[HQ!!] Where My Love Goes: (13) healing spirit

Where My Love Goes
iwaoi. hq!! abo au. pg-13. romance, angst, a bit of domestic fluff.
written for novelber ’16 challenge. part of ‘instinct: omegaverse au’ series.

content warning:
– ฟิคเรื่องนี้มี alpha/beta/omega dynamics
– และมีการกล่าวถึง mpreg (male pregnancy)
– ถึงจะไม่มีฉาก explicit แต่ถ้าไม่นิยม abo แนะนำให้หลีกเลี่ยงค่ะ

.

.

13.
healing spirit

.

.

เสียงลูกวอลเล่ย์บอลกระทบพื้น สลับกับเสียงฝีเท้าเอี๊ยดอ๊าดดังก้องทั่วโรงยิม

นัยน์ตาสีน้ำตาลมองตาม ดึงดูดด้วยเจ้าลูกกลมที่เขาเคยไล่ตามมาเนิ่นนาน สมองประมวลผล วิเคราะห์นักกีฬาแต่ละคน ถึงหน้าตาจะเคยคุ้นกันเป็นส่วนใหญ่อยู่แล้วก็ตามที

อยากกลับลงไป

แต่ไม่ใช่ที่ของเขาอีกแล้ว

“อิวะอิสึมิ”

เขาหรี่ตา ทำหูทวนลม จ้องมองเบื้องหน้า ไม่หันไปตามเสียงเรียก แต่คนข้างตัวยังคงเรียกต่อไปไม่หยุดยั้ง อิวะอิสึมิ อิวะอิสึมิ เฮ้ อิวะอิสึมิ

เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังตามมา ยืดหลังตรง กอดอก หันขวับมองคนก่อกวน

“อะไร ไดจัง บอกกี่รอบแล้วว่าให้เรียกโออิคาวะน่ะ”

ซาวามุระ ไดจิ อดีตกัปตันทีมคาราสุโนะและหัวหน้าแผนกของเขาขมวดคิ้วมุ่น หัวคิ้วสองข้างแทบชนกันสนิท “นายแต่งงานกับอิวะอิสึมิ นายก็ต้องเป็นอิวะอิสึมิ” เขาว่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมนายถึงไม่ยอมเปลี่ยนนามสกุล”

“เรื่องของฉันน่า” เขาคร้านจะเถียงเรื่องนี้เป็นรอบที่สิบนับแต่ทำงานด้วยกันมา เลยตัดจบด้วยความรำคาญใจเสีย

“ฉันไม่เข้าใจ”

“ก็ไม่เข้าใจสักเรื่องไม่เห็นจะเป็นอะไร”

ยุ่งไม่เข้าเรื่อง

ถ้าไม่ติดว่าอีกฝ่ายเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาได้งานมาง่ายๆ ทั้งที่เพิ่งเรียนจบ แถมยังจบช้ากว่าคนอื่นเพราะโดนซ้ำที่ย้ายมหาวิทยาลัยไปหนึ่งปี โออิคาวะคงเถียงยาวเหยียดกว่านี้ ไม่มายอมง่ายๆ แบบนี้หรอก

ซาวามุระมองเขา คล้ายยังอยากจะพูดอะไรสักอย่างอยู่ แต่สุดท้ายก็เลิก หันกลับไปมองสนามซ้อมเบื้องหน้าแทน

วันนี้เป็นวันเสาร์ และอันที่จริงเขาสองคนก็ไม่ได้สนิทสนมกันถึงขั้นที่จะนัดพบนอกเวลางานตามลำพัง เปล่าเลย ถ้าไม่ใช่เพราะหมอศัลยกรรมกระดูกและข้อโรงพยาบาลเดียวกันชักชวนพวกเขามารับงานพิเศษดูแลนักกีฬาทีมชาติ พวกเขาก็คงไม่มาใช้เวลาวันหยุดอยู่ด้วยกันสองคน แทนที่จะไปอยู่กับครอบครัวของตัวเอง

งานพิเศษที่รับมาด้วยความเต็มใจ เพราะเป้าหมายของโออิคาวะก็คือสิ่งนี้ คือการได้ดูแลนักกีฬา แม้ตัวเขาเองไม่มีวันได้เล่นอีกแล้ว

ถึงแม้ว่านักกีฬาที่ว่าจะหมายรวมถึง…

“อุชิจิมะ เสิร์ฟสวย!”

เขาหน้ายู่เมื่อได้ยินชื่อของอุชิจิมะ วากะโทชิ เท้าคางมองดาวรุ่งประจำทีมชาติชุดใหม่ด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์ แม้จะเคยอยู่ร่วมห้องกันมาสองปีก็ตามที

การได้รู้จักอุชิจิมะเพิ่มขึ้นอาจทำให้เขามองเห็นแง่ดีของอดีตศัตรูคู่แค้นจนพัฒนามาเป็นเพื่อนกันได้ก็จริง แต่โออิคาวะก็ยังตั้งแง่ใส่อีกฝ่ายในเรื่องวอลเล่ย์บอลได้เหมือนเดิม

ในเมื่อหมอนั่นได้ทุกสิ่งมาตั้งแต่แรกจนปัจจุบัน ขณะที่เขาทำทุกอย่างหล่นหายรายทาง ถ้าเขาจะไม่ชอบใจก็ช่วยไม่ได้จริงๆ

เพราะแบบนี้ไงถึงได้โดนว่านิสัยเสียเอาบ่อยๆ

“คิดถึงสมัยก่อนเหมือนกันนะ” เสียงทุ้มเปรยขึ้นข้างตัว

ถ้าเป็นเขาเมื่อก่อนอาจเถียงหรือจิกกัดย้อนกลับไปแล้ว ใครจะไปคิดถึง ในเมื่อความพ่ายแพ้ในอดีตนั้นช่างขมขื่น แต่เมื่อโตขึ้น แถมเขาเองก็ไม่ได้อยู่ในจุดสูงสุดเหมือนอย่างสมัยมัธยมปลาย โออิคาวะจึงเริ่มมีมุมมองต่อรอบข้างเปลี่ยนแปลงไป

มือขวาเลื่อนแตะเข่าข้างที่เสียไปของตน ถึงจะผ่าตัดแล้ว ก็ไม่มีวันเหมือนเดิม จะให้ออกแรงกระโดดหรือวิ่งไกลๆ ก็ทำไม่ไหว ทำได้แค่ประคองตัวเองเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ

เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพียงแค่พยักหน้ารับเท่านั้นเอง

.

.

“ฉันบอกแล้วไงว่าทำท่านั้นมันผิด”

อุชิจิมะ วากะโทชิกะพริบตา หนึ่งที สองที สามที ก่อนที่หัวคิ้วสองข้างจะเริ่มขมวดเข้าหากัน ริมฝีปากเม้มเข้า บ่งบอกถึงความไม่เข้าใจในคำพูดของนักกายภาพบำบัดที่ยืนเท้าเอวตีหน้าเข้มใส่

“ผิดยังไง”

“ถ้านายทำแบบนั้น” โออิคาวะชี้ไปยังท่าทางของอีกฝ่าย “นอกจากไอ้ที่ปวดจะไม่หาย ระวังจะปวดกว่าเดิม เพราะมันไม่ถูก”

“แล้วมันไม่ถูกยังไง”

ฟังนานๆ เข้าเขาชักหงุดหงิด อธิบายให้ฟังไปแล้วตั้งหลายรอบ คนตั้งใจช่วยดีๆ ยังจะต่อล้อต่อเถียงอีก “นี่นายจะเถียงฉันอีกนานมั้ย ถ้าอยากเถียงนักก็ตามใจ” พูดจบเขาก็หันหลัง เดินกระฟัดกระเฟียดไปหาคนอื่น

เป้าหมายต่อไปของเขาอยู่ไม่ไกลนัก กำลังยืนฮัมเพลงสบายอารมณ์อยู่กับเพื่อนซี้ แม้จะโดนซาวามุระสวดยกใหญ่ไปพร้อมๆ กัน ท่าทางที่บ่งชัดว่าเจ้าตัวไม่ได้รู้สึกรู้สาต่อการเทศนาใดๆ

และก่อนที่เขาจะทันเดินไปถึง ซาวามุระก็ตัดใจ ยื่นคำขาดเสียงดุดันแล้วเดินไปที่อื่น ทิ้งคุโรโอะ เท็ตสึโร่กับโบคุโตะ โคทาโร่ไว้ตรงที่เดิมนั่นเอง

พวกเขารู้จักกันผ่านฮานามากิสมัยที่โออิคาวะยังเรียนอยู่ในเมืองหลวง โบคุโตะกับคุโรโอะเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกับเบต้าหนุ่มอดีตเพื่อนร่วมทีมของเขา อีกทั้งยังอาศัยอยู่หอเดียวกันกับฮานามากิอีกด้วย เมื่อโออิคาวะแวะไปเยี่ยมเยียนเพื่อนเก่า จึงได้พบพานเข้ากับอดีตกัปตันทีมฟุคุโรดานิและเนโกมะทั้งสองคนนี้

การพบเจอที่ฮานามากินิยามว่าเป็นดั่ง อวสานโลก เพราะพวกเขาต่างพากันร่วมหัวป่วนเพื่อนจนหัวหมุนทุกครั้งที่รวมตัวกัน

โออิคาวะตรงไปกอดคอทั้งคู่ ยิ้มกริ่ม “ดื้อกับหัวหน้าฉันอีกแล้วเหรอ”

ชายผมดำยักไหล่ ยกยิ้มมุมปาก “แกล้งหมอนั่นน่ะสนุกสุดๆ นี่นา”

“เฮ้ โออิคาวะ นายน่าจะมาอยู่ตรงนี้ด้วยกันเมื่อกี้” โบคุโตะยิ้มกว้าง ท่าทางไม่ได้มีเจตนาร้ายอื่นใดนอกจากหาเรื่องสนุก “ซาวามุระตลกสุดๆ ไปเลยล่ะ”

เขาถอยออกมา ถอนหายใจ ตีสีหน้าโศกเศร้าเสียดายสุดซึ้ง “นั่นสิ ฉันไม่น่ามัวแต่ไปเสียเวลาอยู่กับอุชิวากะจังเลย พลาดเรื่องสนุกแล้วยังประสาทเสียอีกต่างหาก”

“ฉันบอกแล้วว่านายควรจะขอเปลี่ยนมาดูพวกฉัน” คุโรโอะส่ายหัว “จะทนอยู่กับอุชิจิมะทำไม ถึงพวกฉันจะว่ามันตลกดีก็เถอะ”

“หรือจริงๆ นายชอบอุชิจิมะ” โบคุโตะรีบพูดต่อ ดวงตากลมเบิกกว้าง ตกใจจนเกินเหตุ “นายชอบหมอนั่น นายจะนอกใจอิวะอิสึมิแบบนี้ไม่ได้นะ”

บางทีเขาก็รู้สึกคิดผิดที่มีพวกนี้เป็นเพื่อนจริงๆ

โออิคาวะกลอกตา “นายอย่าพูดแบบนั้นให้อิวะจังได้ยินเชียว เดี๋ยวจะเรื่องใหญ่”

อันที่จริง แค่เรื่องที่เขารับงานดูแลนักกีฬาวอลเล่ย์บอลทีมชาติซึ่งประกอบด้วยสมาชิกอัลฟ่ามากกว่าร้อยละเก้าสิบห้านี่ก็ทำให้เขาเกือบทะเลาะกับอิวะอิสึมิใหญ่โตมาแล้ว แม้อีกฝ่ายจะบอกว่าเข้าใจความฝันเขาดี แต่สัญชาตญาณอัลฟ่าก็ยังไม่พอใจที่คู่ของตนโดนรายล้อมด้วยอัลฟ่าทุกสองอาทิตย์ แถมบางคนยังหนุ่มแน่นและไร้คู่อีกต่างหาก

การทะเลาะกันครั้งนั้นจบลงที่พบกันครึ่งทาง อิวะอิสึมิยอมให้เขาทำงานที่ฝันต่อไป แต่ต้องมาพร้อมกับซาวามุระเท่านั้น และแจ้งทุกครั้งที่ใกล้กลับบ้าน เรียกได้ว่าระวังทุกกระเบียดนิ้ว

ตอนแรกเขาก็รำคาญใจอยู่หรอก แต่พอเริ่มชิน เขาก็พบว่ากฎนี่มีข้อดีเหมือนกัน

“อย่าให้ฉันได้ยินอะไรนะ”

เพราะอิวะอิสึมิแวะมารอรับเขาทุกครั้งไปเลยไง

โออิคาวะหมุนตัว โผกอดคนรักอย่างไม่อายสายตาคนรอบกาย “ฮาจิเมะ!”

คุโรโอะกับโบคุโตะทักทายอิวะอิสึมิด้วยการหันไปทำท่ากอดจูบกันเองล้อเลียนพวกเขา เรียกเสียงขู่จากอิวะอิสึมิได้ชั่วครู่

“นี่ซ้อมกันเสร็จแล้วหรือไง”

“ยัง แต่โค้ชให้พักมายืดเส้นยืดสายก่อน” อดีตกัปตันเนโกมะตอบ “ถ้านายจะรอตกหมอนี่กลับเห็นจะต้องอยู่อีกเป็นชั่วโมง”

โออิคาวะกำลังจะอ้าปากต่อบทสนทนาแล้ว แต่โบคุโตะสังเกตเห็นใครบางคนเดินเข้ามาในโรงยิม และรีบปรี่ตรงไปหา พร้อมตะโกนเรียกเสียงดังลั่นยิมเสียก่อน

“เคจิ! ยูกิ!!!”

เจ้าของชื่อเป็นอีกคนที่พวกเขาคุ้นเคยกันดี โอเมก้าหนุ่มผมดำ อดีตเซ็ตเตอร์แห่งฟุคุโรดานิ และคู่ของโบคุโตะ โคทาโร่… อาคาอาชิ เคจินั่นเอง

“คุณโบคุโตะ เสียงดังครับ” ตำหนิพร้อมจับจูงเด็กน้อยวัยสองขวบที่มีใบหน้าพิมพ์เดียวกันกับตนเข้ามา สิ่งที่แตกต่างระหว่างคนทั้งคู่เห็นจะมีเพียงดวงตาสีอำพันเฉดเดียวกับคนเป็นพ่อกระมัง

พ่อที่พุ่งตรงไปอุ้มลูกขึ้นมาทั้งกอดทั้งหอม ฟัดจนเด็กหญิงหลุดเสียงหัวเราะคิกคัก โวยวายไม่จริงจังพลางตีหน้าโบคุโตะเสียงดังแปะยกใหญ่

“เห่อลูกเสมอต้นเสมอปลาย” แว่วเสียงพึมพำของคุโรโอะจากข้างตัว และโออิคาวะเห็นด้วยทุกประการ

โบคุโตะกับอาคาอาชิมีลูกด้วยกันตั้งแต่สองปีก่อน ขณะนั้นฝ่ายโอเมก้ายังเรียนไม่จบระดับอุดมศึกษาเลยด้วยซ้ำ จำได้ว่ามีปัญหาวุ่นวายกันอยู่พักใหญ่ แต่สุดท้ายแล้วเด็กหญิงตัวน้อยก็ได้ลืมตาดูโลกในกลางเดือนกุมภาพันธ์

ลูกสาวที่โบคุโตะรักไม่แพ้อาคาอาชิ ถึงได้พามาแทบทุกครั้งที่มีการฝึก

และทุกครั้ง อิวะอิสึมิจะทอดสายตามองภาพครอบครัวอบอุ่นตรงหน้าด้วยสายตาอันอ่อนโยน

สายตาที่สร้างความปั่นป่วนต่อโออิคาวะ โทรุไม่ใช่น้อย

คุโรโอะมองเขา ตบไหล่หนึ่งที “ฉันว่านายก็น่าจะสร้างครอบครัวบ้างได้แล้วนา”

เขาเลี่ยงไม่ตอบ แต่ก็ไม่ละสายตาจากครอบครัวของโบคุโตะเช่นกัน

.

.

NEXT


A/N:

ตอนนี้ไม่มีประเด็นอะไรเป็นพิเศษค่ะ เป็นตอนเสริมแทรก กร๊าก
ในส่วนของโบคุอาคานั้น… ถ้าจบส่วนอะอุนแล้ว อาจจะ ตามมาภายหลัง… มั้งคะ u x u)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s