[HQ!!] Where My Love Goes: (20) brick by brick

Where My Love Goes
iwaoi. hq!! abo au. pg-13. romance, angst, a bit of domestic fluff.
written for novelber ’16 challenge. part of ‘instinct: omegaverse au’ series.

content warning:
– ฟิคเรื่องนี้มี alpha/beta/omega dynamics
– และมีการกล่าวถึง mpreg (male pregnancy)
– ถึงจะไม่มีฉาก explicit แต่ถ้าไม่นิยม abo แนะนำให้หลีกเลี่ยงค่ะ
– Heavy angst and mention of character death

♪: Where My Love Goes – Lawson

.

.

20.
brick by brick

.

.

อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะกำลังยืนนวดขมับของตัวเองอย่างเคร่งเครียดและจริงจัง

เขาไม่แน่ใจนักว่าตนควรจะทำอย่างไรกับสถานการณ์ตรงหน้าดี

ตัวเลือกหนึ่ง เมินเฉย และทำหน้าที่ของตนต่อไป ตัวเลือกสอง วางงาน แล้วเข้าไปทำหน้าที่ห้ามทัพ และตัวเลือกสาม ปล่อยให้โออิคาวะ โทรุ เป็นคนรับผิดชอบเสียบ้าง

…อันที่จริงแทบไม่ต้องถาม ตัวเลือกเขาไม่ได้มีมากมายนักอยู่แล้ว

“ซาจิจัง เก่งมากเลย เอาใส่ตรงนั้นแหละ… อ๊ะ”

เด็กหญิงเจ้าของชื่อยืนนิ่ง สองแขนยื่นออกมานอกตัว ดวงแก้วสีมรกตกลมใสมองกองเสื้อผ้าของตัวเองที่ร่วงลงไปกองบนพื้น ก่อนจะเงยขึ้นสบนัยน์ตาสีน้ำตาลที่จ้องมองมาด้วยความเอ็นดู

“หล่นหมด” สาวน้อยอุทาน นิ้วเล็กป้อมชี้ไปยังสิ่งที่ตนทำหลุดมือเมื่อครู่

โออิคาวะคลี่ยิ้ม ลูบผมสีดำบนหัวกลม “ใช่ หล่นหมดเลย เก็บขึ้นมาใหม่นะครับ ช่วยกันกับเอจิจัง นะ คนเก่ง”

เด็กหญิงวัยสองขวบหกเดือนผงกหัวหงึกหงัก ทรุดลงนั่งกับพื้นแล้วดึงชายเสื้อแฝดน้องที่นั่งเก็บผ้าอีกกองอยู่ข้างกันยิกๆ “เอคุง เก็บผ้า”

เด็กชายวัยเดียวกันหันมองตามเสียงเรียก ก่อนพยักหน้ารับแข็งขัน โยนเสื้อผ้าที่ถืออยู่ในมือทิ้งแล้วหันไปช่วยแฝดพี่ทำงานใหม่หน้าตาเฉย

เป็นภาพที่เห็นแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจจนอยากจะตรงเข้าไปคว้าทั้งสามชีวิตมารวบกอดไว้ แต่พอเหลือบข้างๆ เห็นกองผ้าสะอาดกระจัดกระจายเต็มพื้นห้องนอน อิวะอิสึมิกลับรู้สึกปวดหัวขึ้นมาอีกครั้ง

เก็บของแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะเสร็จ

“เฮ้ย” เขาเริ่ม เรียกสายตาดุจัดจากผู้ใหญ่อีกคนให้หันมามอง โทษฐานทำเสียงห้วนสั้นไร้หางเสียงต่อหน้าเด็กๆ “…โทรุ” เขากระแอม “ฉันไม่ขัดอะไรหรอกนะที่นายจะสอนให้ลูกหัดรับผิดชอบ แต่ถ้าเก็บแบบนี้ต่อ ทั้งเดือนก็ยังไม่เรียบร้อย”

ดวงตาอีกสองคู่เบนมาตามเสียงเขาโดยพร้อมเพรียง เล่นเอาอิวะอิสึมิเสียหลักเมื่อโดนนัยน์ตาทั้งสามคู่จับจ้อง

ถึงสองในสามนั้นจะคล้ายเขาเสียมากกว่า แต่ลักษณะแววตา ความออดอ้อนนั้นถอดแบบโออิคาวะมาแทบไม่ผิดเพี้ยน แล้วเขาจะไปต้านได้อย่างไรไหว

โออิคาวะลูบสองหัวกลมที่นั่งทำตาแป๋ว “ไม่เป็นไรน่า เด็กๆ ชอบทำ ก็ฝึกให้เขาทำบ้าง ฮาจิเมะก็มาช่วยกันด้วยสิ”

เขายังไม่ทันมีโอกาสได้เปิดปากเถียง คนรักก็ก้มลงกระซิบข้างหูลูก จับใจความได้ว่า ไปชวนคุณพ่อมาเก็บของด้วยกันสิ สองแฝดตาใสเป็นประกาย กระโดดลุกยืน วิ่งมาเกาะแข้งเกาะขาเขาคนละข้าง

“พ่อจ๋า เก็บผ้า” เด็กหญิงซาจิว่า

เอจิเองก็ทวนคำชักชวนเดียวกันเสียงใส “เก็บผ้าๆ”

อิวะอิสึมิมองโอเมก้าของเขาที่อมยิ้มแก้มปริมองอยู่ห่างๆ ก่อนจะถอนหายใจ ก้มลงรวบตัวซาจิและเอจิขึ้นอุ้ม เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากเด็กน้อยทั้งสองคน

เขาเคยขัดครอบครัวตัวเองได้ที่ไหน

“ถ้าเก็บของไม่ทันย้ายบ้านนะ…”

“ทันน่า” โออิคาวะสวนขึ้นก่อนที่เขาจะพูดจบประโยค สองมือเริ่มพับผ้าที่แฝดช่วยเก็บค้างไว้อีกครั้ง จากกองเสื้อผ้ามากมายที่โดนรื้อออกจากตู้เสื้อผ้ามาวางระเกะระกะบนพื้น “มีเวลาอีกเป็นเดือน และถ้านายกับเด็กๆ ช่วยกัน รับรองว่าทันแน่นอน”

อิวะอิสึมิผ่อนลมหายใจยาวอีกหนึ่งคำรบ อัลฟ่าหนุ่มก้าวสามก้าวไปวางลูกลงข้างตัวโอเมก้า ก่อนทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้าง มองเจ้าตัวเล็กสองคนอวดผ้าที่แข่งกันพับแบบไม่เรียบร้อยดีนักยกใหญ่

รอยยิ้มระบายเต็มใบหน้าโดยไม่ทันรู้ตัว

เสียเวลาสักหน่อย แต่ได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวเพิ่มก็ถือว่าคุ้มกัน

.

.

หนึ่งเดือนผ่านไป พวกเขาบอกลาคอนโดเก่า ยักย้ายที่อยู่ไปยังบ้านหลังใหม่ห่างออกไปจากตัวเมือง

ทั้งเอจิและซาจิตื่นเต้นกันยกใหญ่กับพื้นที่ใหม่ที่กว้างขึ้น เด็กหญิงเด็กชายจูงมือกันเดินทั่วบ้าน ปีนโซฟาในห้องนั่งเล่น ปีนเก้าอี้ในห้องครัว เห็นอีกทีก็ทำท่าปีนบันไดขึ้นห้องนอน เล่นเอาคนเป็นพ่อหัวใจหล่นวูบ เสียวลูกหงายหลังหัวกระแทกพื้น วิ่งไปรวบตัวกลับมาวางให้เดินเตาะแตะบนพื้นชั้นหนึ่งแทบไม่ทัน

พออายุใกล้สามขวบ ระดับความซุกซนของสองแฝดก็เพิ่มขึ้นตามลำดับ นอกจากจะเดินคล่องไต่บันไดเองได้แล้ว ยังพูดเก่งขึ้นทุกวัน ระหว่างที่อิวะอิสึมิเดินจัดข้าวของเครื่องใช้เข้าที่เข้าทาง จึงได้ยินเสียงโอเมก้าสนทนากับลูกชายลูกสาวตลอดเวลา

“ปะป๊า เอคุงดูทีวี” ถึงรูปประโยคจะดูเหมือนประโยคบอกเล่า แต่เขารู้ว่านั่นคือคำขอของลูกชายต่างหาก

“เดี๋ยวปะป๊าให้ดูครับ แต่เอจิจังต้องช่วยคุณพ่อทำความสะอาดแล้วนอนพักก่อนนะ เอาผ้าเช็ดโต๊ะแบบนี้…”

“ป๊าจ๋า ซาจังจะกินนม” เสียงเล็กแหลมของเด็กหญิงเริ่มงอแงและอู้อี้ นัยว่าเริ่มง่วงเมื่อใกล้เวลานอนกลางวัน

“เดี๋ยวปะป๊าให้กินนะครับ ซาจิจังช่วยน้องเช็ดโต๊ะก่อนเร็ว”

เงียบไปได้แค่ห้านาที เด็กหญิงก็เริ่มร้องประท้วงอีกครั้ง “ป๊าจ๋า ซาจังง่วง ซาจังหิวนม”

เขาหยุดมองโออิคาวะอุ้มเด็กหญิงขึ้นพาดบ่า โอเมก้าหนุ่มพึมพำถ้อยคำหวานเข้าหูลูกสาว ขณะที่เด็กชายผมดำยังคงตั้งหน้าตั้งตาเช็ดน้ำที่หกเลอะโต๊ะในห้องนั่งเล่นจนสะอาดเอี่ยม ทำสำเร็จแล้วก็ชูผ้าขึ้นให้บิดาดูด้วยความภาคภูมิใจ

อิวะอิสึมิขำพรืด ขณะที่โออิคาวะหัวเราะร่า รับผ้าขึ้นมา วางลงโต๊ะก่อนใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่อุ้มเด็กชายขึ้นอย่างง่ายดาย หมุนตัวมาสบตากับเขาเข้าพอดี

“หืม” รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากหนุ่มผมน้ำตาล “คุณพ่อก็อยากกินนมนอนเหรอ”

คนพ่อกลอกตา ขณะที่เด็กทั้งสองมองเขา ซาจิดูง่วงงุน ส่วนเอจิกำลังตีหน้าครุ่นคิด

ก่อนที่เด็กชายจะประกาศเสียงใส “เดี๋ยวเอคุงจะแบ่งนมให้พ่อกิน!”

เขาฟังแล้วหัวเราะ ก้าวยาวๆ ไปจูบหน้าผากแฝด “เอจิกินเถอะ พ่อไม่แย่งหรอก ฝันดีนะเด็กๆ”

สองเสียงประสานกันตอบกลับ ก่อนที่โออิคาวะจะอุ้มทั้งคู่ขึ้นบันได พาไปนอนกลางวันตามสมควร

อิวะอิสึมิมองตามแผ่นหลังคนรัก แว่วเสียงพูดคุยแผ่วเบาของเด็กๆ กับโอเมก้า ถ้าในอดีตสักสิบปีก่อนมีใครสักคนเปรยกับเขาว่าโออิคาวะจะเติบโตมาเป็นพ่อที่ดีและอ่อนโยนกับเด็กได้ถึงเพียงนี้ เขาคงหัวเราะและเถียงกลับหัวชนฝาว่าไม่มีทางเป็นไปได้

ใครจะไปคิดว่าโออิคาวะ โทรุจะมีลูกแฝด และเลี้ยงดูเด็กทั้งคู่พร้อมกันได้ดีขนาดนี้

ไม่สิ ตัวเขาเมื่อสิบปีก่อนคงไม่คิดไม่ฝันว่าตัวเองจะโตมามีครอบครัวร่วมกับโออิคาวะเสียด้วยซ้ำ

ไม่คิดว่าจะผ่านคืนวันที่มีความสุขและเจ็บปวดไปพร้อมๆ กันได้ในฐานะคนรัก ไม่ใช่แค่เพื่อนสนิท

ผ่านไปแล้วสองปีกับอีกเจ็ดเดือนนับจากวันที่แฝดออกมาสู่โลกกว้าง มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ทั้งสุขทั้งเศร้า แต่พวกเขาก็ค่อยๆ ก้าวผ่านไปด้วยกัน

มีวันที่ไม่ได้นอนเพราะเด็กๆ เอาแต่ร้องไห้เช้ากลางวันเย็น วันที่ต้องพาลูกเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาล ทั้งที่ไปตรวจตามนัด และทั้งที่ต้องเข้ากะทันหันเพราะแฝดผลัดกันป่วยออดแอดตามประสาเด็กคลอดก่อนกำหนด เวลาที่กังวลกับอาการเจ็บไข้ของเด็กที่พูดจาสื่อสารความต้องการของตัวเองไม่ได้ บางครั้งอิวะอิสึมิเองเป็นฝ่ายนึกท้อ แต่เขาก็ยังมีโออิคาวะคอยประคับประคองอยู่ข้างกันเสมอ

เขายังคงหวนคิดถึงลูกแฝดอีกคนที่เสียไปแต่แรกเกิดในบางครั้ง และรู้ว่าโออิคาวะเองก็ยังคิดถึงเช่นกัน แต่ความเสียใจก็เริ่มจางหายไปตามกาลเวลา อิวะอิสึมิคิดว่าท้ายที่สุดความรู้สึกโศกเศร้านี้ก็คงหายไปในสักวัน

บางทีพวกเขาทะเลาะกันเองเวลาลับหลังลูก เรื่องที่ถกเถียงกันมีตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยเหมือนสมัยเด็ก จนกระทั่งเรื่องใหญ่ที่ทำให้พวกเขามึนตึงใส่กันเป็นชั่วโมง แต่สุดท้ายก็จะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโอนอ่อนให้ทุกครั้ง

ชีวิตคู่ก็เป็นเช่นนั้นเอง เป็นเรื่องของการค่อยๆ ก่อร่างสร้างรากฐานใหม่ให้มั่นคง หัดประนีประนอมเข้าหากัน พูดคุยทำความเข้าใจกันให้มากกว่าที่เคย

ถึงอิวะอิสึมิ ฮาจิเมะเมื่อสิบปีก่อนจะจินตนาการถึงวันนี้ไม่ออก แต่ตัวเขาในตอนนี้ไม่เคยรู้สึกคิดผิดเลยที่ตัดสินใจเลือกทางเดินที่พามาสู่ทุกวันนี้

หลังจากเก็บของเข้าที่เรียบร้อย อิวะอิสึมิก็พาตัวเองขึ้นไปยังห้องนอน เปิดประตูอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ระวังไม่ไปปลุกเด็กสองคนเข้า

เขาพบโอเมก้าของเขานอนอยู่บนฟูกข้างเตียง ลูบกลุ่มผมสีดำแบบเดียวกับที่ได้มาจากฝั่งอัลฟ่าของลูกทั้งสองคนอย่างเบามือ ซาจิกับเอจิหลับไปแล้ว ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มแล้วนอนกอดกันเองแบบที่เขาเห็นประจำจนชินตา

เมื่อได้ยินเสียงปิดประตู โออิคาวะจึงละสายตาจากเด็กๆ ขึ้นมองเขา “ฮาจิเมะ”

“เพิ่งหลับเหรอ” เขาว่า เดินเข้าไปนั่งลงบนที่ว่างข้างๆ โออิคาวะที่พอเหลืออยู่เล็กน้อย

“อืมมม ซาจิหลับเร็วมาก คงง่วงเพราะวันนี้ตื่นแต่เช้า ส่วนเอจิคึกเกินไป เพิ่งหลับเมื่อกี้นี้เอง” โอเมก้าหนุ่มอธิบาย หัวเราะเบา “เด็กๆ ชอบที่นี่มากเลยนะ”

อิวะอิสึมิพยักหน้ารับ เกลี่ยเอาผมที่ปรกหน้าปรกตาโออิคาวะออก “นายล่ะ”

คนโดนถามกะพริบตาปริบ เหมือนเพิ่งได้ยินคำถามที่ประหลาดที่สุดในโลก “ถามอะไรน่ะ ฉันมาเลือกกับนายนะ ก็ต้องชอบสิ”

“ดีแล้ว เพราะเราต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนาน”

“แหงสิ นี่บ้านของเรานะ อิวะจัง” โออิคาวะเลิกคิ้วสูง “ไม่สบายหรือเปล่าน่ะ พูดจาแปลกๆ”

เขาส่ายหัว ดึงแก้มคนรักเบาๆ “เรียกฉันว่าอิวะจังได้ยังไง หา”

“อิวะจังก็คืออิวะจัง…”

“นายก็เป็นอิวะจังเหมือนกันนี่” อัลฟ่าว่า เลิกหัวคิ้ว มุมปากยกเป็นรอยยิ้ม “อิวะอิสึมิ โทรุ”

อดีตโออิคาวะปิดปากฉับ มองเขาแบบคาดโทษไม่จริงจังนักอยู่ครู่เดียวก็เปลี่ยนไปยิ้มกว้าง “นั่นสินะ”

ฟังดูประหลาดเป็นบ้า เขาได้ยินโอเมก้าพึมพำตามเสียงแผ่ว ถึงจะเปลี่ยนนามสกุลมาเป็นปีแล้วก็ยังไม่ชินสักเท่าไร แต่เขารู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ไม่ชอบอย่างที่พยายามแสดงออกนักหรอก

ซาจิขยับตัวยุกยิกอยู่ใต้มือโออิคาวะ เด็กหญิงละเมอออกมาเป็นคำที่ฟังไม่ได้ศัพท์ ส่วนเอจินอนยิ้ม คงกำลังฝันดี อิวะอิสึมิมองแล้วอดยิ้มตามไม่ได้

“ฝันอะไรของเขานะ” โออิคาวะพึมพำ มีความรักความเอ็นดูแฝงอยู่ในน้ำเสียง

“อืม…” เขาส่งเสียงรับในลำคอ ก้มลงกระซิบข้างใบหูโอเมก้า “…ฝันว่ามีน้องมาวิ่งเล่นด้วยอีกสักคนล่ะมั้ง”

โออิคาวะตวัดสายตาจ้องเขา ขมวดคิ้วเข้าหากัน “ฮาจิ…”

“โทรุ” เขาชิงจูบเข้าข้างขมับ “อีกคนน่า”

“ไม่เอา”

“โท…”

“ฮาจิเมะไม่ใช่คนท้องนี่ แพ้ท้อง อึดอัด นอนไม่หลับ น้ำหนักก็ขึ้น กว่าจะออกกำลังกายกลับมาแบบนี้ได้นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ” โออิคาวะเริ่มโวยวาย แต่ก็ยังลดระดับเสียงพอให้ได้ยินกันสองคน ไม่ดังจนปลุกแฝดตื่น

“นายจะหุ่นแบบไหนก็ไม่มีใครสนทั้งนั้นแหละ ในเมื่อนิสัยนายยังห่วยแตกเหมือนเดิม”

“หยาบคาย! นายจะพูดแบบนี้กับปะป๊าที่แสนดีของลูกนายไม่ได้นะ”

เขาถอนหายใจ จะผ่านไปกี่ปี มีลูกแล้วสอง โออิคาวะ โทรุก็ยังนิสัยคล้ายเดิมไม่เปลี่ยนไปนักจริงๆ

โออิคาวะหลบตาเขา หยุดลูบผมลูก ก่อนจะเบนสายตามองสบอิวะอิสึมิ อ้ำอึ้ง “…อีกปีสองปี”

“หืม”

“อีกปีสองปีค่อยว่ากันใหม่” โอเมก้าหนุ่มงึมงำ “รอซาจิกับเอจิโตค่อยคุยกันเรื่องน้องของแฝด…”

เขากะพริบตา

ส่วนโออิคาวะเอาแต่หลบตา

ครั้นแล้วเขาก็ยิ้มออกมา จูบข้างแก้มโอเมก้าเข้าให้อีกที

เอาเถอะ ไม่มีตอนนี้ก็ไม่เป็นไร

ยังไงพวกเขาก็ยังมีเวลาอีกหลายปี

เวลาของพวกเขาสองคนเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง

.

.

END


 

A/N:

บทส่งท้ายสั้นๆ สำหรับเรื่องนี้ และตอนนี้เรื่องนี้ก็ได้มาถึงตอนจบแล้วค่ะ u u),,

เป็นโปรเจคท์โนเวลเบอร์ที่เขียนมาตั้งแต่เดือนพ.ย. แต่มาจบเอาจริงก็เดือนพ.ค. เว้นช่วงเขียนไปพักหนึ่งแล้วก็มาต่อจนจบเอาตอนนี้ นานสักหน่อยแต่ก็ทำได้ละค่ะ (ฮา)
และก็เป็นเรื่องยาว (มาก) ที่เขียนจบในรอบหลายปีด้วย สำหรับเราเองถือว่ามีความหมายมากทีเดียว ทั้งในแง่เป็นเรื่องยาว และเป็นฟิคอมกวเรื่องแรกที่เขียนด้วย u u),,

ในส่วนของเนื้อเรื่องหลักก็คงจบลงเท่านี้ แต่เรื่องนี้จะยังมีตอนเสริมส่งท้ายตามมาอีกเรื่อยๆ แน่นอนค่ะ รวมถึงอาจจะมีเรื่องของคู่อื่นในเวิร์สนี้โผล่มาแจมบ้าง

ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะ ยินดีรับทุกคอมเม้นท์เสมอค่ะ u u)
แล้วพบกันใหม่ในเรื่องต่อๆ ไปนะคะ!
เอยูหมอ(อาจจะ)มาในเร็ววันนี้ค่ะ

อนึ่ง จริงๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ได้ตั้งชื่อเรื่องตามความหวานของเพลงประกอบ แต่ตั้งตามบริบทที่อัลฟ่ากับโอเมก้าผลัดกันหนีคนละทีสองทีค่ะ—-
อสอง สองขวบเจ็ดเดือน เป็นเวลาประมาณหนึ่งพันวันพอดีค่ะ u u)

Advertisements

2 thoughts on “[HQ!!] Where My Love Goes: (20) brick by brick

  1. ก่อนอื่น ขอขอบคุณมากๆที่เขียนเรื่องนี้นะคะ
    ในฐานะคนอ่าน อาทิตย์ต่อาทิตย์ก็ชวนให้ใจจะขาดรอนๆ
    แต่ในฐานะคนเขียนกว่าจะผลิตได้สักตอนคงไม่ง่าย ขอบคุณจริงๆค่ะ
    ปกติเราจะไม่อ่านเรื่องยาวจนกว่าจะจบ แต่เพราะคุณวินน์ลงสม่ำเสมอมาก ปัญหานี้เลยตกไป ฮาาาา

    เหมือนได้ติดตามชีวิตของคนสองคนมาตั้งแต่เด็กยันโตเลยค่ะ
    โมเม้นท์น่าตีมีเยอะมาก สารภาพว่าถ้าเป็นมัตสึฮานะ คงได้ลากคู่นี้ไปต่อยมากกว่า 2 ครั้ง
    แต่ก็ผ่านมันมาได้เนอะ ด้วยความมีกันละกัน และคนอื่นๆรอบตัว สำนึกด้วยล่ะ ทั้งคู่เลย ฮาาาาา
    อีกอย่าง เราว่าเราไม่ได้จริตความเป็นอมกว.เท่าไหร่ค่ะ
    ประมาณว่าไม่ได้ชอบการที่ชีวิตคนๆนึงต้องมาถูกกำหนดสถานะอย่างเลือกไม่ได้ ไม่แฟร์เลย
    แต่เรื่องนี้ไม่ได้ยิงประเด็นนั้นเท่าไหร่ จะว่าไม่ใช่พ้อยท์(ในคห.เรา)ก็ได้
    เลยอ่านได้สนุกขึ้นมาก เป็นการเริ่มต้นกับงานอมกว.ครั้งแรกที่เป็นประสบการณ์ที่ดีของเราค่ะ

    นอกจากนี้…คุณวินน์เขียนถึงเด็กๆได้น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    อ่านแล้วยิ้มแก้มแตก เราก็ชอบเด็กค่ะ แต่การเขียนสื่อออกมามันไม่ง่ายนะ
    นี่อ่านแล้วสัมผัสได้ถึงความรักเด็กทะลุตัวหนังสือมาเลย มุมิจนอยากจะลงไปดิ้น
    นึกภาพอิวะจังอุ้มเด็กๆด้วยแขนข้างละคนแล้วเท่จนอยากจะกรี๊ดเลยค่ะ
    ว่างๆจะลองไปสมัครเป็นพี่เลี้ยงเด็กบ้านนี้นะคะ อยากสนับสนุนให้คุณพ่อๆได้จีบกันอย่างเต็มที่

    สุดท้ายนี้ ขอบคุณมากๆอีกครั้งค่ะ ตามอ่านมาอย่างยาวนาน ดีใจที่ได้อ่านมากเลย

    ป.ล. เด็กๆเป็นอะไรกันบ้างคะ อัลฟ่า เบต้า โอเมก้า?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s