[APH] Distance

Distance
aph. alfred*arthur. pg. romance.

.

.

ที่แห่งนี้อยู่ห่างไกลจากที่แห่งนั้น

กางกั้นด้วยผืนน้ำกว้างสุดลูกหูลูกตา ไกลห่างด้วยท้องฟ้ายาวไร้จุดบรรจบ ขณะนี้ที่นี่เป็นเวลาของวันใหม่ หากแต่อีกฟากฝั่งนั้นคงยังเป็นวันเก่าอยู่สินะ? ใครบางคนคงกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงกว้าง ผ่อนลมหายใจสม่ำเสมอในนิทรารมย์อันแสนสุข หรือบางทีอาจกำลังหมกมุ่นอยู่กับกองงานที่คั่งค้าง หรือจะอ่อนล้าด้วยอาการไข้ หากก็ไม่อาจทิ้งงานไปได้ก็เป็นได้

เขาไม่อาจรู้ได้เลย…

ลมหายใจแผ่วหวิวเล็ดลอดริมฝีปาก ยกฝ่ามือขึ้นตบหน้าตัวเองสองสามที กองเอกสารที่วางสุมอยู่ตรงหน้ามากมายเหลือจะนับ ปากกาหมึกซึมที่ใช้เซ็นงานเป็นประจำเริ่มแห้งเหือดด้วยน้ำหมึก ภารกิจที่ประดังประเดเข้ามาไม่เว้นนาทีทำให้ชีวิตของเขาวุ่นวายจนแทบไม่ได้สนเรื่องเล็กน้อยรอบตัวนัก

เขาตัวรุม อุ่นด้วยไอร้อนเล็กน้อย ลำคอติดจะแห้งผากด้วยพิษหวัด หากแม้จะป่วยเขาก็ไม่อาจทิ้งงานไปได้

แสงไฟในห้องติดจะสลัว เบื้องนอกยังไม่สว่างดีนัก คฤหาสน์หลังใหญ่มีเขาตื่นอยู่เพียงลำพัง ตื่นตั้งแต่เมื่อวานยันรุ่งสางของวันใหม่หากก็ไม่อาจข่มตานอน หากเขาทอดทิ้งหน้าที่ไปให้เวลากับตัวเอง เขาคงเป็นคนที่ไร้ความรับผิดชอบที่สุดในโลก

เขาไอ แผ่วเบา ทว่าชัดเจนในห้องที่เงียบสงัด

ฝ่ามือเลื่อนขยับอีกครั้ง คราวนี้สัมผัสโดนเข้าที่วัตถุบนมุมหนึ่งของโต๊ะ ความเย็นแล่นผ่านผิวเนื้อราวจะเรียกความสนใจ เขาจึงเบนสายตาจากงานไปยังเจ้าวัตถุที่ว่า

เขาชะงักไปวูบหนึ่ง

มันคืออดีต “สัญญา” ระหว่างเขากับใครบางคน ณ อีกฟากน่านน้ำ สัญญาที่มีระยะเวลาไม่ยาวนานนัก หากก็นำความอิ่มเอมใจมาให้เขาในยามนั้นอย่างถึงที่สุด แม้จะไม่ใช่สัญญาชั่วนิรันดร์อย่างที่เคยปรากฏให้เห็นในภาพยนตร์ หากสิ่งที่ได้รับจากมันกลับพิมพ์ชัดในใจอย่างยากจะลืม

เขายังจำได้ดี ยามที่ใครคนนั้นยื่นส่งมันมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง

เขายังจำได้ดี ถึงดวงตาสีไพลินน้ำงามที่คุ้นเคยแต่ครั้งยังเยาว์

และยังจำได้ดี ถึงความอบอุ่นที่บอกผ่านความรักทั้งหมดทั้งมวลมาให้โดยไม่ต้องใช้คำพูด

ยามนี้ใครคนนั้นไม่ได้อยู่เคียงข้างเขาอีกต่อไป สัญญาที่เคยทำในคราวก่อนสิ้นสุดลง แม้จะมีพันธะอื่นเกิดตามมา หากกาลเวลาก็ยังผลักดันให้เขาสองคนไกลห่างกันเรื่อยไป

นานเท่าไรแล้วนะที่ไม่ได้พบหน้าพูดคุยเพียงลำพัง? แม้บทสนทนาจะไม่เคยหลุดพ้นการโต้เถียงกันและไม่เคยสักครั้งที่เขาจะทำตัวดี ไม่พยายามเอาชนะอีกฝ่าย แต่เขาก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้คุยด้วย

เขายกเครื่องโลหะชิ้นน้อยในมือขึ้นมาแนบริมฝีปากลงไปช้าๆ ทั้งที่มันเย็นจัด และอากาศในห้องก็ลดต่ำลงทุกชั่วขณะ แต่หัวใจของเขากลับอบอุ่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

โทรศัพท์บนโต๊ะแผดเสียงร้องดังลั่น เขาสะดุ้งสุดตัว แทบเผลอปล่อยของในมือหล่นร่วง ก่อนจะชักหน้ายุ่ง หัวคิ้วขมวดเข้าหากันขณะที่หยิบเอาเจ้าเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาแนบใบหู

“Hi,”

เพียงถ้อยคำเดียวก็ผลักดันให้หัวใจเต้นระรัว รู้สึกเหมือนเลือดกำลังสูบฉีดไปทั่วร่าง ความรู้สึกที่เหมือนกับถูกจับผิดได้นั้นทำให้เขาเผลอโยนอดีตตัวแทนสัญญาลงบนโต๊ะโดยอัตโนมัติ

“โทร.มาทำไม!”

แทนที่จะตอบรับดีๆ เขากลับสวนอีกฝ่ายด้วยประโยคที่ช่างไม่น่ารักเป็นที่สุด แทบจะเผลอตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ ขณะที่อีกฟากโทรศัพท์ทำเสียงหงุงหงิงงอแง แค่นั้นภาพคนตัวโตแต่ใจเด็กทำหน้ามู่ทู่ก็ลอยตามมาแทบจะในทันที

“คิดถึง”

จนปัญญาจะหาคำมาตอบทันท่วงที เลยได้แต่อ้ำอึ้ง “อ…” ทั้งดีใจ ทั้งอาย ทั้งเคืองนิดๆ ที่เหมือนโดนอีกคนอ่านใจได้ว่าหวังคำตอบอย่างไร

แต่แล้วเสียงทุ้มกลับเอ่ยสำทับ “…ล้อเล่นน่ะ”

เขาแทบเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด

“สนุกมากไหม!!!”

“อืม! สนุก”

มีหน้ามาตอบเสียงใสใส่เสียอีกนั่น!!

“ถ้าตั้งใจโทร.มาแค่นี้ ทางนี้ก็ขอลา! งานจะท่วมหัวตายเพราะไอ้ตัวกวนประสาทอยู่แล้ว!”

“โธ่ ใจร้ายน่า รู้ใช่ไหมว่าโทร.มานี่มันเปลืองเงิน”

“เปลืองแล้วโทร.ทำไม!” แทบจะวีนใส่ ปรอทแตกให้มันรู้แล้วรู้รอด

“อยากได้ยินเสียง”

“ล้อเล่นอีกใช่ไหม!”

“เปล่า” สุ้มเสียงของผู้ติดต่อเบาลง “อันนี้จริงจัง”

เขาเงียบเสียงไปพัก

“…ช่วงนี้ไม่ค่อยสบายสินะ”

“อือ แต่ก็ไม่สบายกันหลายคนล่ะนะ”

“เพราะใครล่ะ?”

เสียงหัวเราะ ก่อนตามด้วยประโยคถาม “…ไม่ได้ป่วยหนักใช่ไหม?”

“หนัก”

อีกฝ่ายเงียบ

“หนักเหรอ… แต่อย่างลุงน่ะหนังเหนียวจะตาย เดี๋ยวก็คงหายน่า”

นอกจากจะไม่ห่วงแล้ว ยังจะพูดจาชวนทะเลาะเสียอีกต่างหาก! เขานึกอยากลองจับปากเจ้าตัวดีมาทำโทษสั่งสอนสักนิดเสียจริง “เออ!”

ต่างคนต่างเงียบกันไปพัก แล้วเขาจึงเปิดบทสนทนา

“นี่”

“หืม?”

“อีกสองอาทิตย์น่ะ…”

“อีกสองอาทิตย์…”

ความกระอักกระอ่วนใจเข้ารุกรานเมื่อเกิดความรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจ เขากลืนคำพูดทั้งหมดลงคอ รีบกลบเกลื่อน “เปล่า ไม่มีอะไร”

“งั้นเหรอ”

“ก็เออสิ!”

“…แต่ฉันมีนะ”

“มีอะไรก็ว่ามา”

“อีกสองอาทิตย์น่ะ”

เขาเงียบ ตั้งใจฟัง หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ

“เดี๋ยวจะไปหา”

“…”

“อย่าออกไปเดินโทงๆ ข้างนอกอีกนะ”

“อ… ไอ้เจ้าบ้า!” ใบหน้าร้อนผ่าว หวนนึกถึงวีรกรรมสุดก๊าวจากการเมาที่ทำไปเมื่อปีก่อน นึกกี่ทีก็สมเพชตัวเองไม่หาย นึกอะไรถึงได้ทำตัวแบบนั้นลงไปกัน

“ผมหวง”

“อึก…”

ความเงียบเข้าครอบคลุม ความหนาวไล่ตามมา แว่วเสียงไอแผ่วๆ จากคนกวนประสาท ความห่วงหาแล่นขึ้นมาอย่างท่วมท้น หากก่อนที่จะทันได้ออกปาก อีกฝ่ายก็ชิงแทรกขึ้นมาเสียก่อนด้วยถ้อยคำสั้นๆ

“Miss you.”

เขารู้สึกอุ่นใจยิ่งกว่าเมื่อได้สัมผัสอดีตตัวแทนสัญญา บางทีเขาอาจยังอ่อนหัดนักที่เพียงเท่านี้ก็เผลอใจเต้นไม่เป็นส่ำกับคำพูดของเจ้าเด็กเมื่อวานซืน

ถึงจะคิดตำหนิตัวเองเช่นนั้น เขาก็กระซิบตอบกลับไปด้วยถ้อยความที่สื่อความหมายเดียวกัน

Me too.

.

.

FIN?


A/N:

เอาฟิคเก่าเก็บมาเริ่มลงค่ะ ฮา

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s