[HQ!!] Where My Love Goes: (9) in the heat of depression

Where My Love Goes
iwaoi. hq!! abo au. pg-13. romance, mild angst.
written for novelber ’16 challenge. part of ‘instinct: omegaverse au’ series.

content warning:
– ฟิคเรื่องนี้มี alpha/beta/omega dynamics
– และมีการกล่าวถึง mpreg (male pregnancy)
– ถึงจะไม่มีฉาก explicit แต่ถ้าไม่นิยม abo แนะนำให้หลีกเลี่ยงค่ะ

.

.

9.
in the heat of depression

.

.

วันเวลาผ่านไปนานเท่าไร เขาไม่รู้

สำหรับโออิคาวะ โทรุ เวลาของเขาคล้ายหยุดนิ่งลงในวันที่สิบสี่กุมภาพันธ์ วันที่อากาศยังคงหนาวจับใจ ผู้คนคล้องแขนจูงมือกันเดินตามถนน และใครคนหนึ่งหันหลังเดินจากกันไป โดยไม่มีทีท่าจะหวนกลับมาหากันอีก

เพียงแค่อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะหายไปจากชีวิต เขารู้สึกเหมือนตนเองขาดอากาศหายใจ

จริงอยู่ว่าพวกเขาแยกย้ายกันมาได้หลายเดือนแล้ว และแต่เดิมก็ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันชนิดที่เรียกว่าทุกวินาที กระนั้นเขาก็ไม่เคยรู้สึกว่าอิวะอิสึมิอยู่ไกล ถึงตัวไม่อยู่ด้วย แต่พวกเขายังติดต่อกันเสมอ โออิคาวะจึงไม่ได้รู้สึกว่ามีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปสักเท่าไรนัก

กระทั่งเขาเห็นอิวะอิสึมิหันหลังใส่กันกับตาตัวเอง

อันที่จริง เขาน่าจะรู้อยู่แล้วว่ามีสัญญาณความผิดแผกมากมายส่งมาเป็นการเตือนตั้งแต่ช่วงปลายปี หลังจากเขากลับบ้านเกิดในช่วงวันหยุดหนึ่งสัปดาห์ อิวะอิสึมิไม่เคยตอบข้อความใดๆ ที่เขาส่งไปอีกเลย แต่โออิคาวะคิดว่าคงเป็นเพราะอีกฝ่ายยุ่งวุ่นวายกับชีวิตมหาวิทยาลัย จึงไม่ได้ติดใจอะไรนัก

มารดาส่งข้อความทางไลน์บอกเขาว่าอิวะอิสึมิเป็นอัลฟ่า ชวนคุยสารพัดสารเพ โออิคาวะตอบข้อความตามปกติ เก็บความสงสัยทั้งหมดทั้งมวลไว้ภายในใจ เหตุใดอิวะอิสึมิจึงไม่บอกกับเขาเอง

แต่ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรเสียหน่อยนี่ โออิคาวะบอกตัวเองเช่นนั้น เขาเป็นโอเมก้า อิวะอิสึมิเป็นอัลฟ่า นั่นไม่ได้เปลี่ยนแปลงความจริงเรื่องที่อิวะอิสึมิเป็นเพื่อนสนิทของเขาแต่อย่างใด

แต่เพื่อนของเขาก็ไม่เคยติดต่อมาอีก

แม้กระทั่งในวันที่มัตสึคาวะกับฮานามากิมาเที่ยวเมืองกรุงด้วยกันกับเขา อิวะอิสึมิก็ไม่ปรากฏตัว มิหนำซ้ำยังไม่อ่านไลน์ที่เขาส่งไปเลยด้วยซ้ำ

สถานการณ์ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ เพื่อนสนิทเมินเขาโดยสมบูรณ์แบบ ไม่ติดต่อ ไม่ตอบข้อความ ไม่รับโทรศัพท์ เขาเริ่มกังวล ถึงจะโดนบ่นว่าอยู่หลายครั้ง แต่อิวะอิสึมิไม่เคยทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนเช่นนี้ โออิคาวะรู้ดีว่าอิวะอิสึมิเป็นคนหนึ่งที่คอยเป็นห่วงเขามากยิ่งกว่าใคร และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็มักอยู่ข้างเขาเสมอ เมื่อโดนทำเหมือนไม่มีตัวตน เขาจึงนึกสงสัยไปต่างๆ นานา เริ่มครุ่นคิดว่าตนทำอะไรผิดพลาดไปโดยที่ไม่รู้ตัวหรือไม่

ใจจริงเขาอยากเดินทางกลับบ้านเกิด ถามกับเจ้าตัวให้รู้เรื่อง แต่ครั้นจะทิ้งการเรียนไปตามเพื่อนก็ดูไม่ใช่เรื่อง สุดท้ายโออิคาวะก็อยู่เรียน ทำรายงาน และซ้อมวอลเล่ย์บอลตามประสานักศึกษาต่อไป

แล้วปัญหาถัดมาก็เริ่มเข้าแทรกซ้อน

เข่าขวาที่ว่าไม่ดีตั้งแต่ก่อนเข้ามหาวิทยาลัยเริ่มออกอาการหนักข้อขึ้น เขากัดฟันทนไม่บอกใครอยู่หนึ่งอาทิตย์ จึงโดนโค้ชเรียกไปคุยถามไถ่ ต่อด้วยโดนสั่งไปโรงพยาบาลโดยมีอุชิจิมะตามประกบ สลัดอย่างไรก็ไม่หลุด

แพทย์เฉพาะทางสันนิษฐานว่าเอ็นเข่าอักเสบเพิ่มเติม ร้ายแรงกว่าคืออาจขาด แนะนำให้เขาหยุดพักระหว่างรอตรวจวินิจฉัย พร้อมกับสั่งยาแก้อักเสบติดไปอีกสองกล่องสองแผง อุชิจิมะนำข่าวนี้ไปบอกผู้จัดการทีมตามหน้าที่ ผลที่ตามมาคือเขาโดนสั่งงดฝึกซ้อมจนกว่าจะได้แนวทางการรักษาที่ชัดเจน

เขาหัวเสีย ฟึดฟัดใส่อุชิจิมะผู้เป็นเพื่อนร่วมห้องอยู่สามวันกว่าหัวจะเย็นลง และตระหนักได้ว่านายเอซซื่อบื้อก็แค่ทำไปตามหน้าที่ ไม่ได้มีเจตนาร้ายใดๆ กระนั้นก็ยังปฏิเสธที่จะรับความช่วยเหลือใดๆ จากอุชิจิมะอีก

ระหว่างโดนพักการฝึกซ้อมที่มหาวิทยาลัย โออิคาวะลอบไปเล่นและฝึกซ้อมกับเพื่อนที่มหาวิทยาลัยขอได้งฮานามากิ ถึงจะโดนอดีตเพื่อนร่วมทีมห้ามปรามอยู่เนืองๆ แต่เขาก็ยังแอบไปใช้โรงยิมพร้อมกับคนอื่นจนได้อยู่ดี

เขากินยาวันละเกือบสิบเม็ดเพื่อบรรเทอาการปวดแปลบ ฝึกซ้อมครั้งแล้วครั้งเล่า โออิคาวะคิดแต่ว่า ตัวเขาในตอนนี้ ขนาดเพื่อนสนิทยังไม่เอา เข่าไม่รักดีดันทำทีจะแย่ลงอีก  ได้แต่พุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่วอลเล่ย์บอลเท่านั้น

เหตุการณ์ดำเนินไปเช่นนี้จนกระทั่งวันหนึ่งในช่วงสองสัปดาห์ก่อนปิดเทอมฤดูร้อน ฟางเส้นสุดท้ายก็ได้ขาดผึงลง

เขาจดจำวินาทีนั้นได้ดี ดวงตาของเขาจดจ้องอยู่ที่ลูกวอลเล่ย์บอลและฝั่งตรงข้าม โยนขึ้นเหนือศีรษะ ยันปลายเท้ากระโดด ฉับพลันความเจ็บแปลบก็แล่นไปทั่วสรรพางค์กาย มีจุดเริ่มต้นมาจากเข่าขวา

วินาทีถัดมา เขาล้มลงไปกองกับพื้น กัดปากแน่น ไม่มีเสียงร้องสักแอะ แม้กระทั่งยามที่เพื่อนฝูงพากันหอบหิ้วเขาไปส่งโรงพยาบาล โออิคาวะก็ยังคงเงียบกริบ เขาเอาแต่กุมเข่าของตนเอง หัวใจเต้นระรัว เจ็บจนพูดไม่ออก

เข่าหลุด หมอบอกกับเขาเช่นนั้น ชี้ภาพความผิดปกติในแผ่นฟิล์ม พร้อมบอกแผนการรักษาที่แน่นอน

ผ่าตัด

แต่การผ่าตัดไม่สามารถช่วยให้เขากลับไปเล่นวอลเล่ย์บอลได้ แพทย์กล่าวว่าเขาควรหยุดพักเสีย ก่อนที่เข่าอีกข้างจะชำรุดไปพร้อมกัน

โออิคาวะ โทรุรับฟังข้อความเหล่านั้น พวกมันผ่านเข้าหูซ้าย ทะลุออกหูขวา เพียงแค่ได้ยินว่าจะไม่สามารถเล่นวอลเล่ย์บอลต่อไปได้อีก เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกลายเป็นสีดำมืด

ระหว่างพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล เขาพยายามติดต่ออิวะอิสึมิ ครั้งแล้ว ครั้งเล่า แต่ไม่มีคำตอบรับ

เขาขดตัวใต้ผ้าห่ม ฟังคำปลอบโยนของมารดา รับสัมผัสอบอุ่นของบิดา แต่ไม่มีอะไรจะทับถมความรู้สึกว่างโหวงในใจลงได้เต็ม

โออิคาวะต้องการอิวะอิสึมิ

แต่อิวะอิสึมิอยู่แห่งหนใด ไม่มีผู้ใดรู้

.

.

สองอาทิตย์ผ่านไป เขาได้ออกจากโรงพยาบาล

มารดาชักชวนให้เขากลับบ้าน อย่างไรเสียก็เป็นช่วงปิดเทอมพอดี แต่โออิคาวะปฏิเสธ เขาให้เหตุผลว่าการเดินทางไกลจะทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย และยืนยันว่าตนมีฮานามากิกับอุชิจิมะอยู่เป็นเพื่อนตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

ใช้ความพยายามในการยืนกรานและอธิบายให้ผู้ปกครองฟังอยู่ราวสามวัน แม่ของเขาจึงยอมเดินทางกลับบ้านเกิดโดยไม่มีโออิคาวะหิ้วติดข้างกายไปด้วย หล่อนกำชับแล้วกำชับอีกให้เขากินยา ดูแลตัวเองดีๆ และอย่าทำอะไรหุนหันพลันแล่นอีก ก่อนจะออกจากหอพัก และกลับไป

ฮานามากิกับอุชิจิมะอยู่กับเขาเกือบตลอดเวลาจริงอย่างที่ได้ให้คำสัญญากับแม่ของเขาไว้ ช่วงแรก เบต้าหนุ่มผมชมพูหอบหิ้วเสื้อผ้าจากหอพักที่อยู่ไกลออกไปหลายกิโลมาเบียดตัวอยู่ห้องเดียวกันกับเขา นอนพื้นบ้าง โซฟาบ้างโดยไม่บ่นอะไรสักคำ บางครั้งก็พาเอาเพื่อนคนอื่นมาเยี่ยมเยียนด้วย ทำให้ห้องของเขาไม่เงียบเหงาจนเกินไปนัก

ส่วนอุชิจิมะนั้น ด้วยความที่มีตำแหน่ง พี่เลี้ยงเด็กชั่วคราวของโออิคาวะ โทรุ แปะหราอยู่ตั้งแต่เข้าทีม ประกอบกับเป็นเพื่อนร่วมห้องกัน จึงคอยดูแลเขาอย่างดีในช่วงที่ฮานามากิไม่อยู่ ถึงแม้บางครั้งเขาจะบ่น หรือพูดจาหยาบคายใส่ อุชิจิมะก็ไม่เคยหายไปไหนเกินกว่าครึ่งวัน ยกเว้นแต่เวลาที่เจ้าตัวติดธุระจริงๆ

ถึงจะไม่ใช่คนที่ต้องการ แต่เพราะเพื่อนสองคนนี้ เขาจึงรู้สึกว่าวันเวลาที่ไม่สามารถกระดิกตัวไปไหนตามใจชอบได้นั้นไม่ได้เลวร้ายมากเกินไปนัก

กระทั่งสักสองสัปดาห์ผ่านไปนับจากเขากลับหอ ความรู้สึกของเขาเริ่มดำดิ่งลงไปอีกครั้ง

อาการปวดเข่าเบาลงไปมากแล้ว และกระบวนการกายภาพบำบัดก็กำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง  กระนั้นทุกครั้งที่มองไปเห็นเข่าขวาที่สภาพไม่เหมือนเดิม โออิคาวะก็รู้สึกเหมือนโดนพรากเอาทั้งชีวิตไป เขารู้แก่ใจว่าเขาจะไม่มีวันตามความฝันของตนได้อีก ไม่ใช่เพราะตนเป็นโอเมก้า ไม่ใช่เพราะสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เป็นเพราะความดื้อร้ันโง่ๆ ของเขาเอง

เขาคือคนที่ทำลายความฝันของตัวเอง

ฮานามากิเริ่มมีธุระปะปังอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ของตัวเอง เขาอยู่เป็นเพื่อนโออิคาวะน้อยลง แต่ก็ยังเดินทางกลับมาพักด้วยในยามค่ำคืนอย่างสม่ำเสมอ อุชิจิมะเองก็ต้องฝึกซ้อมกับทีม จึงมีเวลาที่โออิคาวะอยู่กับตัวเองเพิ่มมากขึ้นจนน่าใจหาย

ทุกครั้งที่เขาขดตัวอยู่บนผ้าห่มในห้องนอนอันว่างเปล่าของตัวเอง ความคิดดำมืดทั้งหลายพากันประดังประเดเข้ามาราวกับคลื่นใหญ่ที่พร้อมซัดซาดเขาหายไป

แล้วมันจะผ่านไป เขาเฝ้าบอกตนเองเช่นนั้น นายทำได้ นายผ่านมันไปได้ โออิคาวะ โทรุ

แต่สุดท้าย เขากลับยิ่งตกหลุมลึกลงเรื่อยๆ

เขาพยายามไขว่คว้าหาแสงสว่าง กลับไม่เคยได้รับสิ่งใดตอบกลับมา

โออิคาวะ โทรุจ้องหน้าโทรศัพท์มือถือของตนเอง แสงไฟสีขาวส่องสว่างในห้องที่ไร้แสงไฟอื่นใด

ยังคงไม่มีการติดต่อใดๆ กลับมาจากอิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ

…บางทีเขาคงโดนเพื่อนสนิทรังเกียจเข้าแล้วกระมัง

.

.

ใกล้เปิดเทอมเต็มที แต่โออิคาวะยังคงปฏิเสธที่จะก้าวเท้าออกจากหอพัก

ชายหนุ่มใช้ไม้ค้ำยันจนเริ่มคล่องแล้ว แต่กลับงอแงหน้าง้ำหน้างอเป็นเด็กๆ ว่าจะไม่ยอมออกไป อ้างเหตุผลสารพัดจนฮานามากิปวดศีรษะ นึกสงสัยว่าอิวะอิสึมิทนรับมือเจ้าเด็กไม่รู้จักโตนี่มาเป็นสิบปีได้อย่างไร

แต่เมื่อเขาสังเกตเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายยามอยู่เพียงลำพัง เห็นความโศกเศร้าแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนสมัยเป็นนักเรียน ฮานามากิก็ตัดสินใจยอมโอนอ่อนตามไปก่อน แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่ารำคาญนิดหน่อยก็ตาม

แต่แล้ววันหนึ่ง เขากลับเดินเข้าไปในห้องนอนของโออิคาวะ แล้วประกาศกร้าวว่า “ฉันจะไม่มาสามวันนะ”

โออิคาวะ โทรุคนที่กำลังนอนอ่านการ์ตูนกินขนมกรุบกรอบอยู่ถึงกับหยุดกิจกรรมที่กำลังทำไป หันมองเพื่อนด้วยสายตาสงสัย

“อืมม”

กระนั้นคำตอบกลับสั้นกุดและดูเข้าใจแต่โดยดี

“จะไม่ถามอะไรหน่อยเรอะ”

“อ้าว อยากให้ถามอะไรล่ะ”

“ฉันจะไปไหน จะทิ้งนายไว้คนเดียวได้ไง ไรเงี้ย”

โออิคาวะกัดมันฝรั่งแผ่นในมือ เคี้ยวตุ้ยๆ ก่อนตอบทั้งที่ขนมเต็มปาก “มักกี้ไม่ใช่แม่ฉันนา ไม่ต้องเฝ้าตลอดก็ได้ ฉันสบายดีมาก” ปลายประโยคลากเสียงยาวราวกับประชด

ไอ้เด็กเปรต

“เออ อย่าดื้อกับอุชิจิมะให้มากนักละกัน”

“นี่มักกี้เห็นฉันเป็นคนยังไงเนี่ย ใครจะไปดื้อใส่อุชิวากะจัง หืม”

ฮานามากิกลอกตา เลิกต่อล้อต่อเถียง เปลี่ยนไปชวนเพื่อนคุยเรื่องสัพเพเหระ และคะยั้นคะยอให้ออกไปข้างนอกด้วยกันแทน

แต่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร โออิคาวะก็เอาแต่ขดตัวอยู่บนเตียงอยู่อย่างนั้น

รอบตัวมีกองเสื้อผ้ายังไม่ใช่อยู่เกลื่อน วางทับกันไว้ราวกับเป็นรัง

ฮานามากิลอบถอนหายใจขณะฟังเพื่อนจ้อเรื่องการ์ตูนไซไฟที่กำลังอ่านอยู่ให้ฟัง

เหนื่อยใจจริง รับมือโอเมก้าอารมณ์แปรปรวนเนี่ย

.

.

วันแรกของการอยู่คนเดียวผ่านไปอย่างราบรื่น

โออิคาวะใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในห้องนอน เขาลุกไปเตรียมอาหารสำหรับทั้งวันตั้งแต่เช้า ลากสังขารโดยใช้ไม้ค้ำยันเดินรอบห้องพักให้เสร็จรวดเดียว แล้วกลับไปนอนพักในห้องของตน

เขาไล่ดูหนัง ดูโทรทัศน์ ฟังเพลง คุยกับครอบครัวและเพื่อนฝูงผ่านไลน์ จนตกเย็นอุชิจิมะกลับมาถึงหอ เขาจึงพูดคุยกับเพื่อนร่วมห้องประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนที่ต่างคนจะต่างแยกย้ายกันไป

ตกดึก เขานอนมองโทรศัพท์มือถือ จ้องชื่อ อิวะจัง ตรงหน้าจอไม่วางตา ความรู้สึกมากมายประดังประเดเข้ามา รู้สึกอ่อนล้าและไม่มั่นคง สุดท้ายจึงหยิบเอาเสื้อผ้าอีกสองสามชิ้นมากองรอบตัวเอง

ค่ำคืนนั้นผ่านไปโดยที่เขาไม่ได้กดโทรศัพท์หรือส่งข้อความใดๆ หาอิวะอิสึมิ

วันถัดมา เขายังคงใช้ชีวิตวนเป็นวงจรเดิม ปฏิเสธคำชวนไปดูการฝึกซ้อมวอลเล่ย์บอลของอุชิจิมะ และเลือกขลุกตัวเองอยู่ในห้องนอนมากกว่าวันแรก

รายการโทรทัศน์ต่างๆ เริ่มหมดความน่าสนใจ เขาเปิดทิ้งไว้ ปล่อยให้เสียงผ่านมาและผ่านไป นั่งมองหน้าจอโทรศัพท์นานเกินกว่าชั่วโมง ไม่รู้ว่าควรจะกดส่งข้อความดีหรือไม่

ไม่สมกับเป็นตัวเขาเลย

แต่การโดนปฏิเสธด้วยการเพิกเฉยมาตลอดหลายเดือน ก่อให้เกิดความลังเล และหวาดกลัวว่าหากยื่นมือออกไป เขาคงถูกปฏิเสธอีก

ยิ่งอีกฝ่ายเป็นอิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ คนที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะปล่อยมือกันง่ายดายเพียงนี้แล้ว…

กองเสื้อผ้าและผ้าห่มเริ่มสูงทับถมกันมากขึ้นเรื่อยๆ โออิคาวะขดตัวอยู่ภายในนั้น ราวกับว่ามันจะสามารถปิดกั้นเขาจากโลกภายนอกที่ไม่เป็นดังหวังไปได้

เข้าสู่วันที่สาม เขาตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ

เขาตื่นขึ้นมาตอนสาย รู้สึกวิงเวียนและหน้ามืด ตัวร้อนคล้ายไข้จะขึ้น มองรอบตัว ก่อนโอดครวญเสียงแผ่ว

เขาน่าจะรู้

คว้ามือถือ ต่อสายหาฮานามากิ แต่รออย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่รับสาย โออิคาวะขมวดคิ้ว กดต่อสายซ้ำๆ จนสุดท้ายสิ่งที่เขาได้รับคือบริการรับฝากข้อความ

ลืมเพื่อน

เขาบ่น เลือกติดต่อมัตสึคาวะเป็นคนถัดไป เพราะสันนิษฐานว่าฮานามากิคงอยู่กับแฟนกระมัง อย่างไรเสียนี่ก็เป็นช่วงปิดเทอม เวลาอันดีสำหรับการอยู่กับคนรักซึ่งไม่ค่อยอยู่ด้วยกัน

“เฮ้” รอเพียงอึดใจ ปลายสายก็ตอบกลับมา

“มัตซึน มักกี้อยู่กับนายไหม”

“หืมม” มัตสึคาวะลากเสียงยาว ฉากหลังเป็นเสียงรถขับผ่านไปมา เขาคงอยู่นอกบ้าน “ไม่นี่”

“อ้าว แล้วหมอนั่นไปที่ไหนกัน” เขาบ่นงึม เสียงแหบพร่า

“เฮ้ โออิคาวะ นายไหวไหมน่ะ”

เขากระแอม บอกปฏิเสธ แล้วรีบวางสาย

ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ชั่งใจเนิ่นนานว่าควรจะติดต่ออุชิจิมะหรือไม่ แต่หลังจากไตร่ตรองอย่างดีแล้วจึงตัดสินใจได้ว่าไม่จำเป็น เพราะอย่างไรเสียเดี๋ยวอีกฝ่ายก็กลับมาที่หออยู่แล้ว

วันที่สามหมดไปโดยที่เขายังคงไม่ได้ติดต่อหาอิวะอิสึมิแต่อย่างใดอยู่อย่างนั้นเอง

.

.

วันที่สี่ เขาตื่นขึ้นเพราะเสียงโทรศัพท์

ขณะนั้นเป็นเวลาเที่ยงแล้ว โออิคาวะงัวเงียคว้าเอามือถือมา มุดตัวกลับเข้าไปอยู่ใต้ผ้า หรี่ตามองชื่อสายเรียกเข้าในความมืด ฮานามากิ ทาคาฮิโระ

เขารีบรับสายทันที

“มักกี้! นายไม่รับโทรศัพท์ฉัน”

“โอย ก็บอกแล้วไงว่าติดธุระ” ฮานามากิตอบกลับ “โทรมาช้าก็ยังดีกว่าไม่โทรนา กัปตัน”

“แต่ฉันมีเรื่องจะให้นายช่วย…”

“ฉันใกล้จะกลับไปถึงแล้ว เดี๋ยวจะรีบไปหา”

โออิคาวะเงียบลง รู้สึกอุ่นใจมากขึ้น ซุกหน้าลงกับหมอนแล้วบ่นเสียงอู้อี้ “รีบกลับมาเร็ว”

เขาได้ยินเสียงหัวเราะเบาจากอีกฟากโทรศัพท์ “ใจร้อนไปได้ อีกไม่ถึงห้านาทีน่า”

“ไวขนาดนั้น?”

“เออน่า แป๊บนึง”

“ถ้าไม่ถึงในห้านาทีนี่นายจะเลี้ยงราเม็งฉันใช่ไหม”

“ฉันไม่ป๋าขนาดนั้น ไม่ได้รวยเหมือนนายนะ คุณโออิคาวะคนดัง”

“ใจร้ายย…”

“เออ”

“ใกล้ถึงแล้วใช่มั้ย งั้นวางสายแล้วนะ”

“เฮ้ย แป๊บนึง” ฮานามากิรีบปราม เขาได้ยินเสียงกุกกักจากอีกฟาก เสียงคนทะเลาะกัน นานเกือบครึ่งนาที กว่าปลายสายจะกลับมาต่อบทสนทนา

ด้วยเสียงของอิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ

“เฮ้ย โออิคาวะ ฉัน…” เขากลั้นหายใจ ปลายสายเองก็คล้ายหยุดลมหายใจของตนในเวลานั้นเช่นกัน “…อยู่หน้าห้องนาย เปิดประตูหน่อยได้ไหม”

เท่านั้น โออิคาวะก็แทบจะโยนโทรศัพท์ลงบนพื้น เขาคว้าไม้ค้ำ รีบรุดไปยังประตูให้ไวที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ และเมื่อเปิดประตูออกพบกับเพื่อนสนิทสมัยเด็กที่ไม่พบหน้า ไม่ติดต่อกันมานานหลายเดือน กำแพงป้องกันตนที่เขาสร้างไว้แน่นหนาก็พังทลายลง

เริ่มจากน้ำตาหนึ่งหยดไหลลงอาบแก้ม ต่อด้วยหยดที่สอง สาม และอีกมากมายจนนับไม่หวาดไม่ไหว

“โออิคาวะ”

“อิวะจัง”

“โออิคาวะ”

“อิวะจังง…!”

เสียงของฮานามากิแทรกกลางวง “โออิคาวะ นายกำลังฮีทเหรอ”

อ้อ ใช่ นี่เองเรื่องที่เขาเกือบจะลืมไปเพราะมัวแต่ดีใจที่ได้เจอกับอิวะอิสึมิอีกครั้ง เกือบลืมไปสนิทว่าตนโทรศัพท์หาฮานามากิตั้งแต่เมื่อวานเพราะอะไร

เพราะเขากำลังจะเข้าสู่ช่วงฮีทไง

โออิคาวะพยักหน้ารับหงึก อันที่จริง เขาก็เพิ่งจะเข้าฮีทเต็มๆ เมื่อครู่… ตั้งแต่รับรู้ถึงตัวตนของอัลฟ่าที่อยู่ตรงหน้าเข้านั่นแหละ

แว่วเสียงฮานามากิจากที่ไกลๆ น้ำตาเหือดแห้งไปตั้งแต่เมื่อไรเขายังไม่รู้ แข้งขาที่ยังไม่ฟื้นสภาพเต็มที่ยิ่งอ่อนแรง สิ่งที่เขารับรู้ในวินาทีถัดมา คือความร้อนจากร่างกายของอีกชีวิตหนึ่งที่ขยับเข้าใกล้

กลิ่นของดิน กลิ่นที่ให้ความรู้สึกมั่นคง

กลิ่นของอัลฟ่า

เขาฝืนหัวเราะ “อิวะจัง ฉันไม่เป็นลมล้มไปตรงนี้หรอกนะ ไม่ต้องเข้ามาใกล้ขนาดนี้ก็ได้” ถึงปากจะบอกเช่นนั้น แต่มือของเขาเองกลับยึดจับอิวะอิสึมิเอาไว้แน่น

ไม่อยากจะปล่อยไป

ความเป็นโอเมก้าในตัวเขาร่ำร้องบอกให้คว้าอัลฟ่าตรงหน้าไว้ อย่าปล่อยไปไกลตัวอีก

น่าสมเพชเหลือเกิน

“อิวะจ…”

แรงบดเบียดที่ริมฝีปากกลืนทุกคำพูดของเขาลงไปสิ้น

เขาตกตะลึง เผยอปาก ปล่อยให้อัลฟ่าตรงหน้าทำตามใจชอบ ไล่ต้อนจนเขาต้องถอยหนี ขณะเดียวกันก็ดึงดูดจนต้องคว้ากอดอีกฝ่ายเอาไว้

“โออิคาวะ”

เสียงกระซิบแหบพร่าเรียกชื่อเขา

ดังข้างหู ลมหายใจเป่ารดต้นคอ

เพียงแค่เสียงเรียกก็ทำให้เขาเข่าอ่อน

นี่หรือคือฤทธิของอัลฟ่า

“เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ยยย!

ฮานามากิตะโกนขัด ดึงคอเสื้อของอิวะอิสึมิ แยกสองร่างที่กำลังโรมรันกันอยู่ตรงประตูหอพักอย่างไม่อายสายตาชาวบ้าน แล้วเอาตัวเองแทรกขวางระหว่างกลางอดีตกัปตันและเอซประจำทีม เขาคว้าโออิคาวะไว้ได้ทันก่อนที่ฝ่ายนั้นจะทรุดฮวบลงไปกับพื้น

อิวะอิสึมิขู่เสียงต่ำ ปัดมือของฮานามากิอย่างไม่ไยดี สายตาดุจัด แต่เบต้าผมสีอ่อนไม่ยอมล่าถอยโดยง่าย

ไม่มีทาง

เขาจะไม่ปล่อยให้พวกมันปล่อยตัวเองไปตามสัญชาตญาณ แล้วมานั่งนึกเสียใจภายหลังแน่

“พวกนาย” ฮานามากิฮึดฮัด “แยกกันก่อน ตั้งสติ ฉันรู้ว่าพวกนายอยากประกาศให้โลกรู้ว่าเป็นของกันและกันใจจะขาด แต่ก่อนอื่นรอให้สติดีๆ แล้วมาเปิดอกคุยกันก่อนถอดเสื้อมีเซ็กส์จะดีไหม”

โออิคาวะพยักหน้า

ถึงสัญชาตญาณจะบอกให้เขาสิโรราบต่ออัลฟ่า แต่จิตใต้สำนึกยังบอกให้เขาหลบซ่อนไปก่อน

เขาจะยอมอัลฟ่าง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้

ถึงแม้อัลฟ่าที่ว่าจะเป็นอิวะอิสึมิก็ตาม

ได้ยินเสียงพ่นลมหายใจของอิวะอิสึมิ แต่อีกฝ่ายไม่ถกเถียง ฮานามากิจึงฉกฉวยโอกาสนั้นโอบประคองโออิคาวะเข้าห้องนอน

เขาวางอีกฝ่ายลงบนเตียง โยนกองเสื้อผ้าไว้รอบตัวโออิคาวะ หยิบเอาของเล่นมากมายโยนปะปนไปกับกองผ้า แถมด้วยถุงยางและเจล

“ฉันรู้ว่านายอยากได้อัลฟ่าข้างนอกนั่น แต่เชื่อฉัน ช่วยตัวเองไปก่อน อีกสี่วันนายจะกลับมาขอบคุณฉันแน่”

เขาสบถ ปาหมอนใส่เบต้าหน้าด้านที่พูดจาหน้าไม่อาย ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ของฮานามากิ

เสียงหัวเราะหายไป เขาคิดว่าฮานามากิคงออกไปจากห้องแล้ว

ประมาณห้านาทีให้หลัง เสื้ออีกตัวหนึ่งโดนโยนลงบนหัวของเขา ไม่ใช่เสื้อของโออิคาวะ เพราะกลิ่นบนเสื้อนั้นไม่ใช่กลิ่นของเขาอย่างแน่นอน

แต่เป็นกลิ่นของอิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ

“เอานี่ไปแทนก่อน” เสียงของฮานามากิดังอยู่ข้างหู “อิวะอิสึมิจะเฝ้านายอยู่ข้างนอก ไม่ต้องห่วง คราวนี้หมอนั่นไม่หนีไปไหนแน่”

ลองหนีดูสิ ฉันจะไปลากคอกลับมาให้ดู คล้ายได้ยินเสียงเย็นยะเยือกกล่าวเช่นนั้น

“มักกี้”

“อะไร”

“ขอบใจนะ”

เกิดความเงียบขึ้นสามสิบวินาที

“ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย” เสียงนั้นดังมาจากระยะไกล เขาเงยหน้าขึ้น เห็นว่าฮานามากิยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องเขาแล้ว “อิวะอิสึมิอยากมาหานายเอง ฉันแค่ช่วยพาหมอนั่นมา”

ประตูห้องปิดลง เหลือเพียงเขาอยู่ในห้องนอน

โออิคาวะซุกหน้าลงกับเสื้อสีดำที่ฮานามากิโยนมาให้ ซึมซับความรู้สึกมั่นคงที่ตนไม่ได้สัมผัสมาเนิ่นนาน วินาทีนั้น เขารู้สึกว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี

อิวะอิสึมิอยู่ตรงนี้แล้ว

และนั่นคือสิ่งเดียวที่เขาต้องการ

.

.

NEXT


A/N:

ตอนแรกค่อนข้างมั่นใจมากว่าจะเขียนไม่ทันส่วนของอาทิตย์นี้ แต่จู่ๆ ก็เขียนทันได้ยังไงก็ไม่รู้ค่ะ 555

ในที่สุดก็เจอกันเสียที แหม่ ใช้เวลาเป็นสิบตอน ก็ไม่นานเกินไปหรอกเนอะคะ ‘ v ‘)/

Advertisements

2 thoughts on “[HQ!!] Where My Love Goes: (9) in the heat of depression

  1. อยากอ่านตอนต่อไปใจจะขาดอยู่แล้วค่าาา
    อยากเห็นเขาได้กั—- แค่กๆ อยากเห็นเขาอยู่ด้วยกันจังเลย ฮือออออ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s