[HQ!!] AIEL: NEBULA (3)

NEBULA
iwaoi. hq!! doctor au. pg-13. romance, angst.
part of ‘an adventure in everyday life of goshiki tsutomu’ the series

.

.

.

(3)
( | | )

.

.

.

“เชิญคนต่อไปเข้ามาได้เลยครับ”

 

อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะว่า สายตาไม่ละไปจากกระดาษเบื้องหน้า ไล่อ่านประวัติผู้ป่วยไปทีละบรรทัดโดยละเอียด ในหัวคิดประมวลผลถึงสิ่งที่ต้องถามและตรวจจากผู้ป่วยรายใหม่

 

ประสบการณ์การเรียนรู้ในภาคศัลยกรรมสามปีกว่าทำให้กระบวนการคิดของเขาเฉียบแหลมขึ้น รู้หลักการและแม่นยำในทฤษฎีมากพอที่จะลดทอนคำถามไม่จำเป็น เมื่อหญิงวัยกลางคนที่เป็นหนึ่งในคนไข้ประจำของเขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ อิวะอิสึมิจึงถามไถ่ประเด็นสำคัญอย่างรวดเร็ว ไม่เยิ่นเย้อเสียเวลา

 

“ดีครับ ดีแล้ว… ถ้าอย่างนั้น ไว้นัดใหม่อีกหกเดือน รับยาเดิมไปทานต่อนะครับ”

 

มือกร้านจรดปลายปากกาลงกระดาษ เซ็นต์ชื่อส่งท้ายก่อนยื่นให้ผู้ป่วยที่รอรับใบสั่งยา

 

ก่อนลุกจากเก้าอี้ สายตาของเจ้าหล่อนตกลงมุมโต๊ะเขา ต่อบทสนทนาที่มีแต่คนไข้ประจำเท่านั้นจะถามไถ่ได้

 

“หมออิวะอิสึมิไม่ดื่มกาแฟร้านข้างหน้าแล้วหรือ ปกติมาทีไรเห็นดื่มตลอด”

 

คนโดนถามชะงัก

 

“พอดีช่วงนี้ไม่ค่อยว่างออกไปซื้อน่ะครับ ดื่มบ่อยๆ ก็ไม่ค่อยดีด้วย”

 

หล่อนพยักหน้าหงึกหงัก เออออไปกับคำพูดของเขา “นั่นซี แต่ป้าว่ามันอร่อยดี หาร้านชงถูกปากแบบนี้ยากนะ”

 

ว่าแล้วเธอก็บอกลา ก้าวออกจากห้องของเขาไป ทิ้งอิวะอิสึมิไว้ภายในห้องตรวจเพียงลำพัง

 

นัยน์ตาเรียวทอดมองไปยังบริเวณที่เคยมีแก้วอเมริกาโนเย็นวางอยู่จนชินตา

 

ไม่มีอีกแล้ว

 

อิวะอิสึมิถอนหายใจ นวดขมับ ก่อนเริ่มต้นเรียกผู้ป่วยรายต่อไป

 

ไม่มีกาแฟยามเช้าจากโออิคาวะอีกต่อไปแล้ว

 

ไม่สิ…

 

ไม่มีโออิคาวะ โทรุอยู่ในชีวิตของเขาอีกต่อไปแล้วต่างหากเล่า

 

 

 

 

 

“งั้น เจอกันเย็นนี้ อืม ขอบคุณนะ ฮารุมิ”

 

อิวะอิสึมิกดตัดสายโทรศัพท์ ยัดเครื่องมือสื่อสารใส่กระเป๋ากางเกง จัดที่นั่งดีๆ บนเก้าอี้ แล้วเริ่มต้นกินมื้อเที่ยงในเวลาอันจำกัด

 

ฮานามากิ ทาคาฮิโระเท้าคางมองจากที่นั่งฝั่งตรงข้าม เบะปาก ทำหน้าปุเลี่ยน “หวานแหววจริง อิจฉา”

 

คนโดนแซวเหลือบตามองคู่สนทนา ยอกย้อน “ถ้านายไม่บอกเลิกแฟนสาวคนที่สิบสามของนายไปเมื่อเดือนก่อน ก็คงไม่ต้องมานั่งอิจฉาฉันแบบนี้หรอก”

 

“หูย เจ็บจี๊ด” ฮานามากิยกสองมือทาบอก ตีหน้าเหยเกราวกับโดนของมีคมแทงเข้ากลางใจ “จะไม่ปลอบใจเพื่อนก็ได้ แต่ซ้ำเติมกันแบบนี้นี่ใจร้ายสุดๆ”

 

อิวะอิสึมิพ่นลมหายใจพรืด รู้อยู่หรอกว่าเพื่อนเสียใจที่เสียแฟน แต่ดูท่าไม่ได้เจ็บปวดใจสักเท่าไร หรือไม่ก็แสดงละครกลบเกลื่อนเนียนเกินไปหน่อยจนคนอื่นไม่รับรู้ เลยตัดสินใจไม่ออกความเห็นเรื่องแฟนเก่าเพื่อนอีก

 

เขาที่มีคนคุยด้วยเป็นตัวเป็นตนยังดูจะเจ็บเป็นคนอกหักเสียมากกว่า

 

“ว่าแต่ช่วงนี้นายมากินข้าวคนเดียวตลอดเลยนะ” นายหมอตาเปรยถาม

 

“กินกับนายไง”

 

“ไม่ใช่ดิ นี่ฉันบังเอิญเจอนายต่างหาก”

 

“เวลาว่างไม่ตรงกับคนอื่นก็ต้องกินคนเดียวอยู่แล้ว”

 

เสียงเคาะโต๊ะดังขึ้น ฮานามากิหรี่ตา “แต่ก่อนฉันก็เห็นนายหาเวลามากินข้าวกับโออิคาวะได้ทุกที แล้วทำไมตอนนี้ถึงทำไม่ได้ล่ะ”

 

ประโยคเดียวทำเอาอิวะอิสึมิถึงกับสะอึกกึก

 

ชายหนุ่มวางช้อน ยกแก้วน้ำดื่ม รู้สึกคอแห้งจนต้องกระดกน้ำเย็นเอาอึกแล้วอึกเล่า

 

อิวะอิสึมิ น้ำเสียงคู่สนทนาคาดคั้นลอยมาเข้าหู เขาหลับตาแน่น นับหนึ่งถึงสาม จึงยอมเผชิญหน้า

 

“โตแล้ว งานก็เยอะขึ้น จะหาเวลามากินข้าวด้วยกันตลอดได้ไง ไม่ใช่เด็กประถมเสียหน่อย”

 

ฮานามากิดูไม่เชื่อคำอธิบายนั้นเลยแม้แต่น้อย “อิวะ…”

 

“ช่างมันเถอะน่า ฮานามากิ” เขาตัดรำคาญด้วยการตัดบทเสียงห้วน จงใจใส่ความหงุดหงิดลงไปให้นายหมอตารู้ว่าเขาไม่อยากพูดเรื่องนี้อีก

 

เจ้าของผมสีอ่อนปิดปากฉับ ถึงจะดูไม่พอใจนักที่โดนเปลี่ยนเรื่อง แต่ก็ไม่ดื้อไล่ต้อนอิวะอิสึมิต่อแต่อย่างใด

 

เขากับฮานามากิรู้จักกันมานานมากพอที่จะรู้วิธีประนีประนอมเข้าหากัน ไม่อย่างนั้นคงไม่คบกันได้นานเป็นสิบปีหรอก

 

ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมชั่วขณะหนึ่ง อิวะอิสึมิเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ มีเวลาอีกสิบห้านาทีต้องกลับไปตรวจผู้ป่วยนอก ระหว่างนี้ยังนั่งอ้อยอิ่งได้อีกสักหน่อย

 

กำลังคิดจะชักชวนเพื่อนไปซื้อกาแฟ พ่อหมอตาก็เปิดบทสนทนาขึ้นอีกครั้ง

 

“ฉันเห็นโออิคาวะมากินข้าวกับคุโรโอะเมื่อวันก่อน”

 

เขาชะงัก

 

“…แล้วไง”

 

“วันก่อนนู้นก็เห็น”

 

“แล้วยังไง”

 

“วันก่อนก่อนนู้นก็เห็น”

 

อิวะอิสึมิอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาพูดเสียงห้วน หางเสียงสั้นจนคล้ายจะตะคอก “นายต้องการจะสื่ออะไร”

 

คนโดนคุกคามไม่สะทกสะท้าน นั่งนิ่งสงบ รอยยิ้มสบายอารมณ์แต่งแต้มบนใบหน้าแบบที่เห็นจนเคยคุ้น แต่กลับมีอะไรบางอย่างแปลกไป “ฉันได้ยินมาว่าคุโรโอะกำลังเดตกับโออิคาวะ”

 

เดต

 

เจ็บแปลบไปทั้งอกราวกับโดนหนามเกี่ยวรัดที่ขั้วหัวใจ แต่จะแสดงออกมาไม่ได้ อิวะอิสึมิจึงพยายามตีสีหน้าสงบไร้อารมณ์ที่สุดเท่าที่ตนจะทำได้

 

ตัดสินใจเอง ถอยเอง เจ็บเอง

 

จะโทษใครได้นอกจากตัวเอง

 

ฮานามากิยื่นมือตบไหล่เขา ไม่แรงมากนัก แต่พอเรียกสติอิวะอิสึมิกลับมา “ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างนายกับโออิคาวะ แต่อย่าทำอะไรที่จะเสียใจทีหลังแล้วกัน เข้าใจไหม”

 

คนโดนเตือนบ่นงึมงำ ยุ่งไม่เข้าเรื่องน่า หมดอารมณ์จะชวนไปซื้อเครื่องดื่มต่อ เลยตัดบทด้วยการบอกว่าติดงานแล้วลุกจากโต๊ะ พุ่งออกนอกโรงอาหารเอาดื้อๆ

 

ใช่ว่าอิวะอิสึมิไม่เคยได้ยินข่าวนี้มาก่อน ห้องผ่าตัดคือแหล่งแลกข่าวลือข่าวลวงชั้นดี กิจกรรมฆ่าเวลายามลงมีดของแพทย์และพยาบาลส่วนมากคือการแลกเปลี่ยนข่าวสาร ตั้งแต่สถานการณ์บ้านเมือง ไปจนถึงเรื่องซุบซิบปลีกย่อยตามมุมตึก

 

อิวะอิสึมิอาจไม่ใช่คนชอบสนทนาพาทีในเรื่องพวกนี้สักเท่าไรนัก แต่การทำงานในห้องผ่าตัดตลอดวันก็ทำให้เขาได้ยินข่าวต่างๆ ผ่านหูมาบ้าง ส่วนมากฟังเข้าหูซ้ายทะลุออกหูขวา เออออห่อหมกรับรู้แต่ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ

 

เว้นแต่ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับการขยับระดับความสัมพันธ์ของนายแพทย์ประจำบ้านศัลยกรรมกระดูก กับเพื่อนหมอเวชศาสตร์ฉุกเฉินที่ดังกระฉ่อนไปทั่วห้องผ่าตัด ที่เขาให้ความสนใจมากจนแทบจะเรียกได้ว่าเกินพอดี

ไม่มีคำยืนยัน ไม่มีคำตอบรับ โออิคาวะไม่ให้ความเห็นเรื่องนี้ เจ้าตัวแค่ยิ้มแล้วพูดหยอกแหย่ออกนอกประเด็นไปเรื่อย หรือบางครั้งก็หยอดสาวกลบเกลื่อน พอสาวเจ้าที่เปิดประเด็นเคลิ้มตามไปได้เสียหน่อย เจ้าตัวก็หลบเลี่ยงการตอบเรื่องนี้ไปได้อย่างแนบเนียน

 

ทางด้านคุโรโอะนั้นใช้ชีวิตในห้องฉุกเฉินเป็นหลักอยู่แล้ว หนุ่มผมดำมักตอบว่าทุกวินาทีในแผนกมีค่าเกินกว่าจะเอามานั่งตามล่าข่าวลือ พูดด้วยท่าทางทีเล่นทีจริงแต่วาจาเชือดเฉือนใช่ย่อย ถึงตอนนั้นทุกคนก็เงียบไป เป็นอันปิดประเด็น

 

ไม่มีใครรู้ว่าเป็นเรื่องจริงเท็จแค่ไหน แต่ภาพของคุโรโอะที่ตามโออิคาวะแจเมื่อว่าง ตัวติดกันทุกช่วงพักที่มี แถมยังรับส่งกันเช้าเย็น ก็คล้ายเป็นหมุดตอกย้ำความมั่นใจของทุกคนได้เป็นอย่างดี

 

อิวะอิสึมิเองก็เห็น

 

เดินสวนผ่านกันบนทางเดินบ้างล่ะ เห็นตอนจอดรถเข้าทำงาน หรือขับออกยามเลิกงานบ้างล่ะ โรงพยาบาลไม่ได้กว้างใหญ่เป็นมหาสมุทร แถมเขากับโออิคาวะยังป้วนเปี้ยนแถวแผนกศัลยกรรมเหมือนกันอีก ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะบังเอิญพบกันบ่อยๆ

 

แต่อาจจะดีกว่านี้ถ้าไม่พบกันอีกเลย

 

ที่ของคุโรโอะเคยเป็นที่ของเขา มาวันนี้ความทรงจำในคืนวันเหล่านั้นกลับช่างดูห่างไกลราวกับเป็นเพียงภาพฝัน

 

ภาพฝันแสนหวาน ชวนให้ปวดแปลบทุกครั้งที่นึกถึง

 

ชีวิตของเขาไม่มีโออิคาวะ โทรุประกอบเป็นส่วนหนึ่งอีกต่อไปแล้ว

 

ซ้ำยังห่างเหินราวกับไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

 

แพทย์ศัลยกรรมหนุ่มกำมือ แบมือ ทำวนซ้ำไปมาตลอดทางเดินกลับไปยังแผนกผู้ป่วยนอก ท่องวนซ้ำไปมา เขาเลือกเอง เขาตัดสินใจเอง เขาทำตัวเอง

 

นี่คือการตัดสินใจที่ดีที่สุดแล้ว

 

จริงหรือ

 

เขาส่ายหัว สะบัดไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ของตน พยายามคิดถึงแต่หญิงสาวที่เขานัดพบในช่วงเย็นวันนี้ พบว่าช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้นได้เปลาะหนึ่ง ครั้นแล้วเมื่อถึงเวลาเลิกงาน เขาก็รีบเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเป้ บอกลาเพื่อน และมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย

 

กว่าจะจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ท้องฟ้าก็เริ่มถูกทาบทับด้วยสีส้มของอาทิตย์อัสดงเสียแล้ว กระโจนขึ้นรถ ขับไปตามเส้นทางเพื่อไปยังร้านอาหารที่หมาย ในใจคิดว่าป่านนี้มินามิคงนั่งแกร่วรอเขาจนเบื่อแย่ รู้สึกผิดขึ้นมาที่ปล่อยให้เธอต้องรอ

 

สมัยก่อน ต่อให้เลิกงานเย็นย่ำแค่ไหน เขาก็จะออกจากโรงพยาบาลพร้อมโออิคาวะเสมอ รอกันอยู่ในตึก เสร็จแล้วก็ออกไปกินข้าวเย็น กลับคอนโดพร้อมกัน ไม่เคยรู้สึกว่าต้องปล่อยให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรอเก้อเสียเท่าไร…

 

เผลอคิดถึงอีกแล้ว

 

ถอนหายใจยาว รู้อยู่หรอกว่าตกลงหลุมลึกนับแต่พบกันวันแรก แถมยิ่งรู้จักยิ่งขุดลงลึกล้ำกว่าแรกพบ แต่ไม่คิดว่าจะตกลงไปลึกขนาดนี้

 

ลึกจนหาทางออกไม่ได้ ซ้ำยังไม่เห็นแม้แต่แสงสว่างนำทาง

 

ถึงจุดหมายในที่สุด จึงถอยรถเข้าที่จอดอย่างชำนาญ คว้าข้าวของจำเป็นแล้วก้าวลง มองไปข้างในก็พบว่ามีผู้คนอยู่แออัด แต่มินามิน่าจะจับจองที่นั่งไว้ให้พวกเขาแล้ว

 

อิวะอิสึมิเปิดประตูเข้าร้าน เสียงกรุ๊งกริ๊งเหนือประตูบอกให้พนักงานรู้ว่ามีแขกใหม่ เสียงต้อนรับจึงดังตามมา ดวงแก้วสีมรกตกวาดรอบร้าน ตั้งใจมองหาคนที่นัดกันไว้ แต่กลับตกลงที่เงาร่างคุ้นเคยแทน

 

หัวใจแทบหยุดเต้นในวินาทีนั้น

 

โออิคาวะ โทรุนั่งหันหน้าเข้าหาเขา ตรงที่นั่งสำหรับสองคนตำแหน่งใกล้ประตู พ่อหนุ่มรูปหล่อขวัญใจพยาบาลเบิกตากว้างมองเขาราวกับเห็นผี ใบหน้าขาวยิ่งซีดเซียว ไม่รู้เพราะตกใจ หรือเพราะความอ่อนล้า บางทีช่วงนี้อาจงานหนัก เขาเห็นใต้ตาดำคล้ำปรากฏชัดบนใบหน้าของอีกฝ่าย

 

คุโรโอะดูแลโออิคาวะยังไงของมัน ความคิดแรกแล่นปราดเข้ามาในหัว ถ้าพื้นที่ข้างตัวยังเป็นของเขา อิวะอิสึมิเชื่อมั่นว่าตนจะดูแลได้ดีกว่านี้…

 

…จริงหรือ

 

ตลอดสามปีที่ผ่านมา ใครคอยตามเป็นห่วงเป็นใย ใส่ใจทุกอย่างในชีวิตของกันและกันมากกว่าก็เห็นอยู่ ถ้าไม่ใช่เพราะมีโออิคาวะคอยดูแล เขาจะได้กินข้าวเช้ากลางวันเย็นทุกวันหรือ กี่เทศกาล โออิคาวะก็เป็นคนมอบความสุขให้กับเขา ตอนที่เขาอ่อนแอ ก็ได้โออิคาวะปลอบโยน ขณะที่อิวะอิสึมิแทบไม่เคยทำอะไรให้สักอย่าง เขาเป็นฝ่ายรับและรับจนเคยตัว หลงลืมไปว่าผู้ให้เองก็ต้องการได้รับเช่นกัน

 

ถ้ามีโอกาส…

 

ขอแค่โอกาสอีกสักครั้ง

 

“อ้าว อิวะอิสึมิ” เสียงทุ้มทักทายด้านข้าง ฉุดเขาออกจากห้วงคิด

 

เบือนหน้าไปยังที่มา พบเพื่อนหมอเวชศาสตร์ฉุกเฉินนามคุโรโอะ เท็ตสึโร่ยักคิ้วหลิ่วตามาให้ ท่าทางปกติที่เห็นบ่อยจนชินตาแต่วันนี้กลับรู้สึกหมั่นไส้เพิ่มขึ้นอีกร้อยหน่วย ยิ่งเห็นว่าในมือของคุโรโอะมีเครื่องดื่มสองแก้ว และหนึ่งในนั้นถูกยื่นส่งให้โออิคาวะ ยิ่งรู้สึกคุกรุ่นอยู่ข้างใน

 

ยิ่งเห็นแววโล่งใจที่ฉายอยู่ในดวงตาของโออิคาวะ ยิ่งรู้สึกว้าวุ่น

 

แค่พบเขานี่ต้องลำบากใจขนาดนั้นเลยหรือ

 

“คุโรโอะ”

 

คุโรโอะยังไม่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามโออิคาวะ กลับยืนเพื่อคุยกับเขาต่อ “มาทำอะไรน่ะ”

 

“มีนัด” อิวะอิสึมิตอบเสียงห้วนกว่าที่ตนตั้งใจ

 

“โฮ่ กับคุณว่าที่คู่หมั้นล่ะสิ”

 

ศัลยแพทย์หนุ่มเลือกที่จะไม่ตอบ เขาเหลือบมองโออิคาวะผ่านหางตาอีกครั้ง เห็นว่าอีกฝ่ายยังคงจับจ้องเขาไม่วางตา แต่ก็ไม่ทักทายอะไร

 

“ส่วนนายก็คงมากับแฟนใหม่”

 

เขาพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด แต่แววตกใจบนใบหน้าของผู้รับสารทั้งคู่สื่อให้เขารู้ว่าความพยายามของตนคงล้มเหลว

 

ก่อนที่จะมีใครได้พูดอะไรออกมา อิวะอิสึมิจึงตัดบทด้วยการขอตัวไปหามินามิ คุโรโอะมีทีท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ยั้งตัวเองไว้ ส่วนโออิคาวะนั้นหน้าซีดเผือดยิ่งกว่าเก่า แม้จะมีร่องรอยความไม่พอใจและเอาเรื่องฉายอยู่ในดวงตาคู่นั้นก็ตาม

 

ใช้เวลาไม่นานเขาก็พบคู่นัดหมาย หล่อนส่งยิ้มกว้างเมื่อพบเขาปรากฏในลานสายตา ก่อนที่รอยยิ้มจะอันตรธานหายไปเมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของเขาชัดแจ้ง ความเป็นห่วงเคลื่อนตัวเข้ามาแทนที่ คำถามอ่อนโยนถูกส่งให้ทันทีที่อิวะอิสึมิทิ้งตัวลงนั่งหน้าเธอ

 

“คุณฮาจิเมะ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ สีหน้าไม่ดีเลย”

 

เขาเลือกส่ายหัวแทนคำตอบ เป็นอีกครั้งที่เขาไม่สามารถหาคำตอบใดดีกว่านั้นได้อีกแล้ว

 

 

 

 

 

“อิวะอิสึมิ”

 

หากให้จัดลำดับคนที่อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะไม่อยากได้ยินเสียงมากที่สุดในโลกตอนนี้ คุโรโอะ เท็ตสึโร่คงติดหนึ่งในห้าอันดับแรกอย่างไม่ต้องสงสัย

 

แล้วทำไมถึงต้องมาเจอกันตามลำพังเอาตอนนี้ด้วย

 

อันที่จริงจะใช้คำว่าตามลำพังก็ไม่ถูกสักเท่าไรนัก เพราะพวกเขาอยู่ในบริเวณโรงอาหารของบุคลากรทางการแพทย์ สถานที่ที่ทุกคนพากันมากินข้าวเที่ยงในทุกวัน ผิดก็แต่วันนี้ดันมีจำนวนคนอยู่เพียงหยิบมือ และในจำนวนนั้นคนที่เขารู้จักสนิทสนมก็มีแค่คุโรโอะ

 

หรือเขาควรจะออกไปกินข้างนอก

 

คิดได้ตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว ในมือมีจานข้าวอุ่นร้อนหอมฉุยรออยู่ จะทิ้งมันไปด้วยเหตุผลส่วนบุคคลก็เสียดายเงิน หนีไปนั่งโต๊ะอื่นทั้งที่อีกฝ่ายเรียกชื่อเขาชัดเจนแบบนั้นแล้วก็ดูไร้มารยาทเกินไป สุดท้ายจึงจำเป็นต้องนั่งลงโต๊ะเดียวกับนายหมอเวชศาสตร์ฉุกเฉินอย่างช่วยไม่ได้

 

“ทำไมมานั่งคนเดียวล่ะ” อิวะอิสึมิถามหลังทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ไม่ได้ตั้งใจอยากรู้จริงจัง ถามไปตามมารยาทเท่านั้นเอง

 

อีกอย่าง ส่วนลึก เขานึกสงสัยว่าทำไมโออิคาวะถึงไม่อยู่ตรงนี้ด้วย

 

ใช่ว่าเขาอยากเจอทั้งคู่อยู่ด้วยกันหรอกนะ

 

“โดนทิ้ง” คุโรโอะตอบแล้วยักไหล่ ท่าทางไม่อนาธรร้อนใจ “จริงๆ อยู่เวรบ่าย แต่ติดสอน เลยแวะมานั่งพักที่นี่ก่อน”

 

อืม เขาส่งเสียงรับในลำคอ พยักหน้าสองทีเป็นเชิงรับรู้ แล้วไม่ต่อบทสนทนาอีก

 

สายตาเฉียบคมของคุโรโอะจ้องมองเขา สร้างความปั่นป่วนแม้ไม่สบเข้า รู้ว่าเพื่อนร่วมโต๊ะกำลังคิดวิเคราะห์อะไรบางอย่าง แต่อิวะอิสึมิไม่อยากรู้นักว่าคิดอะไรอยู่

 

เสียแต่อีกฝ่ายไม่ได้คิดแบบเดียวกับเขา เพราะจู่ๆ เจ้าตัวก็เปิดบทสนทนาขึ้นมาดื้อๆ

 

“ฉันมารอนาย”

 

เขากะพริบตา ไม่แน่ใจว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า

 

“รอฉัน?”

 

คุโรโอะโคลงศีรษะไปมา “เรื่องโออิคาวะ”

 

อิวะอิสึมิไม่แน่ใจนักว่าตนอยากฟังเรื่องที่คุโรโอะต้องการจะบอกหรือเปล่า

 

ไม่ใช่สิ เขาไม่อยากจะฟังเลยต่างหาก

 

“คุโร…”

 

“เฮ้ ฟังฉันก่อน” คุโรโอะยกสองมือขึ้นทำท่าปราม ราวกับมีญานทิพย์หยั่งรู้ล่วงหนาว่าอิวะอิสึมิต้องการจะพูดอะไร “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกนายสองคน โออิคาวะไม่ยอมบอกฉัน และนายก็คงไม่บอกเหมือนกัน แต่ฉันคิดว่านายมีสิทธิที่จะรู้เรื่องนี้”

 

สิทธิที่จะรู้

 

หัวคิ้วของอิวะอิสีมิขมวดมุ่น เผลอตัวเม้มปากโดยอัตโนมัติ สมองคาดเดาไปต่างๆ นานา หรือคุโรโอะจะยอมรับในที่สุดว่ากำลังคบหากับโออิคาวะ และมาบอกให้เขาตัดใจ

 

แต่สิ่งที่ได้รับรู้กลับเลวร้ายยิ่งกว่านั้นเสียอีก

 

“โออิคาวะจะลาออก”

.

.

.

(4)


A/N:

มาถึงครึ่งทางแล้ว นบล.นี่มีทั้งหมดห้าตอนค่ะ
อนึ่ง เอยูหมอนี่ที่ผ่ามาเราเขียนแบบกระโดดไทม์ไลน์ไปมา ฉะนั้นถ้าอ่านแล้วงงไทม์ไลน์ สามารถดูจากหน้าเพจได้นะคะ เพราะเรียงตอนไว้ตามไทม์ไลน์ในเรื่อง

สำหรับตอนต่อไป เจอกันเดือนหน้าค่า–

Advertisements

One thought on “[HQ!!] AIEL: NEBULA (3)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s