[HQ!!] Where My Love Goes: (11) surprise for christmas

Where My Love Goes
iwaoi. hq!! abo au. pg-13. romance, mild angst.
written for novelber ’16 challenge. part of ‘instinct: omegaverse au’ series.

content warning:
– ฟิคเรื่องนี้มี alpha/beta/omega dynamics
– และมีการกล่าวถึง mpreg (male pregnancy)
– ถึงจะไม่มีฉาก explicit แต่ถ้าไม่นิยม abo แนะนำให้หลีกเลี่ยงค่ะ

.

.

11.
surprise for christmas

 .

 .

“ทำไมถึงช้า”

มัตสึคาวะ อิซเซถอนหายใจ เท้าคาง มองคนรักข้างกาย “ฮิโระ นายจะพูดประโยคนี้อีกกี่รอบกัน”

ฮานามากิ ทาคาฮิโระหันขวับไปทำตาขวางใส่คู่สนทนา กอดอกฮึดฮัด “นี่มันเลยเวลานัดมาสิบห้านาทีแล้วนะ อิซเซ”

“ไม่เจอมาตั้งสามปีแล้ว รออีกสิบห้านาทีไม่เห็นจะนานตรงไหน”

“นั่นแหละประเด็น!” เสมือนโดนจุดไฟเดือด ฮานามากิขึ้นเสียงดังกว่าเดิม เรียกสายตาจากคนร่วมร้านอาหารให้หันมามอง “อยู่ดีๆ ก็หายหน้าไปนาน พอนัดทีดันมาสาย สองคนนั้นมันจะมากไปแล้ว!”

มัตสึคาวะถอนหายใจ เท้าคางมองออกไปนอกกระจกร้านอาหาร ปล่อยเสียงบ่นของฮานามากิเข้าหูซ้ายทะลุออกหูขวา ด้านนอกอากาศหนาวจับใจ กระนั้นภายนอกก็ยังมีผู้คนเดินสวนกันขวักไขว่แม้จะเป็นเพียงเมืองเล็กๆ ในมุมหนึ่งของประเทศ เหตุก็เพราะวันนี้เป็นวันคริสต์มาส ทั้งเด็กเล็กและผู้ใหญ่จึงพากันออกมาเฉลิมฉลองงานรื่นเริงนั่นเอง

ถึงกระนั้น บนสองข้างทางก็ยังไม่ปรากฏร่างของผู้ที่นัดพบพวกเขาในช่วงเย็นของวันเทศกาลนี้อยู่ดี

ไร้วี่แววของอิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ กับโออิคาวะ โทรุ

เพื่อนสนิทสมัยมัธยมปลายที่หายหน้าจากกันไปนานสามปี

ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาเจอกัน คือตอนที่อิวะอิสึมิเมินหนีโออิคาวะจนเป็นเรื่องใหญ่โต ลำบากมัตสึคาวะกับฮานามากิต้องบีบบังคับทั้งคู่ให้เจอกันจนได้ ผลที่ตามมาดูเหมือนจะน่าพอใจ แต่พวกเขาก็ไม่รู้รายละเอียดมากนัก เพราะทั้งสองคนไม่พูดอะไรให้พวกเขาฟัง ไม่มีการแจ้งใดๆ เพิ่มเติมมากไปกว่าการส่งข้อความสั้นๆ เข้ากลุ่มไลน์โดยโออิคาวะว่า ‘คบกันแล้ว’

ความจริงคือ พวกเขาไม่ได้เจอกันอีกเลยนับแต่วันนั้นเป็นต้นมา

มัตสึคาวะเรียนคนละที่กับอิวะอิสึมิ ถึงจะถือว่าค่อนข้างใกล้กัน แต่ก็ไม่ได้ใกล้ขนาดที่จะบังเอิญเจอกันได้โดยง่าย เมื่อต่างคนต่างเรียนสูงขึ้นและยุ่งวุ่นวายกับชีวิตการศึกษาของตัวเอง พวกเขาก็เลิกติดต่อกันไป

ส่วนฮานามากิกับโออิคาวะนั้นออกจะซับซ้อนอยู่สักหน่อย เพราะหลังเหตุการณ์เข่าหลุดตอนช่วงปิดเทอมหน้าร้อนของปีสอง โออิคาวะก็ยื่นใบลาออกจากทีมวอลเล่ย์บอลชาย เรียนจนจบปีการศึกษา แล้วทำเรื่องย้ายคณะและมหาวิทยาลัย

วันหนึ่ง โออิคาวะย้ายของออกจากหอ เดินไปบอกลาฮานามากิ แล้วหายไป โดยไม่มีคำบอกกล่าวล่วงหน้าใดๆ

ไม่แม้แต่จะบอกเพื่อนด้วยซ้ำว่าย้ายไปอยู่ที่ไหน

ฮานามากิโมโหเรื่องนี้อยู่หลายวัน บ่นแล้วบ่นอีกจนมัตสึคาวะทนไม่ไหว ต้องปราม “พวกนั้นโตแล้วน่า นายไม่ใช่พ่อแม่เขานะ ชีวิตเขา เขาจะทำอะไรก็เรื่องของเขา”

ผลที่ได้คือ เขาโดนฮานามากิโกรธตามไปอีกสามชั่วโมง เป็นสามชั่วโมงที่เขาต้องพูดกับอากาศ กว่าแฟนหนุ่มของเขาจะหายหัวเสีย แล้วมางอนง้อขอโทษเสียงอ่อยทีหลัง

“ก็มันน้อยใจนี่หว่า” ฮานามากิบ่นงึมงำ “ตอนมีปัญหาก็อุตส่าห์ไปตามดู พอแก้ปัญหาได้แล้วก็หายเข้ากลีบเมฆไปเฉย”

อันที่จริงเขาก็เข้าใจความรู้สึกของฮานามากิอยู่หรอก แต่สำหรับมัตสึคาวะ ถ้าเพื่อนมีความสุขกันดี ไม่โผล่มาทะเลาะตรงหน้าให้เห็นอีก ถึงจะน่าถีบ แต่ให้อภัยก็ได้

“…เซ อิซเซ!”

เสียงเรียกของฮานามากิฉุดเขาออกจากภวังค์

พ่อหนุ่มคิ้วหนาหันไปทางต้นเสียงอย่างเชื่องช้า “หืม”

“หรือนายว่าสองคนนั้น” ฮานามากิลดเสียงต่ำ ทำท่ากระซิบกระซาบ “หนีไปชิงสุกก่อนห่าม เลยโผล่หน้ามาให้พวกเราเห็นไม่ได้”

มัตสึคาวะกะพริบตาปริบ สองที สามที ก่อนจะหัวเราะพรืด “ไม่น่า อิวะอิสึมิคงจะยับยั้งชั่งใจได้อยู่นา”

“ใครจะไปรู้ อัลฟ่าก็คืออัลฟ่า อยู่กับโอเมก้านานๆ สักวันอาจจะตบะแตกก็ได้” หนุ่มผมสีอ่อนยังคงยืนยันความคิดของตน

“อิวะอิสึมิไม่ใช่นายนะ ฮิโระ”

“หมายความว่ายังไง หา อิซเซ” ฮานามากิกอดอก “ฉันเคยทำแบบนั้นกับนายที่ไหน”

มัตสึคาวะยิ้มมุมปาก ไม่ตอบอะไร เอื้อมมือไปเล่นปลายผมคนรัก กิริยาที่เรียกเสียงโวยเบาๆ ต่อได้สองสามคำ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม และการโอนอ่อนตามสัมผัสของฝ่ามือใหญ่แทน

พวกเขานั่งอยู่แบบนั้นพักใหญ่ จ้องมองตากันและกัน

กระทั่งเสียงกระแอมกระไอดังขึ้นเหนือศีรษะของพวกเขา

ตามมาด้วยเสียงสูงที่ชวนให้คิดถึงและรำคาญพร้อมๆ กัน

“หวาย มัตซึน มักกี้ พลอดรักกันไม่อายชาวบ้านเขาเลยเหรอเนี่ย”

เมื่อเงยหน้าขึ้น ก็พบกับโออิคาวะเอามือทาบอกทำท่าสะเทือนใจเกินพอดี อยู่คู่กับอิวะอิสึมิที่สอดมือไว้ในกระเป๋าเสื้อกันหนาว มองพวกเขาด้วยสีหน้านิ่งเฉยตามคาด

ฮานามากิผุดลุกขึ้น รวดเร็วชนิดที่ไม่มีใครตั้งตัวทันสักคน “นาย!” เขาจิ้มหน้าอกโออิคาวะดังจึ้ก “คนที่หายตัวหนีตามกันไปอย่างพวกนายมาว่าฉันแบบนี้ได้เหรอ!!”

โออิคาวะกะพริบตา ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเมื่อตามความคิดอีกฝ่ายทัน “ใครหนีตามกันไปน่ะ คิดไปเองหรือเปล่า มักกี้” ว่าพลางถอดเสื้อโค้ทออกแขวนหลังเก้าอี้ นั่งลงฝั่งตรงข้ามกับมัตสึคาวะและฮานามากิ โดยมีอิวะอิสึมิตามมานั่งข้างๆ

ฮานามากิหรี่ตามองสองคนตรงหน้า ดูจากภายนอกแล้วไม่ต่างจากเดิมนัก ลักษณะท่าทีเหมือนเก่าไม่ผิดเพี้ยน ที่แปลกไปดูจะมีแค่ความจริงที่ว่าอิวะอิสึมิสูงตามโออิคาวะทันแล้วเท่านั้น (แต่ก็ไม่สามารถสูงกว่าไปได้อยู่ดี)

“ถ้าไม่ได้หนีตามกัน” มัตสึคาวะต่อบทสนทนา ยื่นใบเมนูให้เพื่อนทั้งสองคน “แล้วพวกนายหายไปไหนกันมา”

โออิคาวะชี้อาหารและเครื่องดื่มที่ตนเองต้องการให้อิวะอิสึมิ ยกให้ฝ่ายอัลฟ่าเป็นผู้สั่ง ขณะที่ตัวเองเริ่มอธิบาย “นายคงรู้แล้วว่าฉันย้ายมหาวิทยาลัย เข่าฉันพังแบบนั้น จะให้อยู่ที่เดิมใช้ทุนนักกีฬาได้ยังไง” รอยยิ้มบางระบายบนใบหน้า ฮานามากิจับสังเกตได้ว่ามีความเศร้าแฝงอยู่ในนั้น “ฉันเลยเรียนจนจบปีสอง ลาออก แล้วย้ายมาอยู่ใกล้ๆ อิวะจัง”

นั่นไง

“ไหนพวกนายบอกว่าไม่ได้หนีตามกัน”

“ก็เปล่าจริงๆ นี่” โออิคาวะหัวเราะ “ฉันย้ายมาอยู่ใกล้บ้านต่างหาก ใกล้อิวะจังน่ะถือเป็นผลพลอยได้”

“ผลพลอยได้” อิวะอิสึมิทวน เลิกคิ้วสูง รอยยิ้มจุดขึ้นที่มุมปาก ฝ่ายโออิคาวะก็ยิ้มกว้างกลับ ยืนยันชัดถ้อยชัดคำว่าเป็นแค่ผลพลอยได้เท่านั้น

ฮานามากิกลอกตา ไม่เจอกันมาสามปี เห็นเพื่อนที่ปกติเถียงกันแทบตายหวานแหววใส่กันแบบนี้ ยังไงเขาก็ไม่ชิน

เขาเดาว่ามัตสึคาวะคงคิดไม่ต่างกัน เพียงแต่อีกฝ่ายไม่ได้แสดงออกทางสีหน้าเท่านั้นเอง “แล้วนายย้ายมาเรียนอะไร”

“กายภาพบำบัด”

“ที่หมอนี่ยังเรียนไม่จบ”

“อิวะจัง!”

“ฮ้า นี่นายซ้ำชั้นเหรอ กัปตัน” ฮานามากิได้ทีรีบซ้ำเติมเพื่อน พลาดโอกาสในการแซวไปหลายปี มีมาถึงมือเขาก็ต้องรีบคว้าไว้

“เปล่า” โออิคาวะงึมงำ “ฉันโดนเรียนปีสองซ้ำ อาจารย์บอกให้ปรับพื้นฐาน”

“ฉันบอกแล้วว่าไม่ต้องย้ายคณะ ไอ้บ้า” อิวะอิสึมิบ่น

“ก็ฉันอยากเรียนนี่ ถึงฉันไม่ได้เป็นนักกีฬา ก็ยังดูแลนักกีฬาได้นะ อิวะจังไม่เข้าใจหรือไง”

อัลฟ่าหนุ่มคลี่ยิ้ม ลูบผมโอเมก้าข้างตัวเบาๆ ไม่ได้ตอบอะไรแต่สายตาที่ทอดมองบ่งบอกว่าเข้าใจเป็นอย่างดี

เลี่ยน

ฮานามากิเสมองไปทางอื่นชั่วขณะ รู้สึกเหมือนเผลอล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัวของคู่รักตรงหน้าไป “แล้วใกล้จบหรือยัง”

“ปีนี้ปีสุดท้าย” โออิคาวะฉีกยิ้มกว้าง ชูสองนิ้ว “กำลังฝึกงานน่ะ ถ้าไม่ผิดพลาดอะไรก็น่าจะจบ”

“ก็ถ้านายไม่ไปเที่ยวโปรยเสน่ห์ใส่คนไข้มั่วซั่ว ก็คงไม่โดนใครฟ้องให้เรียนไม่จบหรอกมั้ง” อิวะอิสึมิต่อ

“ฉันเคยทำแบบนั้นที่ไหน!”

“เยอะแยะไป อย่าให้ฉันไล่”

“อะฮ้า อิวะอิสึมิ นายหึงหรือไง” ฮานามากิทำท่ารู้ทัน ฝ่ายมัตสึคาวะก็ยกยิ้มมองคนโดนโจมตี เขาเองก็คิดคล้ายๆ ฮานามากิ

มีแฟนเป็นโออิคาวะ โทรุ ก็ต้องทำใจแบบนี้แหละ

“หึง” อิวะอิสึมิพูดย้ำ ราวกับกำลังทำความเข้าใจคำพูดนั้นซ้ำ “…ใช่ หึง ถ้าหึงแล้วยังไง ก็นี่โอเมก้าของฉัน”

มัตสึคาวะและฮานามากิอ้าปากค้าง มองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาและไม่เชื่อหูตัวเอง พวกเขาต่างคนต่างยื่นมือออกไปสัมผัสใบหน้าและร่างกายของอิวะอิสึมิ ปากบ่นพึมพำ

“นี่อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะจริงๆ ใช่ไหม”

“หรือจริงๆ นายเป็นเอเลี่ยนปลอมตัวมา”

“โลกกำลังจะแตกหรือเปล่า”

“หรือว่านายป่วยหนัก”

โออิคาวะหัวเราะร่า ฝ่ายคนโดนทำเหมือนเป็นสิ่งแปลกปลอมทำหน้าบูดหนัก ใบหูเริ่มขึ้นสีแดงด้วยความอับอาย “ฉันพูดตรงๆ บ้างสักหน่อยนี่มันแปลกขนาดนั้นเลยหรือไง”

แม้แต่โออิคาวะยังประสานเสียงพร้อมกับเพื่อนอีกสองคน “แปลก”

มัตสึคาวะเท้าคาง “กว่าฉันจะลากนายไปเจอโออิคาวะได้ ต้องชักแม่น้ำทั้งห้าขนาดไหน”

“ฉันยังจำช่วงที่พวกเราโดนโออิคาวะไลน์ถล่มตั้งแต่เช้ายันเย็นเพราะนายไม่ยอมคุยด้วยอยู่เลย” ฮานามากิเสริม “นายเติบโตขึ้นมากจริงๆ อิวะอิสึมิ”

อัลฟ่าหนุ่มส่งเสียงขู่ แต่ไม่เกิดผล ไม่มีใครในวงสนทนาหวาดกลัวแต่อย่างใด พวกเขาต่อบทสนทนาสัพเพเหระไปเรื่องเปื่อย อาหารเริ่มถูกวางลงบนโต๊ะ

“ฉันหิวจะแย่แล้ว” ฮานามากิบ่นขรม “กินกันก่อนเถอะ”

มัตสึคาวะพยักหน้าหงึก หยิบเอาช้อนขึ้นมาเตรียมพร้อม กลิ่นอาหารลอยมาแตะจมูกช่างยั่วยวน ให้เขากินก่อนสักคำก็ยังดี

“เดี๋ยวก่อน มักกี้ มัตซึน”

พวกเขาหยุดมือ เหลือบมองฝั่งตรงข้าม เห็นโออิคาวะกับอิวะอิสึมิมองตากันครู่หนึ่ง ก่อนที่ฝ่ายโอเมก้าตัวโย่งจะเป็นคนส่งยิ้มตาปิดกลับมาให้

“พวกฉันมีอะไรจะบอกพวกนายล่ะ”

อิวะอิสึมิกระแอมไอหนึ่งที “…อันที่จริงก็ควรจะบอกนานแล้ว แต่ฉันกับโทรุคิดว่า… บอกพวกนายต่อหน้าจะดีกว่า”

โทรุ

“เดี๋ยวนี้มีเรียกชื่อจริง รักกันจริงนะ” เบต้าหนุ่มผมสีอ่อนอดแซวไม่ได้

โออิคาวะไม่ต่อล้อต่อเถียงต่อคำแซวนั้น ราวกับเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยไม่สลักสำคัญอะไร เขายังคงยิ้ม ก่อนจะค่อยๆ ชูมือซ้ายของตัวเองขึ้นมาให้เพื่อนดู เช่นเดียวกับอิวะอิสึมิที่ยกมือของตัวเองขึ้นมาในระดับสายตาเช่นกัน

มัตสึคาวะกะพริบตา ฮานามากิลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ

ที่นิ้วนางข้างซ้ายของทั้งคู่มีแหวนกลมเกลี้ยงสีทองประดับอยู่

“พวกฉันแต่งงานกันแล้ว”

เกิดความเงียบขึ้นเป็นเวลาหนึ่งนาทีถ้วน

ห๊า!!!” ฮานามากิตะโกนลั่นร้าน

“พวกนาย” มัตสึคาวะดูจะตั้งตัวได้ดีกว่าคนรักเล็กน้อย เขาแค่ชี้สลับไปมาระหว่างโออิคาวะกับอิวะอิสึมิ “แต่งงานกันแล้ว”

ฝ่ายอัลฟ่าพยักหน้ารับ “สองเดือนก่อน” เขาอธิบายเสริม ลดมือซ้ายของตนเองลง ส่วนอีกมือเลื่อนไปจับมือซ้ายของโออิคาวะไว้ “แต่ก็แค่ทำให้ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้นเอง ไม่ได้จัดงานยิ่งใหญ่อะไร มีแค่คนในครอบครัว”

“อิวะจังใจร้อน รอให้ฉันเรียนจบไม่ได้น่ะ”

โทรุ

“ฉันไม่อยากจะเชื่อ” ฮานามากิจ้องมองแหวนบนมือของโออิคาวะไม่วางตา “พวกนายแต่งงานกันโดยไม่ชวนฉันกับอิซเซไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว”

“แต่อย่างน้อยฉันก็บอกพวกนายเป็นคู่แรกนะ” โออิคาวะยิ้มกริ่ม

มัตสึคาวะพูดขึ้นหลังจากเงียบไปเป็นเวลานาน “พวกนายหนีตามกันไปจริงๆ ด้วย”

“บอกว่าไม่ได้หนีไง” อิวะอิสึมิยังคงยืนยัน

โออิคาวะพยักหน้ารับ “เพราะพ่อแม่พวกเรารู้เห็นเป็นใจทุกประการ”

ฮานามากิกับมัตสึคาวะมองหน้ากัน ยังรู้สึกไม่เชื่อหูตัวเองอยู่สักหน่อย เขาคิดว่าโออิคาวะน่าจะเป็นคนที่อยากจัดงานแต่งงานยิ่งใหญ่เอิกเกริก พอมารู้ว่าทั้งคู่แต่งกันเงียบๆ โดยไม่บอกใคร เขาเลยรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายแค่อำกันเล่นก็ไม่ปาน

แต่งงาน คำนี้ฟังดูยิ่งใหญ่เหลือเกิน ถึงแม้มัตสึคาวะกับฮานามากิจะย้ายมาอยู่บ้านเดียวกันหลายเดือนแล้ว แต่พวกเขาก็ยังไปไม่ถึงขั้นนั้น และยังไม่มีวี่แววจะแต่งงานในเร็ววันนี้ด้วย แล้วดูเจ้าสองคนที่ตามหลังเขามาสิ หายต้วไปสามปี รู้อีกทีก็ผูกสัมพันธ์เป็นทางการกันเสียแล้ว

แต่ยังไงก็เถอะ

“ยินดีด้วย” ฮานามากิทำหน้าขึงขัง “จากใจเลย”

“มีหลานให้อุ้มเมื่อไหร่ก็บอกด้วยล่ะ อย่าโผล่มาเซอร์ไพรส์แบบนี้อีก” มัตสึคาวะว่ายิ้มๆ “เดี๋ยวหาของรับขวัญหลานไม่ทัน”

พอทักเรื่องหลาน ใบหน้าของอิวะอิสึมิก็ขึ้นสีแดงจัดขึ้นมา แดงจนคนถามต้องเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ วันนี้โจมตีไปตั้งหลายทีไม่เห็นจะสะทกสะท้าน พอพูดเรื่องลูกหลานขึ้นมาดันประหม่าเสียอย่างนั้น อย่าบอกนะว่า

“หรือว่า” มัตสึคาวะอุทาน สายตาตกลงไปที่กึ่งกลางตัวของโออิคาวะโดยอัตโนมัติ

“จะบ้าเรอะ” อิวะอิสึมิโวย

ฝ่ายโอเมก้าหัวเราะร่า ราวกับเรื่องที่กำลังตกเป็นประเด็นหลักอยู่นั้นไม่ใช่เรื่องของตัวเองแต่อย่างใด “ฉันยังเรียนไม่จบนา มัตซึน ขอเวลาเรียนให้จบก่อนน่า”

“โทรุ นายก็อย่าบ้าจี้ตามไปด้วย”

“อะไรกัน ฮาจิเมะไม่อยากมีเหรอ”

พอโดนถามแบบนั้นเข้า อิวะอิสึมิก็เงียบไป หน้าที่แดงอยู่แล้วแดงขึ้นอีกอย่างน่าขัน เรียกเสียงหัวเราะจากคนร่วมโต๊ะที่เหลืออีกสามคนด้วยความเอ็นดู

อากาศข้างนอกหนาวจัด แต่ภายในร้านนั้นกลับอบอุ่นยิ่งนัก ถึงแม้จะไม่ได้เจอกันมานาน แต่พอได้กลับมาพบหน้ากันอีกครั้ง แม้หลายอย่างจะเปลี่ยนไป ชีวิตแต่ละคนจะเดินกันไปคนละทาง แต่พวกเขาก็ยังคงเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมอยู่ดีนั่นเอง

…เพิ่มเติมแค่คนบางคนขยับระดับความสัมพันธ์เพิ่มขึ้นก็เท่านั้น

ฮานามากิมองเพื่อนของตน เขาห้ามรอยยิ้มของตัวเองไว้ไม่ได้เมื่อเห็นว่าทั้งคู่ต่างก็มีความสุขมากขนาดไหน

คริสต์มาสปีนี้ช่างเต็มไปด้วยเรื่องน่าประหลาดใจที่น่ายินดีจริงๆ

.

.

NEXT


 

A/N:

และแล้วก็ดำเนินมาถึงตอนสุดท้าาา–…
อะแฮ่ม เป็นตอนสุดท้ายของภาคมอปลาย-มหาวิทยาลัยค่ะ
อนึ่ง ดำเนินมาจนถึงครึ่งเรื่องในที่สุดแล้วนั่นเอง…

อาจจะกระโดดไปมาสักหน่อย แต่อย่างที่บอกแต่แรก เรื่องนี้เดิมเราเขียนเพื่อเป็น challenge ของเดือนพ.ย.ค่ะ และเนื่องจากดำเนินตาม keyword ของแต่ละวันเป็นส่วนใหญ่ เนื้อเรื่องก็โดดเด้งเล็กน้อยตามลำดับ

ในส่วนของครึ่งหลังนั้นจะเบาๆ สักหน่อย (?) …จริงๆ นะคะ

อาทิตย์หน้าอาจเว้นไปก่อนสักหนึ่งสัปดาห์นะคะ
ขอบคุณที่ผ่านมาอ่านจนถึงตอนนี้ค่า (> _ <)/

Advertisements

3 thoughts on “[HQ!!] Where My Love Goes: (11) surprise for christmas

  1. อิวะจังก็ยังเป็นอิวะจังที่น่าแกล้งอยู่ดีค่ะ ฮาาาา
    แต่ตอนที่บอกว่า ‘ฉันหึง’ นี่แบบ ห๊ะ ตามพวกมัตซึนเลยค่ะ 5555 อิวะจังนี่นะ เวลาพูดอ้อมคนก็ไม่เข้าใจเวลาพูดตรงๆคนก็คิดว่าแปลก กร๊ากกก
    แหมมม แต่แต่งงานกันเเล้วเหรอ ปกติถึงไม่แต่งก็เหมือนแต่งอยู่ดี ฮะๆ แต่งได้น่ารักน่าหยิกมากเลยค่าาาาา ไม่ชินกับอิวะจังโหมดอ่อนโยนกับโออิเท่าไร 5555555

    • อิวะจังโหมดฮันนีมูนพีเรียดค่ะ หมดโปรก็ทำตัวเหมือนเดิม 55555

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s