[HQ!!] Where My Love Goes: (16) welcoming the unpleasant panic attack

Where My Love Goes
iwaoi. hq!! abo au. pg-13. romance, angst, a bit of domestic fluff.
written for novelber ’16 challenge. part of ‘instinct: omegaverse au’ series.

content warning:
– ฟิคเรื่องนี้มี alpha/beta/omega dynamics
– และมีการกล่าวถึง mpreg (male pregnancy)
– ถึงจะไม่มีฉาก explicit แต่ถ้าไม่นิยม abo แนะนำให้หลีกเลี่ยงค่ะ

.

.

16.
welcoming the unpleasant panic attack

.

.

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของฮานามากิ ทาคาฮิโระแผดเสียงลั่นเมื่อเวลายี่สิบนาฬิกา

 

เป็นเสียงที่เรียกให้เจ้าของโทรศัพท์และคนรัก มัตสึคาวะ อิซเซ ผู้ซึ่งกำลังใช้เวลาว่างยามเย็นดูรายการโทรทัศน์ต้องละสายตาจากหน้าจอ ลงมามองชื่อสายเรียกเข้าด้วยความรู้สึกรำคาญใจที่โดนก่อกวน

 

ชื่อของบุคคลผู้ทำลายความสงบคือ อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ

 

ความหงุดหงิดใจหายไป แทนที่ด้วยความฉงนสงสัย พวกเขามองหน้ากัน ปล่อยให้เสียงเรียกเข้าดังต่อไป

 

“มีเรื่องอะไรอีกแล้ว” มัตสึคาวะว่า

 

“ไม่มั้ง ตอนฉันไปหาโออิคาวะ หมอนั่นก็ดูมีความสุขดี” ฮานามากินึกถึงเพื่อนที่เขาเพิ่งไปเยี่ยมเยียนมาไม่นานนี้ อันที่จริงนั่นก็เป็นเหตุการณ์เมื่อสิบกว่าวันก่อน อาจจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นใหม่ก็ได้

 

มัตสึคาวะจ้องมองมือถือ มันยังคงเรียกร้องความสนใจจากพวกเขาอย่างไม่ย่อท้อ “รับไหม”

 

เจ้าของโทรศัพท์ยื่นมือไปหยิบมากดรับแทนคำตอบ “เฮ้ อิวะ…”

 

เขาพูดยังไม่ทันจบประโยคดี น้ำเสียงร้อนอกร้อนใจก็ดังแทรก “โทรุอยู่กับนายหรือเปล่า”

 

จู่ๆ หัวคิ้วขวาของเขาก็กระตุกรัว

 

ลางร้าย

 

“ไม่อยู่ ทำไม เกิดอะไรขึ้น”

 

“โทรุหายไป” ปลายสายเสียงสั่นแบบที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ยังความลนลานให้กับคนรับสารไปด้วย เขาอาจเคยเห็นอิวะอิสึมิอ่อนแอและร้องไห้หลังพ่ายแพ้การแข่งขัน แต่ไม่เคยสัมผัสกับสภาวะตื่นตระหนกจนคุมตัวเองไม่ได้แบบนี้มาก่อน

 

เรื่องใหญ่

 

มัตสึคาวะมองเขา หัวคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างต้องการคำอธิบาย แต่ฮานามากิเลือกจะถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเพื่อนก่อน “นายลองโทรไปที่บ้านหมอนั่นกับบ้านนายหรือยัง หรือซาวามุระ คุโรโอะ อุชิจิม…”

 

“ไม่อยู่” อิวะอิสึมิตอบกลับอย่างสิ้นหวัง “บ้านซาวามุระไม่รู้เรื่อง โคชิยังไม่รู้ ไม่อยู่กับคุโรโอะ อุชิจิมะยิ่งไม่ต้องพูดถึง คุณพ่อคุณแม่ก็บอกว่าไม่อยู่ พี่สาวก็ไม่ได้ติดต่อ ฉัน… ถ้าไม่อยู่กับพวกนาย ฉันก็ไม่รู้แล้ว”

 

เรื่องใหญ่สุดๆ

 

“โออิคาวะหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่”

 

มัตสึคาวะเบิกตากว้าง เข้าใจในที่สุดว่าปัญหาครั้งนี้คืออะไร เบต้าหนุ่มผมดำลุกจากโซฟา เดินไปหยิบเอาโทรศัพท์ของตัวเองมาลองติดต่อโออิคาวะในทันใด

 

รวดเร็วและรู้ใจสมเป็นคนรักของเขาจริงๆ

 

“ไม่รู้… เมื่อเช้ายังอยู่ แต่พอฉันกลับมาจากทำงาน ก็หายไปแล้ว ข้าวของก็หายไปด้วย… ฮานามากิ แม้แต่กลิ่นของหมอนั่นยังหายไป เหมือน… เหมือนที่ห้องไม่เคยมีโทรุอยู่เลย”

 

ฮานามากิพยายามนับหนึ่งถึงสิบ คนปลายสายกำลังตกอกตกใจ เขามีหน้าที่ต้องตั้งสติแล้วเป็นที่พึ่งให้อิวะอิสึมิ “เฮ้ นาย หายใจเข้าออกลึกๆ แล้วค่อยๆ คิด ค่อยๆ พูด ตกใจไปก็ไม่ทำให้หาเจอเร็วขึ้นหรอกนะ”

 

“แต่…”

 

“ไม่มีแต่ ฟังฉัน หายใจเข้าออกตามที่ฉันบอก” เขาใช้เวลานาทีกว่าหลังจากนั้นในการจับอิวะอิสึมิกำหนดลมหายใจเข้าออก กว่าเสียงปลายสายจะคงที่ ไม่สั่นเหมือนที่เขาได้ยินตอนแรก

 

ระหว่างนั้น ฮานามากิคอยสังเกตมัตสึคาวะเป็นระยะ หลังจากกดโทรศัพท์หาโออิคาวะอยู่สามถึงสี่รอบ หนุ่มผมดำก็ยอมแพ้ วางโทรศัพท์ แล้วบอกเขาว่า “โทรไม่ติด”

 

ไอ้ตัวยุ่ง ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าก่นด่าในใจ ก่อนเริ่มต่อบทสนทนากับอิวะอิสึมิ “ทีนี้ เกิดอะไรขึ้น เล่าให้ละเอียดเลย”

 

“ฉันไม่รู้” อิวะอิสึมิตอบเสียงแหบแห้ง “อาทิตย์ก่อน โทรุมีฮีทกะทันหัน ห่างจากรอบที่แล้วแค่เดือนเดียว ฉันเลยบอกให้หมอนั่นไปหาหมอ เห็นว่าไม่ได้เป็นอะไร ได้ยากลับมากิน แต่ท่าทางแปลกๆ” เขาเว้นช่วงไปพักใหญ่ ฮานามากิคิดว่าคงต้องการเวลาในการรวบรวมสติก่อนต่อ “แล้ว… ฉันกลับมาอีกที หมอนั่นก็หายตัวไป…”

 

“นาย… ไม่ได้พูดอะไรทำร้ายจิตใจหมอนั่นไปใช่ไหม”

 

เขารู้ว่าตั้งแต่เลื่อนสถานะจากเพื่อนเป็นคนรักและขยับมาเป็นคู่ครอง การทะเลาะเป็นเด็กๆ ของทั้งคู่ก็ลดลงไปมากเทียบกับสมัยเรียน แต่บางทีอิวะอิสึมิก็ยังใช้คำพูดตรงไปตรงมาเกินพอดีกับโออิคาวะอยู่ เลยอดไม่ได้ที่จะถามเสียหน่อย

 

ปลายสายเงียบเสียงไปพักใหญ่ “ฉันบอกหมอนั่นไป… ว่าอยากมี…” เงียบต่อไปอีกเกือบนาที “…ลูก”

 

เขาคิดว่าเขาพอจะรู้แล้วว่าปัญหาคืออะไร

 

“อิวะ…”

 

“โทรุถามฉัน ฉันก็ตอบไปตามตรง” อิวะอิสึมิรีบอธิบาย “ฉันบอกแล้วว่าฉันรอได้ แต่โทรุ…  บอกว่าพร้อม”

 

ฟังดูน่าฉงนจริง ก็ในเมื่อตอนที่เจอกันรอบล่าสุดยังเพิ่งบ่นอยู่เลยว่าไม่พร้อมมีลูก

 

ฮานามากิชักเริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมาครามครัน

 

“เอาเถอะ เรื่องนั้นไว้ทีหลัง อาจจะไม่เกี่ยวกับที่หายตัวไปก็ได้” เขาว่า มือเริ่มนวดขมับที่เต้นตุบๆ “ตอนนี้พวกเราต้องช่วยกันตามหาโออิคาวะก่อน ลองติดต่อเรื่อยๆ บางทีอีกสักวันสองวันหมอนั่นอาจจะกลับมา”

 

ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่ฮานามากิไม่มีความมั่นใจแม้แต่น้อยว่าเรื่องราวจะจบง่ายดายเช่นนั้น

 

ทำไมถึงช่างสรรหาเรื่องให้เขาปวดหัวแทนกันนัก

 

นี่เพื่อนนะ ไม่ใช่บุพการี

 

“…อืม” อิวะอิสึมิรับคำเสียงแผ่ว สัมผัสได้ชัดว่าไม่มีความเชื่อมั่นในคำพูดของฮานามากิเลย “ฉัน… จะลองโทรดูอีกที ขอโทษที่รบกวนนาย ฮานามากิ…”

 

“เฮ้ย ไม่ได้รบกวนอะไรเลย” เขาว่า “โออิคาวะเป็นเพื่อนฉันด้วย หมอนั่นหายไปเป็นเรื่องใหญ่ที่พวกเราต้องช่วยกัน นายไม่ต้องแบกรับไว้คนเดียว เข้าใจไหม”

 

แว่วเสียงตอบรับในลำคอจากปลายทาง ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกใจคอไม่ดี แม้ไม่เห็นหน้าก็จินตนาการได้ไม่ยากว่าอีกฝ่ายเสียศูนย์เพียงไหน “อิวะอิสึมิ ให้พวกฉันไปอยู่เป็นเพื่อนไหม”

 

“ไม่เป็นไร ฉัน…” ได้ยินเสียงสูดลมหายใจเข้าลึก “ไม่เป็นไร เดี๋ยวโทรุก็กลับมา เดี๋ยวพวกเราก็ตามหาเจอ…”

 

ประโยคนั้นฟังดูคล้ายเป็นการปลอบใจตัวเองเสียมากกว่า ฮานามากิไม่ทันได้ปลอบประโลมเพื่อนต่อ อิวะอิสึมิก็ตัดบทสนทนาด้วยการบอกว่าจะลองโทรหาคนรักอีกสักครั้ง แล้ววางสายไป

 

ฮานามากิวางโทรศัพท์ลงข้างตัว เขามองหน้ามัตสึคาวะ อีกฝ่ายเองก็มองหน้าเขา ต่างคนต่างจ้องกันอยู่เช่นนั้นพักใหญ่ ก่อนที่มัตสึคาวะจะเป็นคนทำลายความสงบลง

 

“เป็นเรื่องอีกจนได้”

 

เขาได้แต่นวดขมับสลับกับหว่างคิ้ว ปากพึมพำตอบรับอย่างไม่มีคำพูดใดจะกล่าวเสริม “ใช่ เป็นเรื่องอีกจนได้…”

 

ให้ตายสิ นี่โตจนแต่งงานอยู่กินกันมาเป็นปี ยังจะหาเรื่องให้พวกเขากลุ้มใจได้อยู่อีก

 

ฮานามากิ ทาคาฮิโระสาบานกับตัวเองว่าถ้าเขาเจอตัวโออิคาวะ โทรุเมื่อไร จะขอจับมันเขกหัวแรงๆ ให้สมกับที่ทำเขาปวดหัวจนต้องคว้ายาแก้ปวดมากินสักที

.

.

ผ่านไปหกสัปดาห์ ยังคงไม่มีใครติดต่อโออิคาวะ โทรุได้

 

และสภาพของอิวะอิสึมิ ฮาจิเมะก็ทรุดโทรมจนคนรอบข้างล้วนเป็นกังวล

 

อัลฟ่าหนุ่มยังคงไปทำงานทุกวัน และคุณภาพงานที่ทำก็ไม่ได้ขาดตกบกพร่องจนต้องโดนหัวหน้างานหมายหัวหรือเรียกคุย แต่เมื่อใดก็ตามที่เขาว่างจากงาน จะตกอยู่ในสภาวะซึมเศร้าและใจลอย จนบรรดาเพื่อนฝูงที่พบเห็นอดรนทนไม่ได้ ต้องพากันผลัดเปลี่ยนแวะเวียนไปดูแลให้กำลังใจ

 

ฮานามากิกับมัตสึคาวะเดินทางเข้าเมืองในวันหยุดสุดสัปดาห์แรกหลังเกิดเหตุ อยู่เป็นเพื่อนในวันเสาร์อาทิตย์ก่อนต้องปล่อยเพื่อนตามลำพังทั้งที่สภาพไม่สู้ดีนัก เพื่อนร่วมงานชวนเขาไปดื่มเกือบทุกเย็น แม้ส่วนมากจะโดนปฏิเสธ ทางด้านเพื่อนในทีมชาติวอลเล่ย์บอลก็ชักชวนให้ไปดูพวกเขาฝึกซ้อม ซึ่งอิวะอิสึมิเคยตอบรับอยู่ครั้งถึงสองครั้ง ก่อนจะไม่ไปอีก

 

แต่ก็ทำได้แค่นั้น

 

ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านเกิดหรือในเมือง ต่างไม่มีใครพบเห็นวี่แววของโออิคาวะทั้งสิ้น

 

และเมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนาน ความกังวลและความเครียดที่พอกพูนก็เริ่มทำให้บางคนเริ่มออกปากบ่น

 

“หมอนั่นคิดบ้าอะไรอยู่” จู่ๆ สึกะวาระก็พูดโพล่งขึ้นมาระหว่างมื้อเย็นวันหนึ่งที่บ้านซาวามุระ

 

สึกะวาระและซาวามุระผู้เป็นเพื่อนร่วมงานเป็นบุคคลที่ดูจะเดือดเนื้อร้อนใจกับการหายตัวไปของโออิคาวะรองลงมาจากอิวะอิสึมิ คนที่บ้าน และเพื่อนสนิทสมัยเรียนอย่างฮานามากิกับมัตสึคาวะ พวกเขามารู้เอาหลังจากที่โออิคาวะหายตัวไปแล้วว่าโอเมก้าหนุ่มยื่นใบลาระยะยาวพร้อมใบรับรองแพทย์ให้กับหัวหน้ากลุ่มงาน โดยไม่ผ่านหัวหน้าแผนกย่อยอย่างซาวามุระ และหัวหน้ากลุ่มงานก็ปฏิเสธหัวชนฝาในการให้ข้อมูลว่าโออิคาวะลาทำไม

 

ไม่สามารถบอกได้เพราะเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของโออิคาวะ เป็นเหตุผลที่หัวหน้ากลุ่มงานให้กับพวกเขา

 

ซึ่งก็ถูก จึงไม่มีใครคาดคั้นอะไรได้มากไปกว่านั้น หมอที่ตรวจโออิคาวะก็ดันไปประชุมเป็นเวลาสองอาทิตย์พอดี พอกลับมาก็งานยุ่งเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาล และถึงไปถาม พวกเขาก็คิดว่าอาจไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเช่นกัน

 

แต่อย่างน้อยอิวะอิสึมิก็มีสิทธิจะรู้ไม่ใช่หรือยังไง

 

“โคชิ” ซาวามุระปราม เหลือบมองอิวะอิสึมิที่กินข้าวไม่พูดไม่จา

 

คนโดนดุฮึดฮัด ตักข้าวบดใส่ปากลูกน้อยที่เพิ่งอายุได้ขวบปีไม่กี่วันมานี้ “โทษที มันโมโหนี่”

 

ใช่ว่าเขาไม่เข้าใจ อันที่จริงซาวามุระก็หงุดหงิดกับเรื่องนี้เหมือนกัน โออิคาวะหายตัวไปไม่บอกกล่าว ทำให้พวกเขาต้องเร่งรีบหาคนมาช่วยดูแลนักกีฬาทีมชาติแทนกันยกใหญ่ ถึงจะหาตัวคนอยากได้งานไม่ยาก แต่พวกเขาต้องมาเริ่มทำความคุ้นเคยกันใหม่ และซาวามุระยังต้องคอยรับมือบรรดาเพื่อนฝูงในทีมชาติที่อยากรู้ข่าวความคืบหน้าเรื่องการหายตัวไปของโออิคาวะอีก จากที่เหนื่อยใจอยู่แล้ว เลยต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

 

ถึงอย่างนั้น เขาก็คงเหนื่อยไม่เท่าอัลฟ่าของโอเมก้าที่หายตัวไปหรอก

 

“อิวะอิสึมิ” ซาวามุระเรียกคนร่วมโต๊ะที่ไม่พูดอะไรมาสักพักใหญ่ “วันนี้… ได้ข่าวคราวอะไรเพิ่มขึ้นบ้างไหม”

 

คนโดนถามส่ายหัวเป็นคำตอบ

 

ซาวามุระกับสึกะวาระได้แต่มองหน้ากัน พวกเขารับมือกับเหตุการณ์นี้มาหลายอาทิตย์แล้วก็จริง แต่ยิ่งวันกลับดูจะยิ่งสรรหาคำพูดปลอบใจเพื่อนยากขึ้นทุกที “อิวะ…”

 

“บางที…” เสียงแหบแห้งดังขึ้นแผ่วเบา หยุดทุกคำพูดที่กำลังจะตามมา “…บางทีโทรุอาจจะไม่อยากอยู่กับฉันแล้ว”

 

“อิวะอิสึมิ”

 

“สมัยก่อนฉันเคยหนีหน้าหมอนั่นไปเป็นปี นี่คงเรียกว่ากรรมตามสนอง”

 

เป็นเวลานานที่ไม่มีใครพูดอะไร มีแต่เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยที่ต้องการความสนใจจากผู้ปกครองดังในบรรยากาศอึดอัด

 

ขณะที่สึกะวาระกำลังวุ่นวายกับการปลอบลูก ซาวามุระก็รับหน้าที่ให้กำลังใจเพื่อน “พวกนายแต่งงานกันแล้ว ถึงโออิคาวะจะเดายาก แต่ฉันว่าการที่หมอนั่นแต่งงานกับนายคงไม่ใช่เพื่อรอเวลามาล้างแค้นหรอก”

 

เพราะถ้าเป็นแบบนั้น คงต้องเรียกว่าใจร้ายใจดำเกินมนุษย์มนา

 

ถึงอดีตกัปตันเซย์โจจะมีนิสัยไม่น่าคบหาในบางครั้ง แต่ซาวามุระค่อนข้างมั่นใจว่าคงไม่เจ้าคิดเจ้าแค้นขนาดตัดสินใจทำแบบนั้น

 

ไม่มีคำสนทนาตอบโต้ใดๆ จากอิวะอิสึมิ ซาวามุระจึงตัดสินใจพูดต่อ “ฉันว่านายควรจะไปแจ้งตำรวจได้แล้…”

 

เสียงโทรศัพท์ดังลั่นกลบเสียงของเขาลง

 

พวกเขาสามคนได้แต่มองหน้ากัน อิวะอิสึมิหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างเชื่องช้า โทรศัพท์ของเขาดังตลอดระยะเวลาหกสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ทุกครั้งมีแค่คำถามไถ่ ไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทั้งสิ้นจนเขาเริ่มหมดกระทั่งความกระตือรือร้นที่จะรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

 

เขาตอบรับโดยไม่แม้แต่จะมองชื่อคนโทรเข้า

 

“อิวะอิ…”

 

“ฮาจิเมะ” เสียงปลายสายเป็นเสียงผู้หญิง เขารู้ในทันทีว่าใคร พี่สาวของโออิคาวะนั่นเอง “พี่เจอโทรุแล้ว”

 

คล้ายหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ สมองไม่ประมวลผลคำพูดที่ได้ยิน เผลอคิดไปว่าตัวเองคงกำลังฝัน

 

“…ครับ?”

 

“พี่เจอโทรุแล้ว” หญิงสาวย้ำ น้ำเสียงหนักแน่น “ตอนนี้โทรุอยู่กับพี่”

 

“พี่เจอโทรุแล้ว…” คนร่วมโต๊ะที่ได้ยินประโยคยามเขาทวนซ้ำมองหน้ากัน แววความตกใจระคนยินดีฉายชัด “…โทรุ โทรุอยู่ที่ไหนครับ?!”

 

“อยู่กับพี่ เอ่อ…” น้ำเสียงของเจ้าหล่อนเบาลงไป “พี่บอกไม่ได้ว่าอยู่ที่ไหน โทรุขอไม่ให้พี่บอก เอาเป็นว่าตอนนี้ปลอดภัยดี พี่บอกได้แค่นี้”

 

ถึงคำตอบที่ได้จะไม่เป็นที่น่าพอใจ แต่อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าคนรักอยู่กับคนที่ไว้ใจได้ และนี่ก็เป็นข่าวดีที่สุดในรอบหกสัปดาห์ ดังนั้นเขาจึงยอมไม่ซักไซ้ไล่เลียงเพิ่ม “…พี่ โทรุบอกไหมว่าทำไมอยู่ดีๆ ถึงหนีไป”

 

สิ่งที่เขาอยากถามคือ เขาทำอะไรผิดไปหรือเปล่า แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะถามเช่นนั้น

 

“…พี่บอกไม่ได้” เธอยังคงยืนยันคำตอบเดิม “ฮาจิเมะ ให้เวลาโทรุหน่อยนะ พี่จะพยายามคุยให้อีกที แต่ตอนนี้ขอให้ฮาจิเมะเชื่อใจโทรุก่อน ได้ไหม”

 

เชื่อใจ

 

เขากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ บอกตัวเองให้ยอมรับ สะกดจิตตัวเองให้เชื่อใจ

 

เชื่อใจ เชื่อใจ เชื่อใจ

 

เชื่อใจทั้งที่ไม่รู้อะไรสักอย่าง แล้วจะให้เขาเชื่ออะไร

 

“…ครับ”

 

“ถ้าอย่างนั้น ไว้พี่จะติดต่อกลับไปใหม่ ฮาจิเมะ ขอโทษแทนน้องชายของพี่ด้วยนะ แต่ช่วยให้โอกาสเขาด้วย”

 

เขาได้แต่ตอบรับคำอย่างเลื่อนลอย ฟังเสียงโทรศัพท์ตัดสาย ก่อนจะวางลงในที่สุด

 

“อิวะอิสึมิ ว่าไง เจอแล้วเหรอ”

 

“…อืม”

 

“ดีแล้วนี่! อยู่ที่ไหนล่ะ”

 

เขาส่ายหัว นัยว่ายังไม่อยากพูดอะไรต่อในตอนนี้ ก่อนจะเริ่มกินข้าวเย็นต่อไป ทั้งที่ไม่หิวเลยสักนิด

 

เขาชักไม่แน่ใจแล้วว่าเขาควรดีใจกับความคืบหน้านี้หรือไม่ ในเมื่อสุดท้ายเขาก็ยังมืดแปดด้าน ไม่เข้าใจอะไรสักอย่างอยู่เหมือนเดิม

.

.

สองอาทิตย์ให้หลัง โทรศัพท์ของเขาดังอีกครั้งขณะกำลังทำงาน

 

ถึงตอนนี้ โทรศัพท์ถามไถ่ความเป็นไปของโออิคาวะเริ่มลดน้อยลงแล้ว เพื่อนๆ ของเขาส่วนมากรับรู้ว่าตอนนี้โออิคาวะอาศัยอยู่กับพี่สาว จึงลดการกระหน่ำโทรถามเรื่องนี้ลง โทรศัพท์ที่เขาได้รับกลับกลายเป็นโทรศัพท์พูดคุยสัพเพเหระเพื่อปลอบใจเขาแทน

 

อิวะอิสึมิรู้สึกขอบคุณที่เพื่อนๆ เป็นห่วง แต่ในขณะเดียวกัน บางครั้งเขาก็รู้สึกอยากตัดสายหรือเมินเฉยเสียมากกว่า เพราะอยากอยู่คนเดียว

 

ดังนั้น เมื่อเห็นว่าชื่อคนโทรเข้าคือสึกะวาระ โคชิ เขาจึงไม่รู้ว่าควรจะรับหรือเพิกเฉยแล้วรอโทรกลับหลังเสร็จงานจะดีกว่า

 

แต่สึกะวาระไม่เคยโทรหาเขาเวลางาน ดังนั้นอาจจะมีเรื่องด่วนต้องการปรึกษา

 

อิวะอิสึมิจึงตัดสินใจขอเวลาจากบรรดาเพื่อนร่วมงาน แล้วหาพื้นที่ส่วนตัวในการรับโทรศัพท์

 

“เฮ้…”

 

“อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ” ปลายสายสวนกลับรวดเร็ว น้ำเสียงเดือดดาลและร้อนรน “นายต้องไปตามหาโออิคาวะ โทรุ เดี๋ยวนี้

 

เขากะพริบตาปริบ มองนอกสำนักงาน มองฟ้า มองอากาศ “หา อะไร…”

 

เดี๋ยวนี้

 

“โค…”

 

“ท้อง”

 

ยิ่งฟังเขายิ่งสับสน ใครท้อง… สึกะวาระ? ถ้าสึกะวาระท้องสองแล้วจะบอกเขาทำไม บอกให้ไปตามโออิคาวะกลับมาทำงาน จะได้ลาได้หรือ แล้วเขาจะไปทำได้ยังไง โออิคาวะอยู่ที่ไหนเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำ “ใคร…”

 

“โทรุท้อง

 

เขามั่นใจว่าตัวเองหูฝาด

 

หรือไม่สึกะวาระก็ตั้งใจล้อเขาเล่น

 

ซึ่งไม่ใช่เรื่องสมควรเอามาหยอกกันเล่นสักนิด

 

น้ำเสียงที่พูดตอบจึงดุดันเกินกว่าที่ตั้งใจ “นายเอามาจากไหน…”

 

“วันนี้ฉันบังเอิญเจออาจารย์หมอที่ตรวจโทรุ” สึกะวาระรีบพูดต่อ ไม่ได้สะท้านกลัวเสียงของอัลฟ่าเดือดที่ดังลอดโทรศัพท์แม้แต่น้อย “เลยถามว่าหมอนั่นเป็นอะไร ตอนแรกเขาจะไม่บอกเพราะติดว่าเป็นสิทธิของผู้ป่วย แต่พอฉันบอกว่าโทรุหายไป เขาเลยยอมบอก”

 

อิวะอิสึมิได้แต่นิ่งฟัง ค่อยๆ ประมวลผล เสียงหัวใจเต้นรัวเร็วดังก้องจนแทบกลบเสียงของสึกะวาระ

 

โทรุท้อง หมอบอกว่าถ้านับถึงวันนี้ก็น่าจะราวสิบสี่สิบห้าสัปดาห์ได้แล้ว อิวะอิสึมิ”

 

ท้อง

 

โทรุท้อง

 

โอเมก้าของเขา…

 

เขาตัดสายโทรศัพท์ ตกตะลึงพรึงเพริดจนทำตัวไม่ถูก ลืมสนิทว่าตนยังอยู่ในเวลางาน มีแต่คำถามวนไปมาอยู่ในหัว

 

คำถามที่มีแต่โออิคาวะ โทรุเท่านั้นที่ให้คำตอบได้

 

และอิวะอิสึมิยังคงไม่รู้ว่าจะไปตามหาโออิคาวะและลูกของเขาได้จากที่ไหน

 

เกิดอะไรขึ้นกันแน่

.

.

NEXT


 

A/N:

u _ u) มาอีกตอนค่ะ ติดลม ติดไฟ เพราะใกล้จบเต็มที แต่ไม่รับประกันว่าจะมีลงวันพุธนี้นะคะ อาทิตย์หน้าจะเริ่มงานยุ่งอีกแล้วค่ะ…

 

Advertisements

One thought on “[HQ!!] Where My Love Goes: (16) welcoming the unpleasant panic attack

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s