[HQ!!] Where My Love Goes: (10) sing me a lullaby

Where My Love Goes
iwaoi. hq!! abo au. pg-13. romance, mild angst.
written for novelber ’16 challenge. part of ‘instinct: omegaverse au’ series.

content warning:
– ฟิคเรื่องนี้มี alpha/beta/omega dynamics
– และมีการกล่าวถึง mpreg (male pregnancy)
– ถึงจะไม่มีฉาก explicit แต่ถ้าไม่นิยม abo แนะนำให้หลีกเลี่ยงค่ะ

.

.

10.
sing me a lullaby

.

.

โออิคาวะ โทรุเกลียดช่วงฮีท

สำหรับโอเมก้าชายผู้ไม่คาดคิดจะมีครอบครัวอย่างเขา ฮีทคือสิ่งที่น่ารำคาญใจที่สุดสำหรับการเป็นโอเมก้า โดยปกติโอเมก้าแต่ละคนจะมีช่วงรอบฮีทแตกต่างกัน เฉลี่ยห่างประมาณสามถึงสี่เดือน แต่โออิคาวะกลับมีรอบฮีทไม่สม่ำเสมอเหมือนอย่างชาวบ้านเขา นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป นั่นทำให้เขายิ่งเกลียดฮีทของตนเอง

ข้อดีอย่างเดียวที่เขาพอจะนึกออกคือเขาสามารถลาป่วยได้โดยไม่มีใครคัดค้านใดๆ สังคมไม่ต้องการโอเมก้าช่วงฮีทเดินว่อนกลางถนน ดังนั้นเขาจึงมีข้ออ้างในการขังตัวอยู่ในห้องอยู่เรื่อยไป

โชคยังดีที่ส่วนมาก เขามักมีอาการเตือนนำมาก่อน เช่นอ่อนเพลีย วิงเวียน ไข้สูง ฟุ้งซ่าน ตามประสาโอเมก้าฮอร์โมนแปรปรวนช่วงก่อนฮีท ดังนั้นถึงแม้ฮีทของเขาจะมาไม่สม่ำเสมอ ก็ยังรู้ตัวก่อนทุกครั้ง

ยกเว้นแต่ครั้งนี้

เขามัวแต่หมกมุ่นกับเรื่องอื่นจนลืมเรื่องฮีทไปเสียสนิท

แล้วทำไมจะต้องมาเอาตอนนี้ด้วย

ช่วงที่สติแจ่มชัด ไม่โดนม่านหมอกของราคะบดบัง โออิคาวะได้แต่โอดโอยอยู่กับตนเอง ห้องของเขามืดทะมึน ม่านรูดปิด รอบตัวเต็มไปด้วยกองผ้า ส่วนเขาซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ทั้งที่เหงื่อไหลไคลย้อยจนรำคาญ

ในมือมีกล่องถุงยาง ใกล้ๆ กันมีเจล ไกลออกไปมีอุปกรณ์สองสามอย่างวางไว้ สภาพสะอาดสะอ้าน ไม่ผ่านการใช้งานแม้แต่น้อย

โออิคาวะจ้องมองมัน ถอนหายใจ ปัดตกลงพื้นไป นอนคว่ำหน้า ท้องร้องเสียงดัง เขาคว้ามือถือ มองเวลา บ่ายสอง

หิว

เปิดโปรแกรมสนทนาออนไลน์ เลื่อนหาชื่อของฮานามากิ ทาคาฮิโระ เสียเวลาอีกพักใหญ่ในการเลือกสติกเกอร์ ยังไม่ทันได้กดส่ง เสียงข้อความเข้าก็ดังขึ้นเสียก่อน

เขาออกจากห้องสนทนา เห็นชื่อผู้ส่งข้อความใหม่ล่าสุดเข้ามาแล้วรู้สึกอุ่นอกอุ่นใจอย่างอธิบายไม่ถูก

อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ

‘ตื่นหรือยัง’

‘อรุณสวัสสดิ์’ เขาแนบสติกเกอร์พระอาทิตย์ยิ้มแฉ่งส่งท้าย

‘อรุณสวัสดิ์บ้าอะไร นี่มันเที่ยง’

‘เที่ยงสวัสดิ์ก็ได้’

‘กวนประสาท’

เขายิ้ม คิดถึงบทสนทนาต่อล้อต่อเถียงนี้สุดใจ

‘หิวไหม’

โออิคาวะเม้มปาก ครุ่นคิด ‘อืมมม… ทำไม คุณแม่อิวะจังจะทำข้าวกลางวันให้ฉันเหรอ’

ข้อความถูกอ่านเรียบร้อย แต่ไม่มีคำตอบกลับมา โออิคาวะจ้องมอง เฝ้ารออยู่ราวห้านาที ไร้ซึ่งข้อความตอบกลับใดๆ เขากำลังจะกดส่งข้อความใหม่ เสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้นเสียก่อน

เขาลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ค่อยๆ เดินลากขาไปเปิดประตู ฮานามากิยืนอยู่ตรงนั้น ข้างๆ กันเป็นอิวะอิสึมิ ทั้งสองคนถือถาดอาหารและขวดน้ำดื่มไว้รอเขา

อา ใช่แล้ว เขารำพึงกับตนเอง อิวะอิสึมิอยู่ที่นี่กับเขาแล้วจริงๆ

“โอ้โห กัปตัน” ฮานามากิอุทาน กวาดตามองรอบห้อง หยุดลงที่ข้าวของซึ่งโดนปัดตกลงไปกองบนพื้นนานเป็นพิเศษ “ฉันรู้ว่านายเป็นคนพลังเยอะ แต่นายจำเป็นต้องรุนแรงแม้กระทั่งกับของเล่นเลยเหรอ”

อิวะอิสึมิกลอกตา โออิคาวะหัวเราะ “นานๆ ฮีทที พลังก็เหลือเยอะงี้”

“ข้าว” อัลฟ่าเพียงหนึ่งเดียวตัดบทสนทนา สองข้างแก้มขึ้นสีสดอย่างน่าชม ดูท่าจะอับอายกับบทสนทนาสองแง่สามง่ามไม่ใช่น้อย “นายกลับไปนั่ง ฉันจะเอาข้าวกับน้ำไปวางให้”

“อิวะจังจะป้อนฉันเหรอ”

“ถ้าแกยังพูดไม่หยุดแทนที่จะเดินกลับไปนั่งดีๆ ฉันจะป้อนทีเดียวให้ถึงหน้า”

โออิคาวะบ่นงึมงำหงุงหงิง ใช้ไม้ค้ำพาตัวเองเดินกลับไปที่เตียง อิวะอิสึมิเดินตามหลังไม่ให้ห่าง สายตามองทุกย่างก้าวอย่างระมัดระวัง ราวกับว่าเส้นทางเดินตรงหน้าเป็นทางลาดชัดทั้งที่ความจริงเป็นเพียงพื้นราบเรียบ ฮานามากิมองภาพตรงหน้าแล้วแอบขำ ห่วงอย่างกับโออิคาวะเป็นเด็กแรกเกิดไปได้

เบต้าหนุ่มอยู่กับโออิคาวะในเมืองกรุงมานานมากพอที่จะรู้ว่าอาการช่วงฮีทของโออิคาวะเป็นอย่างไร นอกจากเรื่องที่รอบฮีทไม่เหมือนคนอื่นแล้ว ระยะเวลาและอาการในช่วงฮีทของโออิคาวะไม่ได้แตกต่างจากโอเมก้าทั่วไปสักเท่าไรนัก แต่ละรอบมาประมาณสี่ถึงเจ็ดวัน ช่วงวันแรก เขาจะมีอาการมาเป็นหนึ่งถึงสามชั่วโมง สลับกับหายเป็นปกติอีกชั่วโมง และอาการมักเป็นมากสุดในช่วงวันที่สี่ เป็นวันที่โออิคาวะทำตัวสมเป็นโอเมก้ามากที่สุด แต่ก็เป็นวันที่อันตรายที่สุดจนฮานามากิต้องมาคอยเฝ้าอย่างใกล้ชิดมากที่สุดเช่นกัน

โดยปกติ เขากับอุชิจิมะมักจะผลัดกันดูแลโออิคาวะในช่วงฮีท ถึงแม้ว่าอุชิจิมะจะเป็นอัลฟ่า แต่ด้วยความบื้อและไม่สนใจทางโลกเหมือนอย่างอัลฟ่าทั่วไปเขา ฮานามากิจึงวางใจให้โออิคาวะอยู่ใกล้อุชิจิมะ ถึงกระนั้นเมื่อถึงวันที่สี่ วันที่ฮอร์โมนโอเมก้าพุ่งสูงสุด อุชิจิมะก็มักจะแยกตัวอยู่ในห้อง เลี่ยงการพบปะโออิคาวะไม่ว่าจะด้วยทางใดก็ตามอยู่ร่ำไป

ขนาดอุชิจิมะยังเป็นขนาดนั้น แล้วอิวะอิสึมิล่ะ…

เพียงแค่พบหน้ากันสามวินาที สองคนนี้ก็กระโจนใส่กันแล้ว เพราะอย่างนั้นถึงฮานามากิจะไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอ แต่เขาก็จำเป็นต้องอยู่สังเกตการณ์ก่อนอยู่ดี

“อ้าว” ฮานามากิอุทาน จ้องสิ่งที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น ขณะที่อิวะอิสึมิกับโออิคาวะกำลังถกเถียงกันด้วยเรื่องไร้สาระตามประสา “นายไม่ได้ใช้พวกมันเลยนี่นา สะอาดมาก”

อิวะอิสึมิหยุดชะงัก วางถาดข้าวลง ทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยิน แต่เขาสังเกตเห็นว่าใบหูของอีกฝ่ายขึ้นสีแดงจัด ขณะที่ถ้าขาของโออิคาวะยังปกติอยู่ เขาคงพุ่งไปเก็บอุปกรณ์ช่วยตัวเองที่ฮานามากิหยิบขึ้นมาถือในมือแล้ว “มักกี้!”

ฮานามากิยักคิ้ว มองเสื้อสีดำที่ปะปนอยู่ในกองผ้าอย่างรู้ทัน “สงสัยของที่ฉันเอามาให้จะใช้ดีกว่าไอ้พวกนี้นะ”

“มักกี้!!” เสียงโวยวายดังรอบสอง พร้อมกับไม้ค้ำที่โดนใช้เป็นอาวุธแทน ประหนึ่งว่าโออิคาวะลืมไปแล้วว่าตนเองยังจำเป็นต้องใช้ไม้ค้ำในการพยุงร่างกายอยู่

“เฮ้ย โออิคาวะ เดี๋ยวก็ล้มหรอก” ถึงปากจะบ่น แต่อิวะอิสึมิก็รีบพุ่งเข้ามารับเพื่อนที่เซถอยหลังเพราะเสียหลักค้ำยันไปในทันที

ฮานามากิ ทาคาฮิโระมองเพื่อนสองคนแล้วกลอกตาเป็นรอบที่สองของวัน

หรือจริงๆ เขาควรจะออกไปจากที่นี่แล้วปล่อยให้สองคนนี้จีบกันไปตามเรื่องตามราวดี เฮ้อ!

.

.

แต่ถึงจะบ่นอย่างนั้น ฮานามากิก็ยังคงอยู่ที่หอพักของโออิคาวะอยู่ดี

พวกเขาคุยเรื่องสัพเพเหระกันในช่วงเวลาที่โออิคาวะมีสติครบถ้วน และแยกย้ายกันไปเมื่อโอเมก้าหนุ่มเริ่มบ่นเวียนหัวหรือปล่อยกลิ่นหอมเฉพาะตัวออกมา ช่วงแรก ฮานามากิต้องใช้แรงในการแยกตัวอิวะอิสึมิออกห่างจากโออิคาวะ ครั้นผ่านไปหนึ่งวัน นายอัลฟ่าก็ดูจะเริ่มคุมตัวเองได้ดีขึ้น เขาแค่พาโออิคาวะกลับเข้าห้อง รีบเดินออกมา ซุกตัวอยู่บนโซฟาหน้าจอโทรทัศน์ กอดเข่าแล้วเงียบไม่พูดอะไรกับฮานามากิอยู่ครึ่งชั่วโมง

เขาเดาว่าอิวะอิสึมิคงต้องใช้ความอดทนใช่น้อยในการยั้งตัวเอง จึงไม่ได้พูดอะไรเรื่องนี้ เมื่ออิวะอิสึมิเริ่มชวนเขาพูดคุย ฮานามากิก็คุยเรื่องลมฟ้าอากาศไปตามประสา

พวกเขาตกลงกันว่าจะไม่ล๊อคประตูห้องของโออิคาวะ เผื่อมีเหตุการณ์อะไรฉุกเฉินจะได้เปิดเข้าไปทัน เหตุเพราะเข่าขวาที่ยังไม่หายดีของอดีตกัปตันเซย์โจ ทำให้กว่าเขาจะลุกมาเปิดประตูแต่ละทีใช้เวลาเกือบสิบนาที มีครั้งหนึ่งพวกเขาเคาะประตูอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง นึกตกอกตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับโออิคาวะหรือเปล่า แต่แท้จริงแล้วนายคนขี้เซาก็แค่เพลียหลับจนลืมเวลาอาหารกลางวันเท่านั้น

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการดูแลโอเมก้าช่วงฮีทคือคอยป้อนข้าวป้อนน้ำ โอเมก้าบางคนตกอยู่ในช่วงฮีทจนลืมว่าตัวเองต้องกินต้องดื่ม ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการสุขภาพเอาเสียเลย ดังนั้นในฐานะเพื่อนที่ดีเลิศประเสริฐศรี ฮานามากิจึงรับหน้าที่ดูแลตรงนั้นตั้งแต่ย้ายมาอยู่เมืองหลวงด้วยกันจนชิน แต่ตอนนี้เขาคงต้องคอยฝึกอิวะอิสึมิเอาไว้

สถานการณ์สามวันแรกผ่านไปด้วยดี อิวะอิสึมิควบคุมตัวเองเก่งขึ้น โออิคาวะเองก็ไม่ได้คอยมองอิวะอิสึมิด้วยสายตาอาลัยอยากลากเข้าห้องนอนร่วมกันเต็มแก่แล้ว ถึงกระนั้นเพื่อนทั้งสองคนของพวกเขาก็ยังไม่ได้พูดคุยเรื่องที่หายไปจากชีวิตของกันและกันเป็นเรื่องเป็นราวเสียที

หลังช่วงฮีท ฮานามากิบอกตัวเอง รอหลังช่วงฮีทก็คงได้คุยกัน

เพราะถึงคุยตอนนี้ก็คงไม่ได้ข้อสรุปเป็นเรื่องเป็นราวอะไร

โดยเฉพาะเมื่อเข้าวันที่สี่

.

.

เช้าวันที่สี่ ฮานามากิตื่นขึ้นมาเพราะกลิ่นมิ้นท์ที่อบอวลอยู่ทั่วทุกอณู

เขาโอดครวญ รู้ได้ในทันทีว่าเข้าสู่วันที่ระดับฮอร์โมนโอเมก้าพุ่งสูงสุดแล้ว ถึงฮานามากิจะเป็นแค่เบต้า แถมยังรับมือโออิคาวะมาเป็นระยะเวลานานจนชักชาชิน แต่ทุกครั้งที่กลิ่นนี้ลอยแตะจมูก เขาเองยังรู้สึกปั่นป่วนทุกครั้ง

ขนาดฮานามากิยังรู้สึก แล้วอิวะอิสึมิที่เป็นอัลฟ่า แถมยังไวต่อสัมผัสของโอเมก้าที่ชื่อโออิคาวะเป็นพิเศษจะขนาดไหน

เขาเตะผ้าห่มออกจากตัว ลุกจากฟูกที่ปูไว้นอนกับอิวะอิสึมิในห้องนั่งเล่น มองซ้ายขวา ไม่เห็นใคร

ฮานามากิผุดลุกขึ้นนั่งในทันที

อย่าบอกนะว่าหมอนั่นเปิดประตูเข้าห้องโออิคาวะไปแล้ว!

“อิวะ…”

เสียงทั้งหมดกลืนหายไปในลำคอ เมื่อภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือภาพของอิวะอิสึมิที่นั่งขัดสมาธิกอดอกเฝ้าอยู่หน้าห้องโออิคาวะ หลับสัปหงกอยู่ตรงนั้นแต่ก็ดูตั้งมั่นว่าจะไม่ยอมย้ายที่ไปตรงไหน

ฮานามากิมองภาพนั้นอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมา กดถ่ายหนึ่งแชะ แล้วส่งให้มัตสึคาวะผู้ยังอยู่ที่บ้านเกิดโดยไว

‘หวงของมาก’ เป็นข้อความที่เขาส่งแนบไป

หนึ่งนาทีให้หลัง ข้อความจากมัตสึคาวะเด้งตอบกลับ ‘แต่งๆ กันให้จบไปเลยดีไหม’

เขาขำ

‘ก็ว่างั้น’

.

.

โออิคาวะตื่นขึ้นอีกทีในช่วงเย็นวันที่ห้า

สติสัมปชัญญะของเขาเพิ่งแจ่มชัดในเวลานั้นเอง เหตุการณ์อื่นๆ ในช่วงวันที่สี่ดูเหมือนเป็นภาพเบลอสำหรับเขา จำได้ลางๆ ว่าโดนฮานามากิจับกินข้าวในช่วงสาย บ่าย และเย็น แถมด้วยมีอิวะอิสึมิยืนมองจากตรงประตู บางช่วงเขารู้สึกว่ามีฝ่ามืออุ่นจับผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ แต่เป็นฝีมือใคร เขาสุดจะคาดเดา

โออิคาวะคว้าไม้ค้ำยัน เขารู้สึกเหนียวตัว แต่เหนือกว่านั้น ตอนนี้ท้องของเขากำลังร้องโครกครากไม่เกรงใจใคร ฉะนั้นภารกิจแรกจึงเป็นการเติมอาหารลงกระเพาะเสียก่อน

ชายหนุ่มเปิดประตู สิ่งแรกที่เขาเห็นคือผมสีน้ำตาลอ่อนค่อนไปทางชมพูของฮานามากิ ทาคาฮิโระ อยู่ใกล้ระดับที่ก้าวต่อไปอีกครึ่งก้าวก็คงชนเข้าเต็มๆ

เขากะพริบตาปริบ ศีรษะของฮานามากิบดบังทัศนียภาพเสียมิด แต่เขารู้สึกได้ถึงบรรยากาศมาคุที่แผ่กระจายรอบห้อง

เกิดอะไรขึ้น

“มักกี้”

เจ้าของชื่อหันขวับ มองเขาด้วยสีหน้าตกใจราวกับเห็นผีอยู่ครู่เดียวก็เปลี่ยนเป็นถอนหายใจโล่งอก เริ่มต้นบ่น “โออิคาวะ นายตื่นเสียที ช่วยไปสงบสติอิวะอิสึมิทีเถอะ”

“อิวะจัง?” เขาเลิกคิ้ว นานทีปีหนถึงจะมีคำขอแบบนี้หลุดออกมาให้เขาได้ยิน เพราะโดยทั่วไปแล้วมักเป็นอิวะอิสึมิที่ต้องมาคอยห้ามปรามเขาเสียมากกว่า

ฮานามากิพยักเพยิดไปข้างหน้า โออิคาวะมองตาม สายตาหยุดลงที่อิวะอิสึมิซึ่งยืนกอดอกทำหน้าถมึงทึงอยู่ตรงประตูห้องพัก ประจันกับอุชิจิมะ วากะโทชิ เพื่อนร่วมห้องหน้าตายที่จ้องกลับอย่างไม่ยอมแพ้

ไม่สิ ไม่ใช่ไม่ยอมแพั โออิคาวะเริ่มรู้จักหมอนี่ดีเกินกว่าที่จะคิดไปว่าอุชิจิมะเป็นคนเช่นนั้น อัลฟ่าหัวทึบนี่ก็แค่ตามสถานการณ์ไม่ทัน แต่งุนงงเกินกว่าจะแสดงออกทางสีหน้าเท่านั้นนั่นแหละ

ซื่อจนบื้อไม่มีใครเกิน

“อิวะอิสึมิ” เขาได้ยินเสียงอุชิจิมะเปิดบทสนทนา

“อุชิจิมะ”

“ไม่ได้พบกันเสียนาน” อุชิจิมะพูดเสียงราบเรียบ ราวกับไม่ได้รู้สึกรู้สาต่อท่าทีกระด้างกระเดื่องเกินปกติของคนตรงหน้าแต่อย่างใด

อิวะอิสึมิไม่ตอบ เขายังคงยืนที่เดิม

อัลฟ่าร่างสูงเลิกคิ้ว มองหน้าอิวะอิสึมิ สลับไปฮานามากิ เลยไปจนถึงโออิคาวะ แล้วเขาก็ขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้ง

“โออิคาวะ นายไม่ควรจะออกมาเดินเพ่นพ่านในช่วงฮีท”

ถึงบรรยากาศรอบตัวจะเบาบางลงมาก แต่อัลฟ่าก็ยังไวต่อตัวตนของโอเมก้าดี เรื่องแค่นี้มีสอนในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่อัลฟ่าบางคนก็ดูจะไวไปเสียหมดทุกเรื่อง

ในที่นี้คืออัลฟ่าที่ชื่ออิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ

“นายก็ไม่ควรจะมาอยู่ใกล้โออิคาวะช่วงนี้เหมือนกัน อุชิจิมะ” อิวะอิสึมิว่าเสียงต่ำ

“ทำไม” อุชิจิมะถามกลับ “โออิคาวะเข้าช่วงฮีทก็เป็นเรื่องปกติของโอเมก้า และฉันก็อยู่ที่นี่อยู่แล้ว”

“แต่นายเป็นอัลฟ่า”

ยิ่งฟังอุชิจิมะยิ่งขมวดคิ้วมุ่น ท่าทางสงสัยไม่เข้าใจอย่างมาก อ้าปากจะเถียงต่อ แต่ฮานามากิเล็งเห็นแล้วว่าขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปคงวนเหตุการณ์ซ้ำไม่จบสิ้น เขารีบเดินไปดึงแขนเพื่อนตนออกจากทางเดิน เปิดที่ให้อุชิจิมะได้เข้าห้องของตน

“โทษที อุชิจิมะ นายเข้ามาเถอะ” เบต้าหนุ่มว่า “อัลฟ่าแถวนี้บางคนมันหวงโอเมก้าของตัวเองจนหน้ามืดน่ะ”

“มักกี้” แว่วเสียงอุทานของโออิคาวะ แต่เขาไม่สนใจจะแก้คำพูดตัวเอง ก็มันเรื่องจริงนี่หว่า

อุชิจิมะดูเข้าอกเข้าใจสถานการณ์มากขึ้นเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว “อย่างนี้นี่เอง ฉันแสดงความยินดีกับพวกนายด้วย” พูดหน้าตายอย่างเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ ก่อนเดินเข้าห้องตัวเองไป

ทิ้งไว้ก็แต่อิวะอิสึมิที่หน้าแดงจัด กับโออิคาวะที่หูแดงไม่แพ้กัน

“ฮานามากิ” ฝ่ายอัลฟ่าเค้นเสียงลอดไรฟัน

“เอาน่า” ฮานามากิตบไหล่อิวะอิสึมิ ยื่นหน้าไปกระซิบที่ข้างหู “หวงออกนอกหน้าขนาดนี้ ถึงยังไม่ผูกพันธะ ใครๆ ก็คิดว่าพวกนายเป็นคู่กันทั้งนั้นแหละ เหลือแค่นายหายปอดแหกแล้วไปขอหมอนั่นก็เท่านั้นเอง”

อิวะอิสึมิมองเขา ใบหน้ายังคงขึ้นสีแดงด้วยความเขินอาย แต่ก็ไม่กล่าวปฏิเสธแต่อย่างใด

.

.

ช่วงฮีทรอบนี้ของโออิคาวะจบลงที่เจ็ดวัน

เจ็ดวันที่ฮานามากิ ทาคาฮิโระ ต้องนั่งมองเพื่อนสนิทของตัวเองเขินกันไปมา วินาทีหนึ่ง โออิคาวะกับอิวะอิสึมินั่งถกเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตายตามประสา วินาทีถัดมา เขาเห็นอิวะอิสึมินั่งเล่นผมโออิคาวะที่กำลังอิงแอบดูโทรทัศน์อยู่ข้างกัน

บางครั้งฮานามากิอยากจะเก็บข้าวของออกจากหอแล้วไม่กลับมาอีกเลย

ขนาดอุชิจิมะยังเก็บของออกไปอยู่หอเพื่อนตั้งแต่เช้าของวันที่ห้า ถึงนายอัลฟ่าหน้าเข้มจะให้เหตุผลว่าเป็นเพราะมีนัดอยู่แล้วก็เถอะ แล้วฮานามากิเป็นใครถึงได้กล้าอยู่ที่นี่เป็นก้างขวางคออยู่นั่น

นายเป็นเพื่อนเจ้าพวกนั้นไง เขาคิด นายถึงต้องอยู่คอยดึงพวกมันออกจากกันจนจบช่วงฮีท

และในที่สุดหน้าที่ของเขาก็จบลงเสียที

ต่อไปเป็นหน้าที่ของอิวะอิสึมิกับโออิคาวะแล้ว

เข้าวันที่แปด วันแรกหลังหมดช่วงฮีท เขามองกระเป๋าเสื้อผ้าของตนเอง ไล่เลยไปยังนายอดีตกัปตันและเอซแห่งเซย์โจที่นั่งอยู่ตรงโซฟา เขาพ่นลมหายใจทางจมูก เดินไปตบไหล่เพื่อนสองคนเต็มแรง

“มักกี้” โออิคาวะอุทาน ยกมือนวดไหล่ตัวเองตรงที่โดนตีเมื่อครู่ สายตาสะดุดลงตรงสัมภาระในมืออีกฝ่าย “จะไปแล้วเหรอ รีบไปไหนน่ะ”

“ฉันก็มีธุระของฉันสิ ปิดเทอมนี่แทบไม่ได้เจออิซเซเลย มัวแต่อยู่กับพวกนาย” ฮานามากิบ่นไปอย่างนั้นเอง อันที่จริงเขาไม่เดือดร้อนเรื่องนี้สักเท่าไร แต่ถ้าทำให้พวกมันตระหนักถึงความลำบากยากเย็นของเขาได้ก็ดี

“แต่ปกติมัตซึนก็มาหานายแทบทุกสองอาทิตย์อยู่แล้วนี่”

รู้ทันอีก

“ยังไงก็เหอะ” ฮานามากิกระชับสายสะพายเป้ “ฉันไปล่ะ ว่าจะกลับบ้านด้วย ไม่กลับไปเลยเดี๋ยวโดนตัดออกจากกองมรดกกันพอดี”

“ยังไงนายก็มีมัตซึนเลี้ยงแล้วน่–”

“เงียบน่า ไอ้บ้า นายจะกักตัวฮานามากิไว้ที่นี่ตลอดได้ไง” อิวะอิสึมิแทรกแล้วผลักศีรษะคนข้างตัวเบาๆ หนึ่งที โออิคาวะโอดครวญเสียงหลง “ตามสบายเถอะ ฮานามากิ ฉันรบกวนนายมากแล้ว ขอบใจมาก”

“ไม่ต้องขอบใจหรอก เพื่อความสุขของเพื่อน ฉันทำได้น่า” ฮานามากิยักไหล่ หัวเราะ “ฉันไปแล้วพวกนายก็คุยกันให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียที ไม่ใช่ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของแต่ไม่คุยอะไรกันสักอย่าง เดี๋ยวก็มีปัญหาอีก”

ความเงียบกลับมาเป็นคำตอบ อิวะอิสึมิกับโออิคาวะจ้องหน้ากันอยู่พักใหญ่ ก่อนโออิคาวะจะเป็นฝ่ายหลบไปดูโทรทัศน์ต่อ ส่วนอิวะอิสึมิเลือกเปลี่ยนเรื่องดื้อๆ “ฉันฝากทักทายมัตสึคาวะด้วย”

จะไปรอดไหมเนี่ย

เอาเถอะ ก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขาที่จะไปจ้ำจี้จ้ำไชเรื่องของเพื่อน ฮานามากิตัดสินใจบอกลา เดินออกจากห้องพัก ปล่อยให้ทั้งสองคนอยู่กันตามลำพัง

แต่ช่วยอย่าทำให้ความพยายามของเขากับมัตสึคาวะเสียเปล่าทีเถอะ รู้บ้างหรือเปล่าว่าเสียทั้งเงินทั้งเวลามากมายขนาดไหน เฮ้อ!

.

.

สุดท้ายก็เหลือพวกเขาแค่สองคน

โออิคาวะ โทรุนั่งกอดหมอน ตาจ้องโทรทัศน์ราวกับมันเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดบนโลกใบนี้ น่าสนใจยิ่งกว่านายอัลฟ่าข้างตัวที่นั่งตัวเกร็งกดโทรศัพท์มือถือ หลีกเลี่ยงการสบสายตากับเขาโดยสิ้นเชิงเช่นกัน พอฮานามากิกลับไป บรรยากาศชวนอึดอัดก็เข้ามาแทนที่ทันที

เยี่ยมไปเลย

จริงอยู่ว่าพวกเขาอยู่ร่วมห้องเดียวกันมาแล้วเจ็ดวัน แต่ช่วงเจ็ดวันที่ผ่านมา โออิคาวะติดอยู่ในฮีทจนลืมเรื่องอื่นๆ ไปเกือบหมด ทั้งเรื่องที่เขาโดนอิวะอิสึมิเพิกเฉยมาเป็นเวลาครึ่งปี เรื่องที่อีกฝ่ายเป็นอัลฟ่า และมาอยู่ใกล้เขาในช่วงอันตรายอย่างใกล้ชิดจนเกินเหมาะสมเป็นระยะเวลานาน หรือเรื่องที่อีกฝ่ายจูบเขาในวันแรกที่พบหน้ากัน ทั้งหมดนั้นไม่อยู่ในความคิดของเขาเลยตลอดหลายวันก่อน

ตอนนี้ ทุกความทรงจำประดังประเดเข้ามาป่วนความคิดของเขาจนยุ่งเหยิงไปหมดพร้อมกัน

เยี่ยมสุดๆ

“โออิคาวะ”

เสียงกระซิบเบาหวิวข้างหูส่งให้เจ้าของชื่อสะดุ้งสุดตัว เขายกมือขึ้นตะครุบต้นคอตัวเองโดยอัตโนมัติ ก่อนที่จะหันไปมองหน้าเจ้าของเสียงเสียอีก

อากัปกิริยาที่อิวะอิสึมิเห็นแล้วขมวดคิ้วหนัก เขากดเสียงต่ำ “ไม่ต้องทำแบบนั้น ฉันไม่พุ่งเข้าไปกัดคอนายแสดงความเป็นเจ้าของหรอกน่า”

เขาทำให้อิวะอิสึมิโมโหแล้ว อะไรจะเยี่ยมมากไปกว่านี้อีก

โออิคาวะชักไม่แน่ใจสักเท่าไรแล้วว่าฮานามากิคิดถูกที่พาอิวะอิสึมิมาหาเขา

“ฮ่าฮ่าฮ่า อะไร ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นเสียหน่อย”

“ไม่ต้องโกหก ฉันรู้” อิวะอิสึมิกอดอก จริงจัง “รู้ตัวไหมว่าตอนนี้กลิ่นนายเป็นยังไงน่ะ แค่นี้ฉันก็รู้แล้วว่านายระแวง”

โออิคาวะกลืนน้ำลาย รู้สึกหงุดหงิดใจพอกันกับอาย อายความเป็นโอเมก้าของตัวเองที่ควบคุมไม่อยู่ เขาเอาหมอนปาใส่หน้าอิวะอิสึมิระบายความอึดอัด “ใช่สิ พ่ออัลฟ่า ขอโทษทีนะที่กลิ่นฉันมันไม่น่าอภิรมย์น่ะ” บ่นจบก็ดันตัวลุกขึ้นยืน หมายเดินกลับเข้าห้องให้รู้แล้วรู้รอด

ไม่ต้องคงไม่ต้องคุยมันแล้ว

อิวะอิสึมิเห็นท่าไม่ดี นึกสบถอยู่ในใจกับความอารมณ์อ่อนไหวของเพื่อนสนิท ลืมไปเสียได้ว่าโอเมก้าช่วงหลังฮีทก็ยังมีระดับฮอร์โมนไม่คงที่อยู่ดี เขารีบพุ่งไปรวบตัวคู่สนทนากลับมา “เดี๋ยว โออิคาวะ”

“อะไร”

“ฉันไม่ได้มาเพื่อเถียงกับนาย”

“อ้อ” โออิคาวะตอบกลับเสียงเย็น “แล้วมาเพื่ออะไร นายหายไปหลายเดือน อยู่ดีๆ ก็โผล่มา มีอะไรล่ะ”

“คุยกันดีๆ ก่อน” ทุลักทุเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายเขาก็จับโออิคาวะนั่งลงที่เดิมจนได้ ไอ้โอเมก้าตัวยาวเก้งก้างเอ๊ย “ทีนี้หยุดพูดสักห้านาที แล้วฟังฉัน เข้าใจไหม”

โออิคาวะกอดอก เสตามองไปทางอื่น ทำท่าไม่พอใจเป็นเด็กอนุบาล

เขาถอนหายใจยาว เอาล่ะ ถึงหมอนี่จะไม่ยอมพูดกันง่ายๆ ดีๆ เขาก็ต้องได้พูดวันนี้

ถ้าไม่พูดวันนี้ ตอนนี้ แล้วจะไปพูดตอนไหนอีก

“ฉันมีเหตุผลที่หายไป” อิวะอิสึมิเริ่ม “เป็นเหตุผลงี่เง่า พูดไปนายก็คงด่าว่าฉันงี่เง่า ฮานามากิกับมัตสึคาวะก็ด่าฉันมาแล้ว ฉันเองยังคิดว่าตัวเองงี่เง่า… แต่ถ้าย้อนกลับไป ฉันก็คงคิดเหมือนเดิม ทำแบบเดิม”

สายตาของโออิคาวะยังคงมองเพดาน ส่วนตัวเขาก็จับจ้องอีกฝ่ายไม่วางตา

“ฉันรู้ว่านายไม่ชอบที่ตัวเองเป็นโอเมก้า นายทั้งนอนหง่าวในห้องเป็นอาทิตย์ ทั้งบ่นให้พี่สาว ให้แม่ ให้ฉันเองฟัง บ่นว่าทำไมในอนาคตนายจะต้องไปเป็นเบี้ยล่างของอัลฟ่าที่ไหนก็ไม่รู้ด้วย บ่นว่านายจะสูญเสียความฝันของนายไป เพราะไม่มีทีมระดับชาติที่ไหนให้โอเมก้าลงเป็นผู้เล่นตัวจริง” เขาร่ายยาวเหยียด “…แต่ลึกๆ ฉันกลับดีใจที่นายเป็นโอเมก้า”

“อิวะจัง” ประโยคสุดท้ายของเขาเรียกให้โออิคาวะหันมามองหน้าได้ แม้ท่าทางอีกฝ่ายจะไม่ชอบใจสักเท่าไรก็ตาม เขาช่วยโอกาสนั้นคว้ามือขวาของอีกฝ่ายมาจับไว้ ความร้อนกระจุกตัวกันอยู่ตรงปลายหู แผ่ซ่านอาบไปถึงสองข้างแก้ม

“บอกว่าอย่าเพิ่งขัดไง ฉันไม่ได้ดีใจที่ในที่สุดนายก็มีสักเรื่องที่ดูเหมือนจะด้อยกว่าฉัน ฉันว่าไอ้ระบบกดขี่โอเมก้าแบบโบราณน่ะมันงี่เง่า และคนส่วนมากก็คิดแบบฉันด้วย ฉะนั้นนายไม่ต้องไปกลัวกับเรื่องอะไรแบบนั้นมันหรอก” ปลายนิ้วโป้งลูบไปตามข้อนิ้วมือโออิคาวะเบาๆ “ถ้านายเป็นอัลฟ่า นายจะผลีผลามกว่านี้ขนาดไหน นายมันไม่ค่อยระมัดระวังมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ถ้าเป็นอัลฟ่า สาวๆ หนุ่มๆ คงติดนายยิ่งกว่านี้ และนายเองจะเลือกใครก็ได้ ฉันไม่รู้เลยว่านายจะหายไปกับใครที่ไหนตอนไหน สักวันนายอาจจะกลับมาพร้อมกับโอเมก้าสักคน แล้วก็หิ้วลูกมาด้วย”

“จะบ้าเหรอ อิวะจัง”

“ฟังฉันก่อนสิ” อิวะอิสึมิบีบมือคนพูดขัด “พอนายเป็นโอเมก้า ฉันว่านายดูแลตัวเองขึ้นนิดหน่อย ไม่เที่ยวตอบรับคำสารภาพรักใครไปทั่วอีก ฉัน… โล่งใจ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ฉันโล่งใจ ฉันคิดว่าฉันก็แค่เป็นห่วงนายเหมือนปกติ แล้ววันนึงนายก็โผล่มาหน้าประตู กอดฉัน…”

โออิคาวะคิดภาพตาม เขาครุ่นคิดอยู่นานถึงนึกออกว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นตอนไหน ครั้งสุดท้ายที่เขาเจอกับอิวะอิสึมิตอนปลายปีที่แล้วนั่นเอง

“แล้วฉันก็อยากจะทำให้นายเป็นของฉัน ตรงนั้น ตอนนั้นเลย”

“ห๊ะ” โออิคาวะคิดว่าเขาหูฝาด

แต่เมื่อดูจากใบหน้าที่แดงเป็นมะเขือเทศสุกของอิวะอิสึมิแล้ว เขาว่าเขาคงได้ยินไม่ผิด

“อิวะจัง นาย…”

“ฉันยังพูดไม่จบ” อิวะอิสึมิรีบพูดแทรก “ฉันไม่รู้หรอกว่าตัวเองเป็นอัลฟ่า ฉันแสดงออกมาช้ากว่านายอีก นายก็รู้ แต่ฉันมารู้เอาตอนวันรุ่งขึ้นนั่นแหละว่าฉันเป็นอัลฟ่า… และฉันอยากได้นายเป็นโอเมก้าของตัวเอง”

โออิคาวะนิ่งเงียบไป เขาไม่รู้จะตอบยังไงดี สับสนและงงงวย นี่เพื่อนของเขาคิดแบบนั้นมาตลอด…

“ฉันรู้ว่านายไม่อยากได้อัลฟ่า ในอนาคตนายอาจจะอยากได้ใครสักคน แต่ตอนนี้นายไม่ต้องการใคร แต่ฉันกลับอยากได้นาย บางทีฉันอาจจะอยากได้นายมาตั้งนานแล้วก็ได้ ฉันแค่งี่เง่าเกินกว่าจะรู้ตัว แต่พอรู้ตัว ฉันกลับรู้สึกว่าฉันทำผิดกับนาย… ฉันเลยตัดสินใจไม่ติดต่อกับนายอีก”

ในที่สุดอิวะอิสึมิก็หยุดพูด ฝ่ามือที่จับมือโออิคาวะไว้ชื้นเหงื่อ ใบหน้าแดงจัด “…นั่นแหละเหตุผลของฉัน”

ความเงียบโรยตัวลงครอบคลุมบรรยากาศโดยรอบเป็นระยะเวลาหนึ่ง

“แต่ถึงตอนนี้ฉันก็ยังอยากให้นายเป็นโอเมก้าของฉันอยู่” อิวะอิสึมิสบตาเขานิ่ง “ไม่เกี่ยวกับว่านายเป็นโอเมก้าหรือเปล่า อันที่จริง ถึงนายไม่ได้เป็นโอเมก้า ฉันก็คงอยากได้นายอยู่ดี… เพราะฉันชอบนาย”

โออิคาวะรู้ว่าลมหายใจของเขาสะดุด

เขาคาดคิดไว้แล้วว่าคงได้ยินคำสารภาพของอีกฝ่าย โออิคาวะ โทรุไม่ได้โง่ขนาดที่จะไม่รู้ว่าเพื่อนของตัวเองคิดอย่างไรกับตน เพียงแค่เจ็ดวันเขาก็รู้ อิวะอิสึมิอาจดูแลเขามาแต่ไหนแต่ไร ถึงกระนั้น สัมผัสที่เขาได้รับตลอดเจ็ดวันมานี้กลับอ่อนโยนและอ่อนหวานกว่าที่เขาเคยได้รับมาตลอดชีวิตอย่างเห็นได้ชัด

แต่คำพูดในความคิดกับในความเป็นจริงก็แตกต่างกันอยู่ดี

อิวะอิสึมิมองเขา ท่าทางไม่มั่นใจว่าตนเองตัดสินใจถูกหรือไม่ที่พูดออกไป “ฉันอยากจะพูดเท่านี้ล่ะ”

“อิวะจัง”

“อะไร”

โออิคาวะเอียงคอ ยิ้มเผล่ ท่าทางหงุดหงิดใจหายไปหมดสิ้น “อยากเป็นอัลฟ่าของฉันเหรอ”

“เออ ใช่สิ” อิวะอิสึมิลูบหน้า สูดลมหายใจเข้าออกลึก นี่เขาอายจะตายอยู่แล้ว มันไม่ได้ฟังเขาเลยหรือไง

“ฉันด้วย”

“หา”

โอเมก้าหนุ่มฉวยขโมยจูบแผ่วเบาจากริมฝีปากของคนตรงหน้าที่กำลังว้าวุ่นใจไปหนึ่งที

อิวะอิสึมินิ่งค้าง

“ฉันอยากให้อิวะจังเป็นอัลฟ่าของฉัน” กลายเป็นโออิคาวะเสียเองที่หน้าแดงหูแดง ถึงจะพยายามไม่แสดงออกว่ากำลังประหม่าก็ตาม “ฉันไม่อยากได้อัลฟ่า… ไม่อยากได้อัลฟ่าที่ไหนก็ได้ ต้องเป็นอิวะจังเท่านั้น”

“นาย…”

“ฉันไม่พูดรอบที่สองหรอกนะ” โออิคาวะรีบดักคอแล้วโผเข้ากอดอิวะอิสึมิ ซุกหน้าลงกับต้นคอของอีกคน “อีกอย่าง ถ้าไม่ชอบ ฉันไม่จูบนายหรอกน่า”

“ก็นึกว่านายจูบใครก็ได้เสียอีก”

“หยาบคาย! อิวะจังจะพูดแบบนี้กับแฟนนายไม่ได้นะ”

เขาได้ยินเสียงอิวะอิสึมิสูดลมหายใจเฮือก “แฟน” เขาทวน เสียงเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง “แฟน ตกลง ตามนั้น แฟนก็แฟน”

โออิคาวะหัวเราะ หอมฟอดด้วยความเอ็นดูที่แก้มอีกฝ่ายเข้าให้อีกที “ใช่สิ นายชอบฉัน ฉันชอบนาย พวกเราเป็นแฟนกัน ตกลงไหม”

อิวะอิสึมิทำได้แค่พยักหน้ารับเท่านั้นเอง

พวกเขาอยู่ท่าเดิมอีกพักใหญ่ อัลฟ่าหนุ่มผมดำลูบผมอีกฝ่ายเล่นขณะที่ทางด้านโอเมก้าผมน้ำตาลร้องเพลงหงุงหงิงไปเรื่อย ก่อนที่เสียงนั้นจะค่อยๆ เบาลง คล้ายคนใกล้หลับใหล

“โออิคาวะ”

“หืม”

“ฉันว่านายยังเพลียอยู่ ไปนอนไหม”

โอเมก้าที่เพิ่งพ้นช่วงฮีทมักจะมีอาการอ่อนเพลีย เหตุส่วนนึงก็เพราะพวกเขามักไม่ดูแลตัวเองเท่าที่ควรในช่วงฮีท อีกส่วนหนึ่งก็เพราะระดับฮอร์โมนที่ขึ้นๆ ลงๆ ยังไม่คงที่ ฉะนั้นวันแรกหลังฮีท โอเมก้าส่วนมากจึงมักจะนอนพักเก็บแรงเพิ่มเติมก่อนกลับไปเรียนหรือทำงาน

“อืม…” ส่งเสียงตอบในลำคอ ซุกหน้าลงแนบพิงไหล่ของอิวะอิสึมิอย่างสบายอารมณ์ “กล่อมฉันหน่อยสิ”

“หา”

“ร้องเพลงกล่อมฉันหน่อยซี่”

“นายเป็นเด็กสามขวบหรือไง” ปากบ่น แต่มือกอดโออิคาวะไว้ไม่ปล่อย พอลองได้กอดอีกฝ่ายเอาไว้แบบนี้แล้ว อิวะอิสึมิไม่อยากจะปล่อยให้หลุดมือไปเลยจริงๆ

“หน้าที่แรกของการเป็นอัลฟ่าของฉันไง” โออิคาวะยิ้มกว้าง “น่า นิดเดียว อิวะจังอาจจะร้องไม่เพราะเท่าฉัน แต่ก็ถือว่าใช้ได้สำหรับหน้าบูดๆ ของนายนะ”

หรือเขาควรจะปล่อยมันหลุดมือให้รู้แล้วรู้รอดไปดี

อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะถอนหายใจ เขาทำแบบนั้นไม่ลงแน่ๆ อยู่แล้ว และรู้ด้วยว่าตอนนี้ตัวเองไม่มีแก่ใจจะไปขัดอะไรโออิคาวะทั้งนั้น

ฝ่ามือกร้านลูบผมคนในอ้อมกอดไปเรื่อย ขณะที่เริ่มฮัมเพลงกล่อมเบาๆ

เขาเฝ้ามองโออิคาวะค่อยๆ ปิดตาลง

จ้องมองรอยยิ้มที่เขาแสนคิดถึง

ถึงจะทำตัวน่าหงุดหงิดสารพัดสารพัน …แต่เขาจะไม่ปล่อยให้หลุดมือไปที่ไหนอีก

เขาพร่ำบอกตัวเองเช่นนั้น ก่อนจะเริ่มเข้าสู่นิทรารมย์ตามไปเช่นกัน

.

.

NEXT


A/N:

สวัสดีค่ะ เลยกำหนดมาหลายวันหน่อย แต่ในที่สุดก็ได้ลงตอนที่สิบซะที /ปิดหน้า
อาทิตย์ที่ผ่านมาเรางานยุ่งมากกกทีเดียวค่ะ เลยเพิ่งได้มาเขียนต่อจนจบวันนี้

ในที่สุดก็มีวันที่เขียนาถึงตอนนี้เสียที ก็ใกล้จบแล้วล่ะนะคะ… จบภาคมหาลัยน่ะค่ะ
เจอกันใหม่วันพุธค่ะ :d

Advertisements

4 thoughts on “[HQ!!] Where My Love Goes: (10) sing me a lullaby

  1. ดีงาม ดีงามมากเลยคะขุ่นพี่ โฮกกกกกกก
    อิวะจังที่หวงโออิออกหน้าออกตาอย่างนั่นน่ารักจริงๆเลยคะ ทั้งห่วงทั้งหวงใช่มะ ถ้างั้นพวกนายไม่แต่งให้มันจบๆไปเลยเล่าาาาา หวานจนไม่ต้องการน้ำตาลเลยค่ะ -///-

  2. แอบตามอ่านคอยลุ้นมานาน… ในที่สุดก็ได้เคลียร์กันสักที! ลุ้นมากเลยค่ะ อะอุนน่ารักเหลือเกิน รู้สึกดีใจและยินดีกะอะอุนมาก ฮรือ ละก็ชอบความมัตสึฮานะในเรื่องมากเลยค่ะ เหมือนเป็นการตบมุกกะเรื่องได้เข้าจังหวะมาก และก็ขอบคุณที่อัพเดตเรื่อยๆเลยนะคะ (。>﹏<。)

    • มัตสึฮานะคู่แฮปปี้ค่ะ มีไว้เบรคอารมณ์คู่หลัก 5555 ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ,,._.,,

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s