[HQ!!] AIEL: NEBULA (4)

NEBULA
iwaoi. hq!! doctor au. pg-13. romance, angst.
part of ‘an adventure in everyday life of goshiki tsutomu’ the series

.

.

.

(4)
( | | )

.

.

.

“อิวะอิสึมิ”

 

น้ำเสียงน้ำคำนั้นช่างห่างเหินและเย็นชา

 

เจ้าของชื่อกำมือชื้นเหงื่อ คลายออก กำใหม่ เจ็บเสียดในช่องอกรุนแรงเพียงเพราะถ้อยคำสั้นๆ แต่ไม่ยอมแพ้ สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด นัยน์ตาจับจ้องคนตรงหน้า ย้ำเตือนตัวเองถึงความตั้งใจที่ทำให้มาหยุดยืนหน้าห้องโออิคาวะ โทรุตอนสี่ทุ่ม แล้วต่อความ

 

“นายจะลาออก”

 

แววตาคนรับสารไหววูบไปชั่วขณะหนึ่ง เพียงชั่วขณะเดียวเท่านั้น ก่อนจะกลับไปสงบนิ่งเยือกเย็นดังเดิม

 

“สนใจด้วยเหรอ อิวะอิสึมิ” รอยยิ้มจุดขึ้นที่มุมปากคนพูด “แต่ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของนาย ฉันจะทำอะไรก็เรื่องของฉัน”

 

พวกเขายืนอยู่กลางทางเดิน โออิคาวะขวางหน้าประตูห้องตัวเองเอาไว้ ไม่มีทีท่าจะเปิดทางให้เขาก้าวเข้าไป และอิวะอิสึมิรู้ตัวดีว่าการยืนเถียงกันในที่สาธารณะไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยแม้แต่น้อย

 

แต่เขาจะถอยไปไม่ได้

 

อิวะอิสึมิอาจเป็นคนตัดสินใจหยุดพักความสัมพันธ์ แต่เขาไม่เคยคิดอยากให้โออิคาวะหายสนิทไปจากชีวิตของเขา

 

ขอแค่ได้พบหน้าเป็นครั้งคราวก็ยังดี

 

เห็นแก่ตัวเหลือเกิน อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ

 

“นายได้ตำแหน่งสต๊าฟ ภาคนายอยากได้นายไว้ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงจะลาออก” ศัลยแพทย์หนุ่มว่า เขาจดจำรายละเอียดนี้ได้ดี เพราะเคยคุยกันตั้งแต่ช่วงปีที่แล้ว

 

หลังศึกษาหลักสูตรแพทย์ประจำบ้านจบ ได้เป็นแพทย์เฉพาะทางตามที่ฝัน แต่ละคนก็ต้องแยกย้ายออกไปหาที่ทำงาน มีส่วนน้อยที่ได้อยู่ทำงานในโรงพยาบาลใหญ่ควบตำแหน่งโรงเรียนแพทย์แบบที่อยู่ตอนนี้ต่อ อย่างฮานามากิ คุโรโอะ และอุชิจิมะ

 

ทั้งโออิคาวะและอิวะอิสึมิเองต่างก็ได้รับการทาบทามให้อยู่ต่อทั้งคู่ และต่างตัดสินใจตอบรับด้วยการอยู่ทำงานเป็นอาจารย์แพทย์ในภาคของตนต่อ

 

แล้วนี่…

 

อยู่ดีๆ มาบอกว่าจะลาออก

 

หมายความว่าเขาจะไม่มีโอกาสได้พบอีกแล้ว

 

เป็นเพราะอยากไปตามหาประสบการณ์ทำงานจากที่ใหม่ หรือเป็นเพราะที่นี่มีอิวะอิสึมิ จึงไม่อยากอยู่เห็นหน้าอีกต่อไปกันแน่

 

โออิคาวะกอดอก จงใจเชิดหน้ามองเขาจากมุมสูง ราวกับจะกดให้ต่ำเตี้ยติดดิน “ฉันจะตัดสินใจอะไร ก็ไม่ใช่ธุระกงกางของนาย”

 

หงุดหงิด

 

รู้สึกเหมือนคุยกับกำแพง พูดอะไรไปเท่าไหร่ก็ฝ่าไปไม่ถึงตัวเป้าหมาย มีแต่อิฐและดินขวางกั้น สนทนาต่อไปก็ดูจะไร้ประโยชน์

 

แต่ถึงจะเป็นการกระทำงี่เง่าไร้ความหมาย เขาก็ตั้งใจใช้ความพยายามในการเค้นความจริงเบื้องหลังการตัดสินใจลาออกครั้งนี้ให้ได้

 

เพราะถ้าเขาไม่พยายาม นี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้มีโออิคาวะอยู่ในชีวิตของเขาต่อไป

 

“อาจจะไม่ใช่ธุระของฉัน แต่นายชอบที่นี่” อิวะอิสึมิว่า “นายเรียนที่นี่ เติบโตที่นี่ นายควรจะอยู่ต่อ…”

 

“ใช่ ฉันอยู่ที่นี่มาตลอด ถึงอยากออกไปเรียนรู้ที่อื่นบ้าง” โออิคาวะสวน ไม่รอให้เขาพูดต่อจนจบ “อีกอย่างถ้าฉันต้องทนเห็นหน้านายอยู่ที่นี่ต่อไป ฉันเลือกไปให้ไกลจะดีกว่า”

 

เจ็บ

 

เหตุผลชัดเจนขนาดนี้ ไม่เหลือที่ว่างให้คิดเป็นอื่น

 

เพราะเขา

 

หมอศัลยกรรมหนุ่มกลืนน้ำลายอึกใหญ่ “เรื่องแค่นั้น ถ้านายไม่…”

 

แค่นี้?” ฝ่ายตรงข้ามทวนคำ หัวคิ้วขมวดมุ่น สัมผัสได้ถึงโทสะที่ซุกซ่อนอยู่ในน้ำเสียง “อ้อ… นี่เป็นเรื่องแค่นี้สำหรับนายสินะ แต่สำหรับฉัน มันไม่ใช่แค่นี้” เบือนหน้าหนี ไม่ยอมสบตา “ถ้าฉันต้องทนเห็นนายอยู่กับเธอคนนั้น อยู่ตรงที่ที่เคยเป็นของฉัน ฉันไปจากที่นี่จะดีกว่า”

 

ฟังแล้วอิวะอิสึมิชักจะมีน้ำโหเสียเอง

 

พูดแบบนี้ จะโทษเป็นความผิดของเขาคนเดียวหรือยังไง

 

“แล้วทำไมนายไม่ค้านแต่แรก” เขาว่า กำมือแน่น พยายามกดเสียงต่ำและเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ “นายบอกให้ฉันไป โออิคาวะ ตอนแรกนายไม่ได้สนใจอะไร…”

 

“ฉันไม่สนใจ?” โออิคาวะขึ้นเสียง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ “สนใจสิ ฉันสนใจนายตลอดนั่นแหละ แต่ฉันเป็นใครหน้าไหนถึงจะมีสิทธิไปห้ามนายได้ เราเป็นอะไรกัน ฉันยังไม่มั่นใจเลย”

 

เงียบ

 

เขาไม่รู้จะโต้ตอบอะไรไปชั่วขณะ

 

ใช่ พวกเขาเป็นอะไรกันยังไม่รู้ ในเมื่อไม่เคยมีใครเปิดปากนิยามความสัมพันธ์

 

แต่ที่แน่ๆ อิวะอิสึมิรู้ว่าโออิคาวะคือคนที่เขาอยากมีอยู่ในชีวิต อยากให้อยู่ข้างๆ กันเรื่อยไป ถึงแม้จะไม่มีใครบนโลกนี้สนับสนุนความสัมพันธ์รูปแบบนี้

 

…มาตระหนักได้เอาตอนที่กำลังจะเสียไปนี่เอง

 

“ฉัน…”

 

“นายบอกว่าแม่นายอยากให้ไป อยากให้นายแต่งงาน มีครอบครัว แล้วฉันจะไปห้ามได้ยังไง” โออิคาวะพรั่งพรู คล้ายเมื่อได้คราวระเบิดความรู้สึกที่กักเก็บไว้ ก็ปลดปล่อยออกมาทันที “แล้วนายก็เลือกที่จะไป ฉันลองรั้งนายไว้แล้ว แต่นายปฏิเสธ ฉันจะทำยังไงได้”

 

“นาย…”

 

“ฉันมันอาจจะเป็นคนห่วยแตก นิสัยไม่ดี…” ท้ายประโยคเสียงเบาลง “แต่ฉันก็ไม่เลวร้ายถึงขนาดที่จะไปแย่งนายมาจากผู้หญิงดีๆ คนนึงที่ไม่ได้ทำอะไรผิดสักอย่างหรอกนะ…”

 

อิวะอิสึมินิ่งงัน โออิคาวะเองก็เช่นกัน

 

เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรในสถานการณ์เช่นนี้

 

ในห้วงคิดมีแต่คำก่นด่าตัวเอง

 

เห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ตัวเอง เดิมพันบ้าๆ โดยไม่ได้คิดถึงฝ่ายตรงข้ามแม้แต่น้อย

 

งี่เง่าที่สุด

 

“โออิคาวะ ฉัน…”

 

“นายเลือกเธอแล้ว” โออิคาวะแทรก เบือนมาสบตาเขาในที่สุด “ไม่ต้องสนใจฉัน ฉันจะทำอะไรก็เป็นเรื่องของฉัน”

 

“โออิคาวะ ฟังฉัน…”

 

“เราไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว อิวะอิสึมิ”

 

ปัง!

 

บานประตูปิดลงตรงหน้า ทิ้งเสียงสะเทือนเลือนลั่นส่งท้าย ภาพที่ปรากฏต่อสายตาเหลือเพียงพื้นไม้สีน้ำตาลเข้มของประตูห้องห้าหนึ่งสี่ ไร้วี่แววเจ้าของห้องอีกต่อไป

 

ไม่นะ

 

อิวะอิสึมิทุบประตู หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง

 

“โออิคาวะ!”

 

สี่ครั้ง ห้าครั้ง หกครั้ง

 

ไร้การตอบรับ

 

“โออิคาวะ โทรุ!”

 

ประตูห้องชั้นเดียวกันเปิดออก ผู้ร่วมอาศัยเยี่ยมหน้าออกสำรวจที่มาของเสียงอึกทึกยามวิกาล ร่องรอยความไม่พอใจฉายชัดบนใบหน้า เมื่อนั้นอิวะอิสึมิจึงปิดปากสนิท หยุดก่อเสียงดัง ได้แต่ทิ้งตัวแนบประตู

 

ไม่สำเร็จ

 

โออิคาวะกำลังจะจากเขาไปตลอดกาล

 

หนุ่มผมดำลากตัวเองกลับห้องพักตรงชั้นสี่ ไม่เห็นประโยชน์ใดๆ ในการยืนนิ่งที่เดิมต่อ สิ่งแรกที่รอต้อนรับเขาคือความมืดมิดภายในห้อง ไม่แตกต่างจากสภาพจิตใจเขาตอนนี้แต่อย่างใด พาตัวเองเข้าห้องนอนและทิ้งตัวลงบนเตียงโดยไม่ใคร่สนใจจะเปิดไฟแม้สักนิด ดำดิ่งอยู่กับความรู้สึกที่ไร้ทางออก

 

โง่เง่าเหลือเกิน

 

นี่เขาทำอะไรลงไป

 

ทำอะไรไม่คิด ถึงต้องมาเสียใจทีหลังไง

 

ตลอดคืนนั้น อิวะอิสึมิได้แต่คิดเรื่องเดิมซ้ำวนไปมา สาปแช่งความสิ้นคิดของตัวเองในอดีตจนกระทั่งผล็อยหลับไป ตื่นมายามเช้าก็ลุกไปเริ่มงานด้วยจิตใจที่ไม่แจ่มใส ซึ่งคงส่งผลไปจนถึงสีหน้าของเขาด้วย เพราะบรรดารุ่นน้องเดินผ่านก็พากันหลบหลีก ไม่มีใครกล้าเข้ามาทักเหมือนที่เคยทำกันทุกวันสักเท่าไรนัก

 

หน้าบูดๆ ของเขาคงปรากฏต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเย็น เพราะเมื่อบังเอิญเจอกับฮานามากิก่อนเลิกงาน สิ่งแรกที่พ่อหมอตาอารมณ์ดีทักทายเขาก็คือ

 

“หวาย หน้าบูดเป็นตูดหมาเลย ไปเจออะไรมา”

 

เขาตวัดหางตามอง กระชับสายสะพายเป้ ก้าวเท้าไปตามทาง มุ่งหน้าไปยังลานจอดรถ “เรื่องของฉัน”

 

“เฮ้ ฉันถามดีๆ นะ” ฮานามากิยกมือทาบอก ทำท่าทีสะเทือนใจจนเกินงาม “เพื่อนอุตส่าห์เป็นห่วง ทำไมพูดจาตัดสัมพันธ์กันงี้”

 

อิวะอิสึมิกลอกตา ขี้คร้านจะต่อล้อต่อเถียง จึงตอบไปตามตรง “โออิคาวะจะลาออก”

 

“หา” ฮานามากิชะงักเท้า “พูดจริง?”

 

“เออ”

 

“ทำไม”

 

“ไม่อยากเห็นหน้าฉัน”

 

“…อิวะอิสึมิ…”

 

เขาส่ายหัว “เออ ฉันรู้แล้วว่าฉันมันงี่เง่า ไม่ต้องตอกย้ำกันก็ได้”

 

มือคู่สนทนาตบบ่าเขาเข้าให้ทีหนึ่ง ก่อนจะจับแน่นราวกับต้องการจะให้เขาหยุดฟัง “ฉันเตือนนายแล้วว่าอย่าทำอะไรที่จะเสียใจทีหลัง”

 

อิวะอิสึมิเงียบไปพักใหญ่ “…เออ แต่ฉันมัน…” เขาพูดได้แค่นั้น แล้วก็เงียบไปอีก

 

ไม่มีข้อแก้ตัว

 

ฮานามากิถอนหายใจ “รู้อะไรไหม ไอ้ที่นายทำไป มันทำให้นายกับโออิคาวะเสียใจ แต่สุดท้าย จะไม่ได้มีแค่พวกนายที่เสียใจ”

 

เขานิ่งงัน

 

ยกมือลูบหน้าตัวเอง พึมพำ “…ฮารุมิ”

 

ฝ่ามือข้างเดิมตบไหล่เขาอีกสองครั้ง คล้ายจะเป็นการเฉลยว่าถูกแล้ว “เป็นคนผูก ก็ต้องหัดแก้ ทำตั้งแต่ตอนนี้ก่อนที่จะสายไปนะนาย”

 

“แต่ฉัน…”

 

เขาไม่รู้ว่าจะหาทางแก้ได้อย่างไร

 

ไม่สิ

 

รู้อยู่แก่ใจ หนทางนั้นง่ายดาย เพียงแค่ลองทำตามใจตัวเองเรียกร้องดูสักตั้ง จะสมหวังหรือผิดพลั้ง ก็ยังถือว่าได้ลองดูแล้ว

 

เขาแค่ไม่กล้า

 

“อิวะอิสึมิคนที่ฉันรู้จักเป็นคนตรงไปตรงมา” ฮานามากิปล่อยมือจากไหล่ของเขา “แค่นายเอาเจ้าคนนั้นกลับมาจัดการปัญหาก็พอแล้ว”

 

ก็ถูกอย่างที่เพื่อนเขาว่า

 

นี่อิวะอิสึมิมัวแต่คิดไม่เข้าท่า จมอยู่กับความไม่มั่นใจ พยายามตอบสนองความต้องการของคนอื่น จนกระทั่งหลงลืมตัวเองไปได้ถึงขนาดนั้นเลยหรือ

 

เขาถอนหายใจ

 

“…ขอบใจ ฮานามากิ”

 

หนุ่มผมอ่อนฉีกยิ้มกว้าง ควงกุญแจรถด้วยนิ้วชี้ ทิ้งท้ายก่อนเดินแยกออกไปอีกทาง

 

“ไม่เป็นไร ถ้าอยากขอบคุณ แค่อย่าทำหน้าบอกบุญไม่รับมาทำงานอีกก็พอ เห็นแล้วปวดอึ!”

 

 

 

 

 

“…เงยหน้าขึ้นเถอะค่ะ คุณฮาจิเมะ”

 

น้ำเสียงของเจ้าหล่อนยังคงอบอุ่นและอ่อนโยนเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ต่างจากวันแรกที่ได้รู้จักกัน …มาจนกระทั่งวันสุดท้าย

 

อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะก้มหน้าต่ำจนแทบติดโต๊ะ ไม่บังอาจเงยขึ้นสู้สายตาของเธอได้ หวั่นกลัวว่าความรู้สึกผิดจะทับถมมากยิ่งกว่าที่รู้สึกอยู่ตอนนี้

 

“ไม่ได้หรอก ฉัน…”

 

มินามิดึงดัน สวนกลับ ไม่ปล่อยให้เขาได้พูดขอขมารอบที่สามจนจบ “ฉันให้อภัยแล้ว คุณฮาจิเมะก็เงยหน้าขึ้นมาเถอะค่ะ ก้มแบบนี้ฉันจะกลายเป็นคนรู้สึกผิดเสียเอง”

 

ได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มจึงค่อยๆ เงยศีรษะขึ้นเชื่องช้า หลับตาอยู่ราวห้าวินาที จึงเปิดเปลือกตาขึ้นรับภาพตรงหน้า

 

มินามิ ฮารุมิคลี่รอยยิ้มอ่อนหวานมาให้เขา ใบหน้าของเธอไม่มีร่องรอยความเสียใจหรือผิดหวัง เปี่ยมไปด้วยรัศมีความสุขและสดใสเหมือนอย่างวันแรก แม้วันนี้จะเป็นวันที่เขาตัดสินใจขอยุติความสัมพันธ์ก็ตามที

 

แย่เหลือเกิน อิวะอิสึมิ ทิ้งผู้หญิงแสนดีที่ใครๆ ก็ฝันใฝ่ได้ลงคอ

 

แต่ถ้าดันทุรังสานต่อความสัมพันธ์ต่อไปทั้งที่รู้ว่าเธอไม่มีวันได้เป็นที่หนึ่งในใจเขา นั่นเสียอีกที่เรียกว่าย่ำแย่เกินทน

 

จบตอนนี้ก่อนที่จะมีใครเจ็บเพิ่มเติมคือสิ่งที่ดีที่สุด

 

ถึงกระนั้น…

 

“ฮารุมิ… ฉันขอโทษ” เขาอดไม่ได้ที่จะพูดไปอีกครั้ง เพราะคิดว่าให้พูดอีกนับสิบนับร้อยหน เขาก็คงจะยังไม่หายรู้สึกผิดอยู่ดี

 

สาวเจ้าถอนหายใจยาว “คุณฮาจิเมะ รู้อะไรไหม อันที่จริงคุณไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะคะ” น้ำเสียงของมินามิเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ “พวกเราแค่ลองทำความรู้จักกันตามประสาคู่ดูตัว ถ้ารู้จักกันแล้วชอบพอกัน ก็ถือว่าดี แต่ถ้าคิดว่าระหว่างเราไปกันไม่ได้ ก็หยุด ให้โอกาสตัวเองได้เลือกหาคนใหม่ ถือว่าถูกแล้ว เพราะถ้าเราต้องทนอยู่ด้วยกันแค่เพราะความเกรงใจ คงอยู่ด้วยกันไม่ยืดอยู่ดีนั่นแหละค่ะ”

 

“ก็ใช่…”

 

“คุณฮาจิเมะพูดมาตรงๆ แบบนี้ก็ดีแล้ว บอกตามตรงฉันก็เสียใจอยู่หน่อยเพราะคุณฮาจิเมะเป็นคนดี แต่ฉันอยากให้คุณฮาจิเมะมีความสุขกับคนที่รักมากกว่า”

 

อิวะอิสึมิมองจ้องเข้าไปในดวงตาของเธอ สัมผัสได้ว่าทุกคำพูดกลั่นออกมาจากใจจริง “…ฮารุมิเองก็เหมือนกัน เป็นคนดีมากที่สุดคนหนึ่งที่ฉันรู้จักเลย”

 

ถ้าหากว่าพบกันเร็วกว่านี้ เขาคงคบหากับเธอ ตัดสินใจแต่งงานกับเธอโดยไม่ลังเล

 

ผู้หญิงที่เพียบพร้อมเข้าอกเข้าใจแบบนี้ พบได้ง่ายเสียที่ไหน

 

เพียงแต่…

 

พวกเขาพบกันช้าเกินไป

 

มินามิยิ้ม ยื่นมือออกมากอบกุมมือเขาที่วางประสานอยู่บนโต๊ะแผ่วเบา “คุณฮาจิเมะ มีคนที่อยากอยู่ด้วยตลอดชีวิตอยู่แล้วใช่ไหมคะ… คนที่ไม่ใช่ฉัน”

 

หมอหนุ่มนิ่งงัน

 

ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ

 

“…ใช่”

 

คู่สนทนาเอียงคอ ยิ้มหวาน บีบมือเขาเบาๆ “คุณน้าหวังดีอยากให้คุณมีคู่ แต่ชีวิตคุณคือของคุณ คู่ชีวิตของคุณก็คือคนที่คุณต้องเลือกเองนะ คุณฮาจิเมะ”

 

เขานิ่งฟัง

 

มินามิคลายมือออก ดึงกลับไปวางประสานหน้าตักตัวเอง รอยยิ้มไม่เคยจางหายไปจากใบหน้า

 

“ถ้ามีคนๆ นั้นอยู่แล้ว… ก็อย่าปล่อยให้เขาหลุดมือไปได้นะคะ คุณฮาจิเมะ”

 

 

 

 

 

“ทำไมช่วงนี้นายมาเที่ยวกับพวกเราบ่อยจัง อิวะอิสึมิ”

 

ท่ามกลางเสียงอึกทึกของร้านกินดื่มใจกลางเมือง เสียงหนึ่งเอ่ยถามแทรกความวุ่นวาย ส่งคำถามตรงมาให้อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ

 

เจ้าของชื่อชะงักมือที่กำลังรินเหล้าใส่แก้ว หันมองคนถาม ก็เห็นโบคุโตะ โคทาโร่ทำตาวาววับ มองเขาอย่างคาดหวังรอคำตอบ

 

ศัลยแพทย์หนุ่มรินเหล้าจนเสร็จ วางขวดลง ยกแก้วบรรจุน้ำสีอำพันขึ้นจรดริมฝีปาก เลิกคิ้ว “ฉันมาไม่ได้หรือไง?”

 

“เฮ้ เปล่านา แค่สงสัย” โบคุโตะชูสองมือขึ้นฟ้าเป็นเชิงปกป้องตัวเอง “ก็ไหนนายบอกว่าต้องไปหาแฟน เลยมาไม่ได้ ไหงไม่ไปแล้วอ้ะ”

 

“ใช่ๆ” ฮานามากิได้ทีรีบสำทับ ประหนึ่งว่ารอให้ใครสักคนเปิดประเด็นนี้ขึ้นมาอยู่แล้ว “แฟนนาย… ชื่ออะไรนะ มินามิจัง?”

 

อิวะอิสึมิขมวดคิ้ว ส่งเสียงขู่ต่ำ “ไม่ใช่แฟน”

 

“ว่าที่คู่หมั้นก็ได้เอ้า” พ่อหมอตารีบแก้ ใช้คำเดียวกับที่เขาเคยใช้เด๊ะ

 

คนถามสองคนไม่มีทีท่าจะยอมแพ้ง่ายๆ นั่งชิดตัวเขาชนิดไม่เปิดโอกาสให้หนีไปไหนได้พ้น อิวะอิสึมิถอนหายใจยาว ยังคงตั้งคำถามถึงการตัดสินใจเลือกคบเพื่อนของตัวเอง ขณะที่นัยน์ตาสีเข้มกวาดมองไปยังเพื่อนร่วมวงเหล้าที่เหลือ และหยุดลงที่สองร่างซึ่งนั่งอิงแอบกันอยู่ฝั่งตรงข้าม

 

คุโรโอะ เท็ตสึโร่กำลังดื่มเบียร์พลางคุยกับอุชิจิมะ วากะโทชิ เพื่อนร่วมงานภาคเวชศาสตร์ฉุกเฉินที่จับพลัดจับผลูโดนหิ้วมาร่วมวงเหล้ายามเย็นด้วยกัน ทั้งคู่สนทนากันเรื่อยโดยไม่ได้มีทีท่าจะสนใจวงสนทนาอีกฝั่ง ข้างกันกับหนุ่มผมดำมีโออิคาวะ โทรุนั่งพิงไหล่ ในมือไร้ซึ่งเครื่องดื่มมึนเมาใดๆ เหมือนเจ้าตัวไม่มีกะจิตกะใจจะดื่ม เอาแต่แนบชิดคุโรโอะจนเขาเห็นแล้วรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา

 

อดทนไว้

 

อิวะอิสึมิได้แต่บอกตัวเองเช่นนั้น

 

เพราะเขาไม่มีสิทธิอะไรจะไปหึงหวงคนที่ไม่ใช่ของเขา

 

พวกเขาสบตากัน ในชั่วเสี้ยววินาที โออิคาวะกะพริบตาสองครั้ง ก่อนจะเสหลบ ขยับตัวซุกไซ้ไปกับผิวเนื้อของคุโรโอะโชว์เขาราวกับรู้ว่าทำเช่นนั้นแล้วเขาจะไม่พอใจ

 

ซึ่งใช่

 

เขาไม่พอใจ

 

แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

 

“เฮ้เฮ้ อิวะอิสึมิ” เสียงของโบคุโตะฉุดเขาออกจากภวังค์ “ตอบพวกฉันก่อนเซ่”

 

เขากลอกตา เจ้าเพื่อนพวกนี้ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ จริงด้วย

 

“เลิกคุยไปแล้ว”

 

จงใจตอบเสียงดังเกินควร เพื่อส่งสารไปให้ถึงเพื่อนร่วมโต๊ะคนอื่น ซึ่งดูเหมือนจะได้ผล เขาเห็นดวงแก้วสีอ่อนของโออิคาวะเบิกกว้าง สายตาที่หลบหลีกเขาอยู่เมื่อครู่ยอมหันกลับมามองกันในที่สุด

 

“ห๊ะ” ฮานามากิอุทานเสียงดัง ราวกับไม่แน่ใจในสิ่งที่ตนได้ยิน “เลิกแล้ว”

 

“เออ”

 

“ทำไม!” ว่าฮานามากิเสียงดังแล้ว โบคุโตะก็ยังทำเสียงดังขึ้นได้ยิ่งกว่า จนคราวนี้ทั้งคุโรโอะและอุชิจิมะต่างก็ต้องหันมามองพวกเขา “เธอน่ารักจะตาย เลิกกันทำไมอะ!”

 

อิวะอิสึมิขมวดคิ้ว เสียงในร้านก็ดังมากจนแก้วหูจะแตก นี่เพื่อนเขายังจะช่วยเพิ่มมลภาวะทางเสียงอีก “บอกแล้วไงว่าไม่ได้คบกันเป็นแฟนตั้งแต่แรก”

 

“ถึงงั้นก็เหอะะะ โหย เสียดาย”

 

“งี้แหละ โบคุโตะ” ฮานามากิว่า “คนมันเลือกได้ ก็ต้องเลือกคนที่ใช่ ถูกแล้ว”

 

คุโรโอะผิวปากหวีดหวิว “อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ หนุ่มฮอตตัวจริงเสียงจริง”

 

“นายร้อนเหรอ อิวะอิสึมิ ฉันก็ร้อน” ไม่รู้อุชิจิมะตีความบทสนทนาไปทางไหน ถึงได้จู่ๆ ก็ต่อความเช่นนั้น เรียกเสียงหัวเราะดังสนั่นวงเหล้า

 

เว้นก็แต่โออิคาวะ คนที่หันกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกับคุโรโอะแล้วก็คว้ากระเป๋าสะพายหลัง ลุกเดินออกไปจากโต๊ะที่กำลังสนุกสนานเอาดื้อๆ โดยไม่บอกลาใครสักคน

 

“อ้าว” ฮานามากิถึงกับงุนงงต่อการกระทำกะทันหันของเพื่อนหนุ่มศัลยกรรมกระดูกและข้อ “มันไปไหนของมัน”

 

“กลับบ้าน เห็นว่าง่วง” คุโรโอะยักไหล่ รู้ดีว่านั่นเป็นแค่ข้ออ้าง แต่ก็ไม่รู้เหตุผลเบื้องลึกเบื้องหลังมากไปกว่านั้น จึงไม่ขยายความใดๆ เพิ่มเติม

 

บรรดาเพื่อนของเขาพูดคุยเรื่องพฤติกรรมประหลาดของโออิคาวะอยู่พักหนึ่ง ก็เปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นกันตามประสา มีแต่อิวะอิสึมิที่มองตามแผ่นหลังกว้างไปจนลับสายตา อ้อยอิ่งอยู่ตรงที่เคยมีโออิคาวะอยู่ ก่อนจะดึงตัวเองกลับเข้าวงสนทนา

 

เขาได้ทำในสิ่งที่ควรจะทำแล้ว

 

จากนี้จะเป็นอย่างไร คงขึ้นอยู่กับความกรุณาของโออิคาวะ โทรุเท่านั้น…

.

.

.

(5)


 

A/N:

ตอนหน้าตอนสุดท้ายของเนบิวลาแล้วค่ะ

แล้วพบกันใหม่ไวๆ นี้ u x u),,

Advertisements

One thought on “[HQ!!] AIEL: NEBULA (4)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s