืนดินแห้งผาก ชุ่มชื่นใจคนฟังจนนึกว่าฝันกลางวัน

 

โออิคาวะเงยหน้าขึ้นมองเขา นัยน์ตาราบเรียบไร้ความรู้สึกดังเดิม แต่อย่างน้อยก็ไม่หลบลี้หนีหน้ากันอีกต่อไป

 

“นาย…” อิวะอิสึมิพยายามเค้นหาคำพูด “…สบายดีไหม”

 

โอกาสมาทั้งที กลับนึกออกแต่ประโยคสุดธรรมดาแถมสิ้นคิดสุดๆ ขึ้นมาเสียได้

 

ใช้ได้ที่ไหน อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ

 

คู่สนทนาเลิกคิ้วสูง เงียบไปอีกพักใหญ่ถึงยอมตอบ “…สบายดี”

 

“…ดีแล้ว”

 

“อืม…”

 

เงียบ

 

“…เคสเมื่อเช้าเยอะหรือไง”

 

“…นิดหน่อย แต่…” โออิคาวะเริ่มเท่านั้น แล้วเงียบเสียงลงไป

 

เขาเฝ้ารอ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ รัวเร็วสลับกับหยุดนิ่ง ราวกับสามารถหยุดเต้นลงได้ง่ายๆ ในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง

 

โออิคาวะ โทรุในตอนนี้มีอิทธิพลต่อเขาถึงขนาดนั้น

 

“…แต่?”

 

“ฉัน…” โออิคาวะสูดลมหายใจเข้าลึก “…ตั้งใจมาเจอนาย”

 

เป็นคำตอบที่ไม่คาดคิดว่าจะได้รับแม้แต่น้อย

 

“มาเจอฉัน…?”

 

โออิคาวะพยักหน้าหนึ่งที ดวงตาจับจ้องเขา และเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นความหวั่นไหวแฝงซ่อนอยู่ในแก้วตาสีอ่อนคู่นั้น

 

คล้ายทุกอย่างหยุดนิ่งไปพักใหญ่ เหตุการณ์ใดๆ รอบข้างล้วนแล้วแต่ไม่อยู่ในความสนใจอีกต่อไป อิวะอิสึมิหยุดลมหายใจของตนโดยไม่รู้ตัว เฝ้ารอคำพูดต่อมาที่จะเล็ดลอดผ่านริมฝีปากของโออิคาวะ

 

“ฉัน…”

 

ฉับพลันเมื่อโออิคาวะเริ่มเปิดปาก เสียงโทรศัพท์มือถือกรีดร้องแทรกหว่างกลาง ดับทุกคำพูดที่จะตามมาในทันใด

 

บัดซบ!

 

อิวะอิสึมินึกสบถก่นด่าโทรศัพท์มือถือของตัวเองอยู่ในใจ ไม่รู้ว่าเผลอออกเสียงจริงด้วยหรือไม่ เขาเห็นผ่านหางตาว่าโออิคาวะเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง หยุดพูดกลางทางเอาดื้อๆ ขณะที่เขาลนลานรับสายด้วยความร้อนรนปนหงุดหงิดใจ

 

ดังตอนไหนไม่ดัง!

 

ชายหนุ่มตอบรับห้วนสั้น เสียงปลายสายตะกุกตะกักขณะรายงาน “รุ่นพี่อิวะอิสึมิ เคสคุณยายแผลที่เท้าหัวใจหยุดเต้นครับ!”

 

เรื่องใหญ่อีกต่างหาก!

 

เขาผุดลุกจากที่นั่ง ปากบอกให้รุ่นน้องตั้งสติแล้วทำตามแนวทางการกู้ชีพ ให้คำมั่นในการเร่งรุดไปถึงที่หมายโดยไว ก่อนวางสาย เหลือบตาไปเห็นโออิคาวะยังคงจดจ้องเขา

 

ฝ่ามือกร้านขยี้ผมตัวเองอย่างยุ่งยากใจ นึกหาคำอธิบาย “ขอโทษที คือ…”

 

“ไม่เป็นไร” นายหมอกระดูกตอบทันควัน “ไปเถอะ ฉันเข้าใจ วอร์ดต้องการนาย”

 

“ไว้… ไว้คราวหน้า” เขาว่า คาดหวังว่าจะยังคงมีโอกาสหน้า

 

โออิคาวะพยักหน้า โบกมือไล่ให้เขารีบไป ส่วนตนหันกลับไปกินข้าวเหมือนเดิม

 

ท้ายที่สุดอิวะอิสึมิก็จำต้องก้าวเท้าไวๆ ออกไปจากห้องอาหาร ห่างไกลจากโออิคาวะออกไปเรื่อยๆ ในใจหนักอึ้ง ไม่แน่ใจนักว่าพลาดจากโอกาสอันดีในครั้งนี้ไปแล้ว โออิคาวะจะยังเดินเข้ามาคุยกับเขาแบบนี้ในครั้งถัดไปที่เจอกันอีกหรือเปล่า

 

ถึงอย่างนั้น งานก็คืองาน และชีวิตคนไข้ก็สำคัญยิ่งกว่าเรื่องส่วนตัวของเขา

 

เวลาที่เหลือตลอดวัน เขาทำงานไปตามหน้าที่ จัดการปัญหาในแผนกผู้ป่วยในเสร็จก็ลากตัวเองไปตรวจผู้ป่วยนอกต่อ หมดเวลาทำงานแล้วเก็บข้าวของมุ่งหน้ากลับที่พัก โดยไม่มีโอกาสได้พบหน้าโออิคาวะอีกแม้สักเสี้ยววินาที

 

เขาคงทำโอกาสสุดท้ายในชีวิตหลุดมือไปแล้ว

 

เหลือเวลาอีกแค่สองเดือนก็จะจบปีการศึกษานี้ และพวกเขาก็ต้องแยกย้ายกันไป อิวะอิสึมิอยู่ที่เดิม ส่วนโออิคาวะออกสู่โลกกว้าง พบคนใหม่ สังคมใหม่ และถ้าพวกเขาต้องจากกันทั้งแบบนี้ เรื่องราวทั้งหมดทั้งปวงที่ผ่านมาก็คงจบไม่สวยอย่างสมบูรณ์

 

แต่ก็ทำตัวเองทั้งนั้น

 

อิวะอิสึมิกลับถึงห้องนอนก็ทิ้งตัวลงกับเตียง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ คิดสะระตะว่าตนควรลองเข้าหาโออิคาวะดูอีกสักครั้งจะดีหรือไม่ แต่หลังจากครุ่นคิดครั้งใหญ่ เขาก็ล้มเลิกความตั้งใจนั้นไป และมุ่งหน้าเข้าห้องครัวเพื่อเตรียมมื้อเย็นแทน

 

ไว้พรุ่งนี้ค่อยลองตามหาตัวที่โรงพยาบาลคงจะดีกว่า

 

ตอนสามทุ่ม เสียงกริ่งหน้าห้องลั่นกลบเสียงโทรทัศน์ เขาขมวดคิ้ว แต่ก็ลุกจากโซฟา เดินไปส่องตาแมว หาตัวผู้บุกรุกยามวิกาล

 

ภาพที่ปรากฏส่งให้เขาหมุนลูกบิดประตูเปิดแทบจะในทันทีทันควัน

 

“โออิคาวะ”

 

เจ้าของชื่อยืนนิ่งไม่ไหวติง ดูไม่ได้ตกใจต่ออาการรีบร้อนของเขาแต่อย่างใด เพียงแค่มองหน้าเขา ก่อนจะถือวิสาสะแทรกตัวข้ามผ่านธรณีประตูเข้าห้องไป ทั้งยังปิดประตูตามหลังเสร็จสรรพ

 

อิวะอิสึมิก้าวถอยหลัง เปิดพื้นที่ให้แขกได้ยืนสบายขึ้น ถึงกระนั้นรอบตัวพวกเขากลับมีแต่ความเงียบอันน่าอึดอัด ต่างฝ่ายต่างนิ่งเฉยใส่กันเป็นระยะเวลานาน

 

เขาคือคนแรกที่ตัดสินใจเริ่มบทสนทนา “โออิ…”

 

“…ฉัน” โออิคาวะเริ่มขึ้นพร้อมๆ กัน “…ยังไม่ได้ให้อภัยนายหรอกนะ”

 

ถ้อยความที่สะกดตัวเขาให้นิ่งงันราวต้องสาป

 

…ก็ควรจะเป็นเช่นนั้น

 

ใครจะไปให้อภัยกันได้ง่ายๆ

 

“…อืม” คิดคำตอบกลับไปได้เพียงเท่านั้น รับสั้นๆ โดยไม่หลบสายตา สำนึกแล้วถึงความพลาดพลั้งที่ตนได้ทำลงไป

 

“…ไม่ตลกเลย รู้ไหม การที่อยู่ดีๆ นายก็บอกทุกคนว่านายอาจจะแต่งงาน แถมยังไม่บอกฉัน ปล่อยให้รู้พร้อมกับคนอื่น” โออิคาวะว่า เสียงเริ่มสั่นด้วยแรงอารมณ์ “โอเค ฉันเป็นคนบอกให้นายไป แต่ก็นั่นแหละ ฉันจะมีสิทธิอะไรไปห้าม ฉันเชื่อในทุกอย่างที่ผ่านมา คิดว่ายังไงนายก็คงจะไม่ไป แล้วนาย…”

 

“โออิคาวะ ฉัน…”

 

“จากวันนั้น ฉันรู้สึกเหมือนไอ้โง่ที่หลงคิดไปเองตลอดสามปี คิดว่าเรารู้สึกเหมือนกัน ฉันเองก็ผิดที่ไม่เคยพูดชัดๆ แต่นายก็ไม่เคยพูด ฉันคิดว่านายคงอยากจะรอเวลาที่ดีกว่านี้ และทุกอย่างก็กำลังดี… ดีจนคิดว่าจะรอต่อไปอีกนานแค่ไหนก็ได้ ยังไงนายก็ไม่หนีฉันไปไหน”

 

“ฉัน… ขอโทษ”

 

โออิคาวะชะงัก ขมวดคิ้ว ส่ายหัว “ฉันไม่อยากได้คำขอโทษ แค่ขอโทษน่ะไม่พอหรอกนะ”

 

เขาหน้าเสีย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่ายอมรับชะตากรรม “อืม…”

 

“…ตอบฉันมาสิ”

 

“หืม”

 

“ทำไมนายถึงเลิกคุยกับมินามิจัง”

 

เป็นคำถามที่เขาแทบไม่ต้องเสียเวลาคิดคำตอบแม้แต่น้อย

 

“เพราะฉันไม่ได้ชอบเธอ …และฉันอยากให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิม”

 

โออิคาวะเงียบไปอีกพักใหญ่ “…แต่มันจะไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิม รู้ใช่ไหม”

 

เขารู้ “…อืม”

 

“ฉันจะไม่เชื่อในสิ่งที่นายทำ จะไม่มีทางมั่นใจว่าระหว่างเรามีอะไรมากไปกว่าคำว่าเพื่อน ทุกครั้งที่เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันสองคน ฉันจะระแวง ว่าสักวันนายอาจเดินมาบอกฉันว่านายจะไปหาใครสักคนที่ดีกว่า และฉันจะโดนทิ้งอยู่ตามลำพังเหมือนที่ผ่านมา”

 

ถ้อยคำพรั่งพรูเข้าสองหู ปลายเสียงสั่นไหวเหมือนดั่งกำแพงที่ก่อสูงลิบกำลังพังทลาย

 

อิวะอิสึมินึกอยากปลอบประโลมคนตรงหน้า อยากขอโทษ แต่สิ่งที่เขาพูดออกมากลับมีแค่ “…อืม”

 

“…ฉันกำลังจะไปจากที่นี่ และไม่มีใครหยุดฉันได้ ส่วนนายจะอยู่ที่เดิม ระยะห่างของพวกเราจะกว้างขึ้นไปอีก นายอาจจะเจอคนอื่น ฉันอาจจะไปกับคนใหม่ หรือท้ายที่สุด ฉันอาจจะวกกลับมาที่นี่ กลับมาหาเรา…” โออิคาวะเว้นช่วงไป “…ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ อาจจะหนึ่งปี สองปี ห้าปี สิบปี… ระยะเวลานานขนาดนั้น นายจะรอฉันได้หรือเปล่าล่ะ”

 

ศัลยแพทย์หนุ่มกะพริบตาปริบ เขาไม่แน่ใจสักว่าตนหูฝาดไปหรือไม่ หรือบางทีนี่อาจเป็นแค่ความฝัน…

 

โออิคาวะกำลังหยิบยื่นโอกาสให้เขาใช่ไหม

 

ถึงจะเป็นโอกาสที่ฟังดูเห็นแก่ตัวและเลื่อนลอย ไม่รู้ว่าจะต้องรอไปจนถึงเมื่อไร… ก็เป็นโอกาสที่เขาจะไม่ปล่อยหลุดมือไปอีก

 

“…ได้สิ”

 

“…ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่…”

 

“นานเท่าไหร่ฉันก็รอได้”

 

โออิคาวะเม้มปาก มองหน้าเขา ยื่นสองแขนออกมา เขาไม่รอช้า สวมกอดอีกฝ่ายเอาไว้ ซึมซับสัมผัสที่ห่างหายไปหลายเดือนให้เนิ่นนาน

 

กลุ่มผมสีน้ำตาลซุกไซ้อยู่ข้างคอเขา รู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นบริเวณผิวเนื้อ

 

“…อิวะจังนี่บ้าจริงๆ เลย”

 

ชื่อเรียกที่เคยได้ยินแล้วรำคาญ เมื่อไม่ได้ยินมานาน มาตอนนี้กลับเป็นสิ่งที่สร้างความชุ่มฉ่ำแก่หัวใจอันอ่อนล้าของเขาอย่างถึงที่สุด

 

…เขาได้แต่หวังว่านี่คงเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ที่ดี

 

 

 

 

 

“นายหลอกพวกฉัน!”

 

เสียงของนายฮานามากิ ทาคาฮิโระดังแหวกกลางวงอาหารในมื้อเที่ยงวันเสาร์ที่พวกเขานัดกันมาดูหนังเข้าใหม่ หาโอกาสพักผ่อนสังสรรค์ช่วงปลายปีที่ทั้งงานทั้งสอบระดมเข้ามาไม่หยุดสำหรับแพทย์ประจำบ้านปีสุดท้ายอย่างอิวะอิสึมิกับโออิคาวะ

 

รายหลังตกเป็นคนโดนปรักปรำ แต่ก็ไม่ได้มีทีท่าทุกข์ร้อนใดๆ นายหมอกระดูกขวัญใจสาวน้อยใหญ่แค่ยักไหล่สองที ก่อนคีบเนื้อย่างเข้าปากสบายอารมณ์ “โทษคนปล่อยข่าวเลย ทำข้อความเพี้ยนไปหมด”

 

ทุกสายตาหันขวับไปมองคนปล่อยข่าว แต่นายคุโรโอะ เท็ตสึโร่ก็แค่ผิวปากวืด ก่อนตอบ “คนมันเข้าใจผิด เถอะน่า ยังไงหมอนี่ก็กำลังจะไปอยู่ดี”

 

ฮานามากิทุบโต๊ะสองที “ไปแล้วไปลับ กับไปสองปีกลับมันไม่เหมือนกันนะว้อย!”

 

โออิคาวะแสร้งตีหน้าหงอย “มักกี้อยากให้ฉันไปแล้วไปลับหรือไง ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปยกเลิกทุน…”

 

“คนที่เอาทุนไปสมัครต่อยอดจนได้ที่เรียนแล้วมันจะไปยกเลิกตอนนี้ได้ยังไง หา!” ฮานามากิแย้งทันควัน

 

หนวกหูเป็นบ้า อิวะอิสึมิได้แต่คิดขณะยกมือนวดขมับ ตัดสินใจไม่มีปากไม่มีเสียงในการโต้เถียงครั้งนี้ของผองเพื่อน เขาคีบเนื้อขึ้นวางบนเตา ก่อนจะพลิกชิ้นข้างๆ กันต่อ

 

สรุปใจความเรื่องที่ทำให้ฮานามากิโหวกเหวกในวันนี้มีอยู่ว่า จู่ๆ ก็มีข่าวลือใหม่ในที่ทำงานว่าโออิคาวะไม่ได้จะลาออก แค่จะไปเรียนต่อยอดสถาบันอื่นเป็นเวลาสองปี แล้วกลับมาทำงานเป็นอาจารย์แพทย์โรงพยาบาลเก่าตามเดิม ซึ่งพอสบโอกาสพบหน้าได้ถามเจ้าตัว โออิคาวะก็ยืนยันว่าเป็นความจริง ทำให้ฮานามากิบ่นไม่หยุดเรื่องโดนหลอกลวงมาจนถึงตอนนี้

 

ส่วนตัวอิวะอิสึมินั้นรู้เรื่องก่อนหน้าฮานามากิได้สักสองสามวัน จึงไม่ได้ติดใจหรือตกใจอะไรเท่าเพื่อน แต่ถามว่ารู้สึกพลาดโดนปั่นหัวไหม ขอตอบว่ารู้สึกเต็มๆ

 

ไอ้พวกตัวแสบ

 

“อิวะอิสึมิ! นายก็พูดอะไรสักอย่างสิ!!” เมื่อไม่มีใครเข้าข้าง ซ้ำยังโดนฝั่งตรงข้ามซ้ำครั้งใหญ่ นายหมอตาจึงหันมาดึงเขาเข้าเป็นพวก

 

ปล่อยเขาอยู่เฉยๆ ไม่ได้หรือไง

 

“โดนหลอกก็น่าโมโหหรอก” เขาคีบเนื้อติดมันที่สุกแล้วโยนใส่จานของโออิคาวะที่นั่งตรงข้ามกัน “แต่จะกลับมาทำงานที่นี่ต่อก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง”

 

สายตาสามคู่จ้องมองเขาราวกับเป็นตัวประหลาดที่ไม่เคยพบพาน เนิ่นนานจนเขารำคาญใจ ขมวดคิ้วมุ่นบ่นพึมพำ มองอะไร ไม่เคยเห็นคนหรือไง

 

“อ๋อ ใช่สิ” ฮานามากิโอดครวญ “แฟนจะกลับมาอยู่ต่อก็คงดีใจ ไม่สนใจเรื่องอื่นแล้วนี่”

 

“มักกี้ พูดบ้าๆ” โออิคาวะโบกไม้โบกมือไปมา “แฟนเฟินอะไรกันเล่า” พูดจบก็คีบเนื้อสุกโยนใส่จานอิวะอิสึมิ ก่อนจะเริ่มกินเนื้อในจานตัวเองที่โดนตักใส่จนพูน

 

คุโรโอะเท้าคางมองภาพนั้น ยิ้มมุมปาก “อืม… แค่เพื่อนก็ต้องดูแลเทคแคร์กันจนลืมแบ่งเนื้อให้คนอื่นกินเป็นธรรมดา”

 

พวกเขามองหน้ากัน แล้วตัดสินใจไม่ต่อความ แค่ก้มหน้าก้มตากินต่อไป ก่อนจะเปลี่ยนบทสนทนา

 

หลังเสร็จมื้ออาหาร พวกเขาจ่ายเงิน ก้าวออกจากร้าน มีโออิคาวะเดินนำ ฮานามากิเดินตาม ทั้งคู่พูดคุยกันเรื่องความคาดหวังต่อหนังเรื่องที่กำลังจะไปดู ส่วนอิวะอิสึมิสังเกตเห็นคุโรโอะที่กำลังเดินเอ้อระเหยอยู่ท้ายแถว จึงชะลอฝีเท้า รอเพื่อนเดินตามมา

 

เขามีเรื่องที่ต้องพูดกับเพื่อนคนนี้ให้ได้อยู่

 

คุโรโอะเดินมาทันเขาในที่สุด นายหมอห้องฉุกเฉินเลิกคิ้วข้างหนึ่งเมื่อเห็นเขาหยุดรอ “เฮ้”

 

“คุโรโอะ”

 

“ว่าไง”

 

“ฉัน… ต้องขอบใจนาย”

 

หัวคิ้วสองข้างของคุโรโอะขมวดเป็นปมเข้าหากันยิ่งกว่าเก่า “เออ… ไม่เป็นไร ว่าแต่เรื่องอะไร”

 

“ที่นายมาบอกฉันว่าโออิคาวะจะลาออก” อิวะอิสึมิตอบ “ถึงข่าวจะผิดก็เถอะ”

 

“อ๋อ เรื่องเล็กน้อย” ว่าแล้วตบไหล่เขาเข้าทีหนึ่ง  “เห็นมันทำหน้าบูดทุกวันแล้วอึดอัดแทน ต้องจัดการให้”

 

“แต่ยังไงก็ต้องขอบใจนายจริงๆ”

 

เพราะถ้าคุโรโอะไม่มาบอกเรื่องนี้ เขาก็คงไม่ตัดสินใจเดินไปคุยกับโออิคาวะในคืนนั้น และคงไม่มีทางได้มาใช้เวลาวันหยุดร่วมกันแบบนี้ได้อีก ถึงแม้จะยังไม่สนิทใจดังเดิมเสียทีเดียว แต่ก็ดีกว่าหลายเดือนที่ผ่านมาหลายขุม

 

ฝ่ามือที่วางอยู่บนไหล่เขาออกแรงบีบเล็กน้อย “เรื่องเล็ก ไม่ต้องขอบใจหรอก แค่อย่าพลาดอีก อย่าให้ที่ฉันต้องโดนแฟนบอกเลิกมันเปล่าประโยชน์ก็พอ”

 

ว่าแล้วเจ้าตัวก็ปล่อยมือเดินจากไป ทิ้งอิวะอิสึมิยืนตัวแข็งอยู่เบื้องหลัง

 

เมื่อกี้หมอนั่นพูดว่า…

 

เขาส่ายหัว ไม่เก็บมาคิดต่อ

 

ช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งเขาและโออิคาวะต่างก็มีเรื่องราวเป็นของตัวเอง

 

ปล่อยอดีตเป็นอดีต

 

แล้วเริ่มใหม่กับอนาคตให้ดีที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ก็พอ

 

 

 

 

 

“เฮ้ย ของนายครบรึยัง”

 

โออิคาวะผงกหัวกลับเข้าไปกวาดตาดูรอบห้องของตน ก่อนจะวกกลับมาส่ายหัว ทำสีหน้าล้อเลียนคนถามก่อนตอบ “ครบแล้วน่า อิวะจัง ทำตัวเป็นแม่ฉันไปได้”

 

“เฮ้ย จริงจังหน่อยสิวะ” อิวะอิสึมิเตะขามันเข้าให้ที ถือวิสาสะเดินเข้าห้องหมายเลขห้าหนึ่งสี่ไปสำรวจของใช้จำเป็นที่เจ้าตัวอาจทำตกหล่น ดูจนแน่ใจแล้วว่าไม่เหลือจึงกลับออกมา พยักหน้าให้โออิคาวะหนึ่งที

 

หนุ่มผมน้ำตาลยกมือกอดอก เอียงคอ “บอกแล้วไงว่าครบแล้ว เชื่อกันบ้างสิ”

 

“เออ แค่ดูให้แน่ใจ” กดล๊อคประตู ก่อนดึงปิด “ที่นั่นมันไกล ไปแล้ววกกลับมาเอาของไม่ได้ง่ายๆ นะ”

 

“ไม่มีก็ซื้อใหม่”

 

หมอศัลย์นิ่วหน้า “สิ้นเปลือง”

 

“ทำตัวเป็นแม่ฉันอีกแล้ว!”

 

กวนประสาทดีนัก เขาเลยเตะหลังขามันเข้าให้อีกหนึ่งที คนโดนประทุษร้ายโวยวายเสียงหลง ก่อนจะลากกระเป๋าเดินทางออกเดินไปยังลิฟต์

วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่โออิคาวะจะพักคอนโดแห่งนี้ พวกเขาจบหลักสูตรแพทย์ประจำบ้านแล้ว สิ่งที่จะทำต่อไปก็คือแยกย้ายตามเส้นทางของตน โออิคาวะต้องไปศึกษาต่อยอด ระหว่างนั้นมีเวลาพักหนึ่งเดือนก่อนเริ่มปีการศึกษาใหม่ และหลังผ่านไปครึ่งเดือน โออิคาวะก็ตัดสินใจกลับไปพักผ่อนที่บ้าน ก่อนเดินทางไปยังโรงพยาบาลใหม่ที่เขาจะไปเรียนต่อ

 

นั่นหมายความว่าเป็นวันสุดท้ายที่พวกเขาจะได้อยู่ใกล้กัน ก่อนจะต้องแยกจากกันเป็นเวลาอย่างต่ำสองปี

 

นี่คือจุดเริ่มต้นการพิสูจน์ความจริงใจของอิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ

 

…และแน่นอนว่าเป็นบททดสอบสำหรับโออิคาวะ โทรุเช่นกัน

 

เขาเดินไปส่งนายหมอกระดูกและข้อถึงที่จอดรถ มองจนโออิคาวะเก็บกระเป๋าและเดินขึ้นรถ บานกระจกข้างคนขับโดนเลื่อนลดลง ใบหน้าเคยคุ้นโผล่ออกมามองเขา

 

ตระหนักชัดตอนนั้นเองว่านับจากนี้เขาจะไม่ได้เห็นโออิคาวะทุกวันอีกต่อไปแล้ว

 

“งั้น…” โออิคาวะเกริ่น “ฉันไปล่ะนะ อิวะจัง”

 

“เออ” เขายื่นมือไปขยี้ผมคนตรงหน้าเข้าให้ที “ขับดีๆ”

 

“แน่นอนอยู่แล้ว คุณแม่ไม่ต้องห่วงน่า”

 

เขาพ่นลมหายใจพรืด จนวินาทีสุดท้ายก็ยังจะกวนประสาทกัน “ถ้าถึงแล้ว… บอกด้วย”

 

“ขี้เป็นห่วง”

 

“โออิคาวะ” ยิ่งคุยยิ่งออกนอกเรื่องไปกันใหญ่ เขาเลยตีเสียงดุปราม

 

“ครับผม ถึงแล้วจะรีบโทร.บอกครับ”

 

อิวะอิสึมิพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้และพอใจ ดึงมือกลับออกมา มองกระจกค่อยๆ เลื่อนขึ้นปิด

 

ถอยหลังสองก้าว ฟังเสียงเครื่องยนต์ มองรถเคลื่อนตัวจากไป

 

แล้วโออิคาวะก็ก้าวออกไปจากชีวิตของเขาอย่างสมบูรณ์

 

แต่อิวะอิสึมิรู้ว่านี่ไม่ใช่จุดจบ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของโอกาสสุดท้ายที่เขาได้รับมา

 

และเขาจะทำให้ดีที่สุด ไม่ปล่อยให้ตัวเองพลาดพลั้งไปเป็นครั้งที่สอง… โดยเด็ดขาด

.

.

.

END


A/N:

จบแล้วค่ะสำหรับนบล. แยกย่อยออกเป็นห้าตอนพอดิบพอดี ‘ w ‘)/

พาร์ทนี้เป็นพาร์ทอดีตของคู่นี้ในเอยูหมอ ที่ทำให้จนไทม์ไลน์ปัจจุบัน (ตั้งแต่ตอน MIDNIGHT เป็นต้นไป) เขาก็ยังทำตัวเป็นวัยรุ่นหัดจีบกันอยู่นั่นเอง
และด้วยความที่ในเอยูหมอนั้นเดินเรื่องจากมุมมองของอิวะจังเป็นส่วนใหญ่ ฟากโออิเลยไม่ได้เปิดเผยอะไรมาก แต่ถ้ามีโอกาสก็อาจจะได้เขียนฝั่งโออิในเหตุการณ์นี้บ้างค่ะ ‘ v ‘)/

สำหรับเอยูหมอของคู่นี้ก็ยังไม่ได้จบลงที่ตรงนี้ ยังมีเรื่องอีกเยอะ (มาก) ให้เขียน
ยังไงก็ขอฝากเอยูหมอต่อไป และก็ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ
ป.ล. ในตอนนี้และตอนที่แล้วมีส่วนเล็กๆ ที่โดนแก้ไขอยู่ คือพาร์ทเรื่องการไปเรียนต่อของอิวะจังค่ะ เราพลาดลืมไปว่าอิวะจังในเอยูนี้เป็น general surgery และไม่ได้ไปต่อที่ไหน แต่อยู่เป็นสต๊าฟที่ร.พ.เก่าต่อเลย คนที่ไปเรียนต่อในที่นี้มีแค่โออินะคะ u u);;

Advertisements

One thought on “[HQ!!] AIEL: NEBULA (5)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s