[HQ!!] AIEL: NEBULA (2)

NEBULA
iwaoi. hq!! doctor au. pg-13. romance, angst.
part of ‘an adventure in everyday life of goshiki tsutomu’ the series

.

.

.

(2)
( | )

.

.

.

 

“ช่วงนี้นายไม่ค่อยไปเที่ยวกับพวกฉันเลย”

 

ฮานามากิ ทาคาฮิโระตั้งข้อสังเกตนี้ขึ้นกลางวงสนทนายามเที่ยงวันหนึ่ง หลังผ่านไปเดือนเต็มนับจากวันที่อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะได้พบเจอกับมินามิ ฮารุมิ

 

บนโต๊ะประกอบด้วยอิวะอิสึมิ ฮานามากิ โบคุโตะ คุโรโอะ และโออิคาวะ นับว่าเป็นวันที่รวมตัวพวกเขามานั่งกินข้าวเที่ยงพร้อมกันได้มากที่สุดนับแต่รู้จักกันมา

 

แว้บแรกที่ได้ยิน อิวะอิสึมินึกสงสัยว่าเพื่อนสมัยเรียนตั้งใจจะถามถึงใคร ก็ในเมื่อบนโต๊ะมีอยู่ตั้งห้าคน ครั้นเห็นว่าทุกสายตาจับจ้องมาที่เขา จึงรู้ว่าคำถามนั้นถูกส่งมาให้ตน

 

เขากลืนอาหารลงคอ รอจนปากว่าง แล้วค่อยตอบ “ติดธุระ”

 

“ธุระ ธุระ คนอะไรจะติดธุระมันแทบทุกวัน” นายหมอตากอดอก หรี่ตามองด้วยท่าทีจับผิด

 

คุโรโอะ เท็ตสึโร่ แพทย์ประจำบ้านห้องฉุกเฉินเสริมต่อ “ติดธุระหรือติดสาว”

 

“เฮ้ยย อิวะอิสึมิ นี่นายมีสาวแล้วเหรอ เจอที่ไหน เจอได้ยังไง แนะนำให้ฉันรู้จักมั่งซี่!” เพื่อนร่วมแผนกศัลยกรรมจอมโวยวายนามโบคุโตะ โคทาโร่โอดโอยตามมา

 

เขายังไม่ทันได้เปิดปากค้าน โออิคาวะ โทรุก็พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย รอยยิ้มจุดขึ้นที่มุมปาก “อย่างอิวะจังน่ะจะไปหาสาวที่ไหนมาติดได้ไม่ทราบ”

 

นี่เขานึกยังไงถึงได้คบพวกมันเป็นเพื่อนนะ

 

คิดผิดสุดๆ

 

“ถ้าพวกนายจะคิดเองเออเองแล้วไม่ฟังฉันอธิบาย ก็ไม่ต้องถามไหม!” อิวะอิสึมิขึ้นเสียง

 

“ชู่ อิวะจัง อย่าเสียงดังสิ เดี๋ยวเขารู้กันหมดว่านายน่ะเป็นคนป่าเถื่อน ใช้แต่กำลัง” นายหมอศัลยกรรมกระดูกยกนิ้วชี้ขึ้นทำท่าจุ๊ปาก ราวกับกำลังคุยอยู่กับเด็กอนุบาล

 

ท่าทางนั่นมันน่าตีใช้น้อยเสียที่ไหน

 

เขาจึงลอบเตะขามันใต้โต๊ะเข้าให้หนึ่งที เรียกเสียงร้องโอ๊ยดังลั่นก่อนจะตามมาด้วยสายตาอาฆาตจากคนโดนจู่โจม

 

สมน้ำหน้า

 

ฮานามากิเห็นท่ากำลังจะพากันออกนอกประเด็น จึงรีบเบี่ยงวงสนทนากลับมายังหัวข้อเดิม “เอ้า งั้นไหนอธิบายมาสิ ว่านายหายไปไหนได้แทบทุกวี่ทุกวัน”

 

เสียงพูดคุยหยอกล้อบนโต๊ะเงียบไป ทุกคนนั่งนิ่ง รอฟังคำชี้แจงจากเขา

 

กับอีแค่เรื่องไม่ได้ไปกินข้าวดื่มเหล้าสังสรรค์ยามเย็นด้วย ทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้

 

ที่สำคัญยิ่งกว่า คือทำไมต้องมาถามต่อหน้าโออิคาวะ

 

คนที่เขาหลีกเลี่ยงการใช้เวลาว่างร่วมกันมาเป็นเดือนนับแต่วันแรกที่ได้พบกับมินามิ

 

เห็นสีหน้าคู่กรณีดูเรียบเรื่อย มีรอยยิ้มแต้มมุมปากอย่างที่พบเป็นประจำ แต่อิวะอิสึมิสังเกตเห็นได้ว่ามีแววคาดคั้นแฝงอยู่ในดวงตาคู่นั้น จนเขาชักไม่แน่ใจแล้วว่าคนอยากได้คำตอบคือฮานามากิที่เป็นคนเปิดประเด็น หรือว่าโออิคาวะกันแน่

 

ครั้นจะโกหกบ่ายเบี่ยง ก็มีแต่จะเป็นการยืดเวลาเผชิญหน้าออกไปเท่านั้น

 

เขาจึงตัดสินใจตอบไปตามตรง

 

“ไปหาว่าที่คู่หมั้น”

 

ฮ้า! รอบโต๊ะสูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอด ความตกใจฉายชัดบนใบหน้าทุกคน …เว้นแต่โออิคาวะ โทรุ

 

รูปหน้าหล่อเหลานิ่งสนิท สองนัยน์ตาหรี่ลงครุ่นคิด ก่อนจะเบิกกว้าง คล้ายปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าที่พอดิบพอดี

 

อิวะอิสึมิเบือนหน้าหนี หลบสายตา มองหน้าคู่สนทนารายอื่นแทน

 

“นายมีคู่หมั้น!” โบคุโตะส่งเสียงโวยวาย โยกตัวไปมาจนน่าหวาดเสียวว่าจะทำโต๊ะคว่ำเข้าในที่สุด “จะแต่งเมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกเพื่อนบ้าง”

 

“ว่าที่คู่หมั้น” เขาแก้ “แค่คุยกันอยู่”

 

“แต่ถึงขั้นไปคุยทุกวันนี่ น่าจะจริงจังน่าดู” คุโรโอะว่า เท้าคางมองเขา

 

“อะไรว้า จะทิ้งเพื่อนแล้วเหรอ น่ารักไหม ดูรูปหน่อย” ฮานามากิคะยั้นคะยอ

 

คนโดนรุมอ้าปากหมายเถียง ตั้งใจจะบอกให้ทุกคนเงียบแล้วหยุดถามเสียที ถ้าจะแต่งเมื่อไหร่เดี๋ยวเขาบอกเอง แต่เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือกลับแผดลั่นขึ้นกลางวงเสียก่อน บทสนทนาจึงเป็นอันชะงักไป

 

เจ้าของโทรศัพท์สะดุ้งสุดตัว ราวกับเพิ่งโดนเสียงเรียกดึงออกจากภวังค์ คว้าเครื่องขึ้นจ่อหู กรอกเสียงไปตามสาย “โออิคาวะครับ อ๊ะ เคสเข้าแล้วเหรอ อืม เดี๋ยวรีบไปนะ”

 

พูดจบเจ้าตัวก็ยืดตัวตรง ไม่ลืมคว้าชามเปล่าขึ้นมาด้วย บอกลาเพื่อนๆ แล้วรีบเดินออกจากห้องอาหารไป

 

โดยไม่สบตาอิวะอิสึมิแม้สักวินาทีเดียว

 

รู้สึกปั่นป่วนมวนท้อง คลื่นความไม่สบายใจโถมกระหน่ำในห้วงคิด รู้อยู่แล้วว่าสักวันโออิคาวะก็ต้องรู้เรื่องนี้ แต่อย่างไรเสียก็เตรียมใจรับผลที่จะตามมาไม่ได้เลยจริงๆ

 

เสียงบอกลาของเพื่อนรอบโต๊ะดังเข้าหูซ้ายทะลุออกหูขวา เห็นผ่านหางตาว่าคุโรโอะลุกจากที่นั่ง บอกสั้นๆ ว่าต้องไปสอนเด็กนักเรียนตอนบ่ายสอง ตามด้วยโบคุโตะที่มีธุระไปติดต่อการเงิน บนโต๊ะจึงเหลือเพียงเขากับฮานามากิ

 

อิวะอิสึมิกำมือ คลายออก กำมือ ทำซ้ำไปมาราวกับย้ำเตือนตนว่าขณะนี้เป็นความจริง

 

ด้านชา และไร้ความรู้สึก

 

หากเป็นเช่นนั้นได้ก็คงดี

 

เพื่อนหมอตามองเขา ยื่นมือตบบ่าเบาๆ “เฮ้ เป็นอะไรหรือเปล่า อิวะอิสึมิ”

 

เขาทำได้แค่ส่ายหัว

 

เพราะคงไม่มีคำตอบใดดีไปกว่านี้อีกแล้ว

 

 

 

 

 

“คุณฮาจิเมะ มีโทรศัพท์มาค่ะ”

 

อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะหยุดมือจากการล้างจาน เช็ดให้แห้งสนิท แล้วก้าวออกจากส่วนห้องครัว พบเจ้าของเสียงยืนถือมือถือของเขาอยู่ แต่ไร้ซึ่งเสียงเรียกเข้าใดๆ ดูเหมือนว่าจะเพิ่งดับไปนั่นเอง

 

เขายื่นมือออกไปรับ ปากถาม “ใครน่ะ”

 

มินามิเอียงคอ วางโทรศัพท์ให้เขา “เอ… เห็นขึ้นชื่อว่าโออิคาวะนะคะ”

 

โออิคาวะ โทรุ

 

อิวะอิสึมิจับจ้องหน้าจอ หนึ่งสายที่ไม่ได้รับ ชั่งใจ ก่อนจะยัดโทรศัพท์กลับลงไปในกระเป๋ากางเกง

 

“ไม่โทรกลับหรือคะ” มินามิถามเสียงซื่อ วันนี้เขาชวนเธอมาทานข้าวเย็นที่ห้อง เป็นมื้อเย็นทำเองที่เรียบง่ายแต่สบายใจ และจะดีกว่านี้ถ้าไม่มีโทรศัพท์จากโออิคาวะดังขึ้นมา

 

เพราะถึงแม้ตัวเขาจะอยู่กับมินามิแทบตลอดเวลา แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหัวใจของเขายังลอยอ้อยอิ่งอยู่ที่ใครคนเดิม

 

อิวะอิสึมิส่ายหัว “ไม่รีบหรอก”

 

“คุณโออิคาวะนี่ที่เป็นเพื่อนที่ทำงาน…? บางทีเขาอาจจะมีเคสด่วนปรึกษาก็ได้นะ คุณฮาจิเมะโทรไปเถอะ ฉันกลับเองได้ค่ะ”

 

หนุ่มศัลยกรรมยังคงปฏิเสธ “แต่นี่นอกเวลางานแล้ว ถ้ามีอะไรด่วนมากก็ให้มันปรึกษาเวรไปแล้วกัน เดี๋ยวฉันไปส่ง”

 

ว่าแล้วเขาก็หยิบกระเป๋าสะพายของเจ้าหล่อนขึ้นส่งให้ มินามิคลี่ยิ้ม รอยยิ้มหวานหยดสดใสที่ช่วยเยียวยาจิตใจอันอ่อนล้ามาหลายครั้งหลายครา อิวะอิสึมิยิ้มตอบ รอเธอเดินไปยังประตู แล้วจึงก้าวตามไป

 

มินามิ ฮารุมิเป็นผู้หญิงที่ตรงตามความฝันใฝ่ของเขาทุกประการ

 

อิวะอิสึมิคิดว่าบางที สักวันอันใกล้นี้ เขาคงตัดสินใจขอเธอคบหาเป็นคนรัก แต่งงาน สร้างครอบครัว เริ่มชีวิตใหม่

 

ชีวิตตามที่ควรเป็น

 

เขาชิงเปิดประตูให้เธอก่อน สาวเจ้าก้าวเท้านำ แต่แล้วก็ชะงักอยู่ตรงธรณีประตู ไม่ยอมก้าวออกไปนอกห้อง

 

ความสงสัยชักนำให้อิวะอิสึมิหันไปตามสายตาของเธอ เมื่อภาพตรงหน้าสะท้อนสู่แก้วตา เขาเองก็เป็นอันนิ่งงันตามไป

 

“อิวะจัง…”

 

โออิคาวะ โทรุในชุดทำงานยืนอยู่ตรงนั้น หน้าประตูห้องของเขา ชายหนุ่มยกมือค้าง ท่าทางคล้ายกำลังจะกดออดเรียกเจ้าของห้อง นัยน์ตาสีน้ำตาลกวาดมองหญิงสาวร่างเล็กจากศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะเลื่อนมาหยุดลงที่อิวะอิสึมิ

 

อิวะอิสึมิรู้ว่าสักวันโออิคาวะก็ต้องได้พบกับมินามิ แต่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะพบกันในรูปแบบนี้

 

รูปการณ์เลวร้ายสุดๆ

 

มีความเจ็บปวดแฝงอยู่ในดวงแก้วกลมใสของผู้มาเยือน แต่ก็ปรากฏให้เห็นเพียงครู่เดียวเท่านั้น แล้วอันตรธานหายไปก่อนที่เขาจะได้จับจ้องจนมั่นใจในสิ่งที่เห็นเสียอีก

 

บางทีอิวะอิสึมิอาจจะคิดไปเอง

 

“โออิคาวะ” เขาว่า ก้าวขึ้นหน้ามาบังมินามิจากสายตาพินิจพิจารณาของนายหมอศัลยกรรมกระดูก “มีอะไร”

 

“อ้อ” โออิคาวะห่อปากเป็นวงกลม อุทานแล้วก็นิ่งไปห้าวินาที ก่อนจะต่อประโยค “ฉันว่าจะมายืมแผ่นหนังที่เคยขอยืมไว้น่ะ วันนี้ว่าง เลยว่าจะดูเสียหน่อย”

 

น้ำเสียงคนพูดเรียบเรื่อย แต่กลับเสหลบ ไม่ยอมสบตา

 

ปิดบัง

 

และอิวะอิสึมิพอจะคาดเดาได้ว่าโออิคาวะต้องการบดบังสิ่งใด

 

แผ่นหนังที่เขาเคยเสนอให้ยืม เรื่องที่เคยชักชวนว่าสักวันจะเปิดดูในวันที่ว่างตรงกัน ก่อนที่เหตุการณ์จะพลิกผัน กลายเป็นอย่างทุกวันนี้

 

ผิดพลาด

 

โทษใครไม่ได้นอกจากตัวเองที่ปฏิเสธคำขอของแม่ไม่ลง… แต่โออิคาวะเองก็ผิดที่ไม่เหนี่ยวรั้งเขาไว้ไม่ใช่หรือ

 

“เอ” เสียงหวานใสแทรกขึ้นกลางวง มินามิมองสลับไปมาระหว่างชายทั้งสอง “ถ้าอย่างนั้นคุณฮาจิเมะไปหยิบของให้คุณเขาดีไหมคะ ฉันรอได้”

 

อิวะอิสึมิกำลังจะตอบ ฝ่ายโออิคาวะก็เป็นคนชูสองมือขึ้นปราม ส่ายหัวไปมา “อ๊ะ อย่าเลย กำลังจะออกไปข้างนอกกันไม่ใช่เหรอ เรื่องของฉันมันไม่สลักสำคัญอะไร ไว้ค่อยมาใหม่ก็ได้”

 

เป็นคุณผู้หญิงที่ใจดีจริงๆ เลยน้า ได้ยินโออิคาวะเปรยเช่นนั้น ก่อนที่ประโยคแนะนำตัวสั้นๆ ของทั้งคู่จะลอยมาเข้าหู อิวะอิสึมิไม่ได้ตั้งใจฟังสักเท่าไร ชายหนุ่มเอาแต่จับจ้องใบหน้าของโออิคาวะ พยายามเค้นหาความจริงใต้หน้ากากที่เจ้าตัวสวมใส่

 

แต่จะสนใจทำไม

 

อย่างไรเขาก็ตัดสินใจเดินออกมาจากความสัมพันธ์คลุมเครือกับโออิคาวะแล้วไม่ใช่หรือ

 

“อิวะจังนี่โชคดีจริงๆ ฝากดูแลเจ้าคนบื้อนี่ด้วยนะ”

 

โออิคาวะว่าแล้วก็โบกมือลาพวกเขา หันหลังเดินไปยังลิฟท์ คงมุ่งหน้ากลับห้องในทันที

 

“เป็นคนดีนะคะ คุณโออิคาวะน่ะ” มินามิว่า ทอดสายตามองตามเงาร่างสูงที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ ก่อนจะหันมายิ้มให้อิวะอิสึมิ ชักชวนให้ออกเดินจากห้องของเขาเสียที

 

อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะก้าวตามเธอไป พยายามต่อบทสนทนาระหว่างทางไปส่งมินามิถึงบ้านอย่างเป็นธรรมชาติ

 

แม้ในใจจะมีแต่เรื่องของโออิคาวะ โทรุวนเวียนไปมาก็ตามที

 

 

 

 

 

“เอ้า ดื่มให้กับคนไม่โสดแล้วหน่อยเร้ว!”

 

เพิ่งเริ่มดื่มไปห้าขวด สมาชิกในวงเหล้ายามค่ำวันศุกร์ก็ดูจะเริ่มกรึ่มกันเสียแล้ว โดยเฉพาะฮานามากิ ทาคาฮิโระ จักษุแพทย์หน้าใหม่ไฟแรงที่เพิ่งสอบจบเป็นหมอตาเต็มตัวไม่กี่เดือนก่อน เจ้าของประโยคดังกล่าวรับหน้าที่ชูแก้วเหล้าขึ้นฟ้า รอผองเพื่อนร่วมชน แสดงความยินดีกับอิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ

 

อิวะอิสึมิคนที่นั่งทำหน้าบูดจิบเหล้าเงียบๆ ไม่โต้ตอบคำพูดของฮานามากิแต่อย่างใด

 

แต่โดยปกติเขาเองก็ตีหน้าไม่ค่อยรับแขกเป็นบางช่วงอยู่แล้ว จึงไม่ได้มีใครให้ความสนใจมากนัก ผองเพื่อนร่วมวงอันประกอบไปด้วยฮานามากิ คุโรโอะ เทนโด และสึกะวาระจึงพากันชนแก้ว หน้าตาแต่ละคนดูไม่จืดสักเท่าไรนัก

 

คัมปาย พวกคนใกล้เมาประสานเสียงดังก้อง กระนั้นก็ไม่ถือว่าดังเกินไปนักเมื่อเทียบกับเสียงพูดคุยเซ็งแซ่รอบกาย จากบรรดาลูกค้าคนอื่นๆ ในร้าน

 

เขาเหลือบตา มองข้างตัว

 

โออิคาวะ โทรุนั่งนิ่ง จิบเบียร์แก้วแรกของวันด้วยท่าทีสงบ ไม่ได้โวยวายฟูมฟายเหมือนอย่างที่มักเป็นเวลาเมา และก็ไม่เข้าร่วมวงแสดงความยินดีกับเพื่อนคนอื่นเช่นกัน

 

แปลก

 

อาจเป็นเพราะเจ้าตัวเพิ่งเริ่มต้นจิบเครื่องดื่มไปไม่กี่อึก จึงยังไม่ออกลายเมาแล้วสมองกลับเป็นเด็กประถม แต่การที่โออิคาวะไม่ร่วมวงพูดคุยกับเพื่อนสักคำนั้นก็ค่อนข้างน่าเป็นห่วงอยู่สักหน่อย

 

อันที่จริง อิวะอิสึมิสังเกตมาหลายวันแล้วว่านายเพื่อนหมอกระดูกมีท่าทีเปลี่ยนไปนับตั้งแต่วันที่พบกับมินามิ โออิคาวะตีตัวออกห่างจากเขา ไม่มาวุ่นวายบ่อยๆ เหมือนอย่างที่เคย เดินสวนกันกลางทางเดินก็แค่ทักทายสองสามคำ ส่งรอยยิ้มปลอมเปลือกให้เขา ก่อนจ้ำอ้าวจากไป

 

ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือยังไง

 

อิวะอิสึมิพยายามบอกให้ตัวเองเชื่อเช่นนั้น

 

เป็นแค่เพื่อนร่วมงาน ต่างคนต่างมีชีวิตของตัวเอง ไม่มีความสัมพันธ์เกินเลย

 

นี่คือสิ่งที่ควรเป็น

 

“เฮ้ย อิวะอิสึมิ มัวแต่เหม่ออะไรน่ะ”

 

เสียงของฮานามากิคนเดิมฉุดเขาออกจากห้วงคิด

 

คุโรโอะ เท็ตสึโร่ยักคิ้วหลิ่วตา “คิดถึงสาวล่ะซี่”

 

แว่วเสียงสึกะวาระหัวเราะคิกคักลอยมาตามลม “คนมีความรักก็อย่างนี้”

 

ไอ้พวกนี้พูดเองเออเองตลอดศก

 

ไม่ปฏิเสธว่ามินามินั้นน่ารักและเขาเองก็ชอบพอสาวเจ้าอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ตลอดช่วงสามเดือนที่ผ่านมา เขากับเจ้าหล่อนก็ยังไม่ได้ขยับระดับความสัมพันธ์ไปจนถึงขั้นพูดได้เต็มปากว่าเป็นคนรัก เหตุเพราะหล่อนบอกว่าต้องการเวลาดูใจมากกว่านี้ ส่วนเขาเองก็ยังไม่สามารถลบใครบางคนไปจากใจได้สนิท

 

ใครบางคนที่นั่งหน้าบูดดื่มเหล้าอึกแล้วอึกเล่าอยู่ข้างเขา

 

อยู่ดีๆ นายหมอศัลย์กระดูกหน้าหล่อก็เทเหล้าโครมใส่ปาก ซดอึกใหญ่อย่างไม่สนใจฟังเสียงคนรอบข้าง เรียกสติกลับร่างเพื่อนร่วมวงที่ทำตัวเมามายก่อนหน้านี้

 

“เฮ้ โออิคาวะ ดื่มขนาดนั้นเดี๋ยวก็สำลักเหล้าตายเอาหรอก” สึกะวาระว่า ยื่นมือไปลูบไหล่เพื่อนปุบ แต่กลับโดนปัดออกเสียดื้อๆ

 

ปัง! โออิคาวะกระแทกแก้วลงกับโต๊ะ คว้าขวดใหม่มาเทใส่แก้ว ไม่ฟังเสียงทัดทานใดๆ

 

รู้จักกันมาสามปีกว่า ใครก็รู้ว่าโออิคาวะเมาง่ายเพียงใด ดื่มเบียร์ผลไม้แอลกอฮอลแค่สี่เปอร์เซ็นต์ไปสองขวดยังเมากรึ่มพูดไม่รู้เรื่อง กระดกแบบนี้มีหรือจะเหลือ

 

“โออิคาวะคุง ทำตัวเป็นคนอกหักไปได้ สาวๆ วิ่งตามกันเป็นกระพรวน ใครหน้าไหนมันกล้ามาหักอกโออิคาวะคุง” เทนโดว่าเสียงยาน เท้าคางจิบเหล้ามองหน้าคนอกหักด้วยท่าทีสนุกสนาน

 

โออิคาวะไม่ตอบ เขากระดกแก้วที่สองหมดในเวลาชั่วเสี้ยววินาที ตวัดหางตามองอิวะอิสึมิที่นั่งอยู่ข้างกัน

 

คนโดนมองขนลุกเกรียว แต่ก็จ้องกลับ ไม่หลบตา

 

เกิดความเงียบอันน่าอึดอัดขึ้นบนโต๊ะเป็นเวลาร่วมห้านาที

 

“โออิค…” เสียงของคุโรโอะดังขึ้นทำลายความสงบ

 

เจ้าของชื่อไม่ปล่อยให้เพื่อนได้เรียกจนจบ เขาผุดลุกขึ้น ยกมือปิดปาก ประกาศ “โทษที ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน”

 

ว่าแล้วก็หุนหันเดินจากไป ทิ้งประโยคบ่นพึมพำของสึกะวาระไว้เบื้องหลังให้คนในวงนั่งฟังแทน

 

“ฉันตามไปดูหมอนั่นเอง”

 

อิวะอิสึมิลุกตาม เขาไม่อาจนั่งเฉยได้อีกต่อไป ถึงสถานการณ์จะดูไม่ดี แต่ปล่อยให้เรื่องยืดเยื้อต่อไปกว่านี้คงไม่ดียิ่งกว่า

 

ฮานามากิมองเขา สายตาเฉียบคมหรี่มองครุ่นคิด อิวะอิสึมิเห็นผ่านๆ ว่าเพื่อนกำลังอ้าปากจะท้วง แต่เขาตัดสินใจก้าวออกจากวงเหล้าเสียก่อน

 

ถ้าต้องจบ ก็ขอให้จบคืนนี้

 

เขาเบียดตัวแทรกฝูงชน เสียงเพลงจังหวะหนักดังก้องแก้วหูจนอื้ออึง สายตามองตรงไปเบื้องหน้า กวาดหาแผ่นหลังที่เคยคุ้น เห็นเลี้ยวผ่านมุมอาคารเข้าห้องน้ำไป อิวะอิสึมิจึงจ้ำอ้าวตาม

 

ในห้องน้ำชายสีทะมึนทึนทึบมีแค่โออิคาวะยืนอยู่คนเดียว ร่างสูงโก้งโค้งเหนืออ่างล่างมือ โก่งตัวคล้ายจะอาเจียนแต่ไม่มีสิ่งใดออกมา สุดท้ายก็ทำได้แค่ไอโขลกเขลก ปิดตาสนิท เปิดน้ำประปาไหลเปล่าขณะที่ตัวเองยังไอไม่หยุด

 

เสียงสะอื้นแทรกปนมากับเสียงไอ

 

สะกดอิวะอิสึมิยืนนิ่งราวกับโดนตรึงกับพื้นคอนกรีต

 

คลื่นความรู้สึกผิดโถมใส่ เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าตนควรยืนอยู่ตรงนี้หรือเปล่า

 

แต่จะปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไปอีกนานแค่ไหนกัน

 

ปล่อยให้ค้างคา ไม่สรุปความให้รู้เรื่องไป รังแต่จะทำร้ายพวกเขาทั้งคู่

 

ตัดสินใจ สูดอากาศเข้าเต็มปอด เปล่งเสียงแผ่วเบาเท่าที่พอได้ยินกันสองคน

 

“โออิคาวะ”

 

เสียงลมหายใจสะดุด เสียงสะอื้นเงียบหาย เสียงไอขาดช่วง

 

เหลือเพียงเสียงน้ำตกกระทบพื้นอ่าง

 

อิวะอิสึมิขยับเท้า หนึ่งก้าว สองก้าว

 

“โออิ…”

 

เสียงไอค่อกแค่กดังขึ้นแทรกอีกครา

 

ชะงักเท้า หยุดห่างจากเป้าหมายราวห้าก้าว ทำได้แค่ยืนมองคนที่ตั้งอกตั้งใจล้างหน้า ทั้งที่ยังไอโขลกไม่หยุด

 

ผ่านไปประมาณหนึ่งนาที โออิคาวะหยุดมือ เสียงน้ำดับลง เหลือเพียงความเงียบงัน

 

หนุ่มผมน้ำตาลยืดตัวตรง จ้องเงาตนในกระจก เรียกชื่อ แต่ไม่ยอมสบตาอิวะอิสึมิ

 

“อิวะจัง มีอะไรหรือเปล่า”

 

เป็นอะไรของนาย เป็นคำถามแรกที่แว้บเข้ามาในหัว แต่ยั้งปากตนเองทัน ช่างเป็นคำถามอันไร้สาระสิ้นดี เขารู้อยู่แล้วว่าโออิคาวะเป็นอะไร

 

จึงตัดสินใจเปิดบทสนทนาให้ตรงประเด็นที่สุด

 

“นายไม่ชอบฮารุมิ”

 

เหมือนว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูก เพราะประโยคนั้นเรียกให้โออิคาวะหันมาเผชิญหน้าเขา ดวงตาสีอ่อนหรี่มองคู่สนทนา เล็กเรียวจนไม่สามารถจับสัมผัสใดๆ ได้ทั้งสิ้น

 

เรียวปากขยับเอื้อนเอ่ยคำพูด กลั่นทีละถ้อยคำออกมา ตอนนั้นเองที่เขาสัมผัสได้ถึงความปวดร้าวในน้ำเสียง

 

“แล้วทำไมฉันถึงต้องชอบเธอด้วยล่ะ อิวะจัง”

 

“เธอไม่ได้ทำอะไรผิด” เขาโต้ ก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว

 

“ใช่ เธอไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วใครกันที่ทำผิด”

 

อิวะอิสึมิเริ่มมีน้ำโห เขากำหมัดแน่น น้ำเมาในกระแสเลือดทำให้ขีดความอดทนของเขาลดต่ำกว่าทุกที “ฉันบอกนายแล้วว่าแม่อยากให้ฉันไปดูตัว และนายพูดเองว่าฉันควรไป นายอยากให้ไป… นายเป็นคนไล่ฉันไป โออิคาวะ”

 

โออิคาวะหัวเราะพรืด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความผิดหวังและเสียใจ “ฉันเป็นคนผิดหรือ อิวะจัง นายจะโทษว่าเป็นความผิดของฉันเองหรือ”

 

ใช่ นายผิดที่ผลักฉันออกไป

 

เขาอยากเถียง อยากตอบโต้ แต่แล้วภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับสะกดทุกการกระทำของเขาลง

 

โออิคาวะ โทรุกำลังร้องไห้

 

คนที่เขารักกำลังร้องไห้

 

ร้องไห้ต่อหน้าต่อตาเขา ปล่อยให้หยดน้ำตาพร่างพรู ตามด้วยเสียงสะอื้นฮึกฮักอันปิดไว้ไม่อยู่อีกต่อไป

 

หยดน้ำใสไหลอาบสองข้างแก้ม กลบรอยยิ้มที่เคยเห็นอยู่เป็นอาจิณ… รอยยิ้มที่เขาหลงรัก

 

และเขาเป็นคนพรากมันไปจากโออิคาวะเอง

 

อิวะอิสึมิไม่รู้ว่าโออิคาวะร้องไห้เพราะเขาเป็นครั้งที่เท่าไร อาจเป็นครั้งแรก ครั้งที่สอง ครั้งที่สาม หรือนับครั้งไม่ถ้วน

 

โออิคาวะร้องไห้คนเดียวนับแต่วันที่เขาพบกับมินามิมาแล้วกี่ครั้งกัน

 

“อิวะจัง…” หลังมือยกปาดน้ำออกจากใบหน้า โออิคาวะสะอื้นไห้จนตัวโยน ไหล่ห่อเข้าหากันราวกับเด็กน้อย ส่วนหนึ่งที่เจ้าตัวแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็นง่ายๆ เช่นนี้คงเป็นเพราะฤทธิ์เหล้า

 

เกลียดน้ำตา

 

แต่เกลียดตัวเองยิ่งกว่า ที่เป็นสาเหตุของน้ำตานั้น

 

“อิวะจัง… อย่าทิ้งฉันไป”

 

ใจเขาอ่อนยวบ ยื่นมือออกไปเบื้องหน้า หมายเหนี่ยวรั้งอีกฝ่ายเข้าอ้อมกอด

 

ฉับพลัน ภาพของมินามิ ฮารุมิแล่นปราดเข้ามาในสมอง

 

ภาพรอยยิ้มของเธอ เสียงหัวเราะอันอ่อนหวาน สัมผัสอันอ่อนโยน ความเก้อเขินและละมุนละไมยามพวกเขาจับมือกันครั้งแรก

 

ภาพของบิดาและมารดาตามมาหลังจากนั้น รอยยิ้มเปี่ยมสุขของบุพการียามเห็นว่าเขากำลังเดินหน้าสู่เส้นทางอนาคตที่พวกท่านคาดหวัง

 

เส้นทางที่ไม่มีโออิคาวะอยู่บนนั้น

 

เขาดึงมือกลับราวกับต้องของร้อน สูดลมหายใจเข้าลึก เม้มริมฝีปาก ก้าวถอยหลัง

 

ถอยห่างจากความสัมพันธ์ไร้นิยาม

 

ถอยห่างจากความรู้สึกที่ไม่ควรเกิด

 

ถอยห่างจากคนที่เขารักที่สุดในชีวิต

 

…เพียงเพื่อให้ชีวิตเป็นไปตามที่ควร

 

เพื่อครอบครัว เพื่อตัวเอง เพื่อพวกเขาทั้งคู่

 

ถึงแม้จะต้องแลกมาด้วยน้ำตา

 

อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะเฝ้าบอกตนเองเช่นนั้น

 

หนุ่มศัลยกรรมหมุนตัวหันหลัง ไม่เห็นประโยชน์ใดๆ ที่จะยืนคุยกันต่อเมื่อฝ่ายหนึ่งเริ่มร่ำไห้ ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ต้องจบเท่านี้ จะคุยต่อเพื่อสร้างรอยแผลต่อกันเพิ่มเพื่ออะไร

 

ฝ่ามือสั่นเทาเอื้อมรั้งเขาไว้

 

เขาชะงัก หัวใจสะดุด คล้ายโดนเหนี่ยวทวงคืนด้วยเงื้อมมือที่รวบเขาเข้ากอด

 

“…อิวะจัง”

 

อ้อมกอดที่สวมกอดเขาช่างอบอุ่น ถึงแม้จะแฝงไว้ด้วยความอ้างว้างอันหนาวเหน็บ

 

“โออิคาวะ ปล่อย…”

 

“อย่าไป…” เสียงอู้อี้กรอกข้างหู ตามด้วยเสียงสะอื้น “อย่าไปเลยนะ อิวะจัง…”

 

“นายห้ามฉันไม่ได้”

 

“ถ้า…” โออิคาวะยังคงพูดต่อไป ถึงตอนนี้อิวะอิสึมิค่อนข้างมั่นใจว่าคู่สนทนากำลังเมามาย เพียงแต่เป็นเพราะฤทธิ์น้ำเมาหรือความเศร้า เขาไม่แน่ใจ “ถ้าสิ่งที่รู้สึกกับฉันเป็นเรื่องจริง ก็… ก็อย่าเลือกเธอ อย่าไปจากฉัน”

 

หัวไหล่ของเขาเปียกไปด้วยน้ำตา

 

อิวะอิสึมิปิดเปลือกตาลงสนิท เม้มปาก

 

อย่าใจอ่อน

 

สายไปแล้ว

 

“ขอร้อง”

 

จะมาร้องขอความเห็นใจตอนนี้ ก็นับว่าสายเกินแก้

 

“นายไม่รั้งฉันไว้แต่แรกเอง”

 

เขาผละออกมา ง่ายดายเกินคาด ราวกับว่าฝ่ายที่พยายามเหนี่ยวรั้งเขาหมดสิ้นเรี่ยวแรงลงในวินาทีนั้น

 

อากาศรอบกายหนาวจับใจเมื่อไร้ไออุ่น

 

แต่สิ่งนั้นไม่ใช่ของเขามาแต่แรกแล้ว

 

และไม่มีวันเป็นของเขา

 

อิวะอิสึมิก้าวเท้า เสียงเครื่องหนังกระทบพื้นดังก้องทำลายความเงียบ

 

“…แล้วที่ผ่านมาล่ะ อิวะจัง”

 

คำถามทำเขาชะงัก

 

เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ก่อนก้าวเดินจากไป

 

ไร้คำตอบ

 

คงเหลือเพียงหัวไหล่อันเปียกชื้น

 

สองข้างแก้มของเขาเองก็เช่นกัน

.

.

.

(3)


A/N:

แหะ

u x u),,

Advertisements

One thought on “[HQ!!] AIEL: NEBULA (2)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s