[HQ!!] AIEL: TRAUMA

TRAUMA
iwaoi. hq!! doctor au. g. romance.
part of ‘an adventure in everyday life of goshiki tsutomu’ series

.

.

เขาไม่เชื่อในรักแรกพบ

แต่เมื่อมองย้อนกลับไป เขาคงตกหลุมรักแต่แรกพบสบตาเข้าจริงๆ

.

.

TRAUMA
with love, fractured femur, and pneumohemothorax

.

.

อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ ไม่ใช่คนงมงาย

ไม่ได้หมายความว่าเขาลบหลู่สิ่งเหนือธรรมชาติ แม้วิชาชีพจะสอนให้เขาอยู่กับหลักวิทยาศาสตร์ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกใบนี้ยังมีหลายเหตุการณ์ที่วิทยาศาสตร์ตอบไม่ได้ ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้เชื่อเรื่องผีสางดวงวิญญาณมากมาย เขาเชื่อว่าทุกสิ่งมีเหตุมีผล ต่อเนื่องมาจากการกระทำของคนแต่ละคน

ต่อให้งานจะยุ่งเพียงไหน เคสในเวรจะเยอะเพียงใด อิวะอิสึมิก็ยังเชื่อว่าเป็นผลจากการทำงานหนักของเขาเอง ไม่เกี่ยวข้องกับเวรกรรมตามที่บางคนเชื่อแต่อย่างใด

กระนั้น หลังจากทำงานมาได้สองสามปี เขาเริ่มคิดแล้วว่าดวงอาจมีผลต่อความยุ่งอยู่สักห้าเปอร์เซนต์

อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะถอนหายใจ ยกมือนวดคลึงบริเวณขมับ ขณะนี้เป็นเวลาสามทุ่ม เพิ่งพ้นเวลาเข้าเวรบ่ายได้ห้าชั่วโมง แต่เขากลับรู้สึกเหมือนผ่านไปแล้วห้าวัน

เขาเป็นเพียงแพทย์ประจำบ้านศัลยกรรมชั้นปีที่หนึ่ง มีสถานะเป็นน้องน้อยประจำภาคแม้อายุอานามชักจะห่างไกลจากคำว่าน้อง ฉะนั้นจึงต้องเป็นด่านหน้ารับปรึกษาผู้ป่วยศัลยกรรมก่อนเป็นคนแรก แม้จะมีเพื่อนร่วมปีเดียวกันอยู่อีกสี่ห้าคน แต่อิวะอิสึมิกลับเป็นหนึ่งคนที่ได้รับปรึกษาบ่อยกว่าอย่างชัดเจน

เพื่อนๆ จึงพากันตราหน้าเขาว่าเป็นคนดวงเยิน

ช่วงแรกอิวะอิสึมิเห็นต่าง เขาคิดว่าเป็นแค่เรื่องบังเอิญ อยู่โรงพยาบาลใหญ่จะมีเคสเยอะก็ไม่เห็นแปลกตรงไหน ถึงในเวรจะมีมากกว่าคนอื่นสักห้าถึงสิบเคส ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา

ครั้นตอนนี้ผ่านไปสามสัปดาห์นับจากเริ่มขึ้นปฏิบัติงานในฐานะแพทย์ประจำบ้าน อิวะอิสึมิชักเริ่มคิดแล้วว่าเขาคงเป็นคนดวงเยินจริงอย่างที่เพื่อนๆ ว่า

ตอนนี้ห้าชั่วโมงผ่านไปนับจากเริ่มต้นเวร เขาเพิ่งได้ทิ้งตัวลงนั่งพักเป็นครั้งแรก เดินวุ่นวายไปทั่วตึกจนหัวหมุน จึงขอโอกาสนี้ฟื้นพลังให้ตัวเองสักนิด

แต่หย่อนก้นลงได้แค่สามนาที เสียงโทรศัพท์มือถือก็แผดลั่นห้องเข้าให้อีกครั้ง

คว้าขึ้นมา เห็นชื่อบนหน้าจอแล้วถึงกับสบถอุบ

โรงพยาบาลอีกแล้ว!

ใจคอจะไม่ให้เขาได้หายใจหายคอสักนิดเลยหรือ

ถึงใจจะนึกโอดครวญ แต่อิวะอิสึมิก็รับโทรศัพท์แต่โดยดี

“อิวะอิสึมิครับ”

“สวัสดีค่ะ โทร.จากห้องฉุกเฉินนะคะ มีเคสผู้ป่วยชายอายุยี่สิบห้าปี ประสบอุบัติเหตุรถชน ตอนนี้ความดันตก สงสัยว่ามีเลือดออกในช่องอกและช่องท้องค่ะ”

“เวรอีอาประเมินเรื่องเลือดออกในท้องแล้วหรือยังครับ”

“ค่ะ แพทย์เวรอัลตร้าซาวด์ประเมินแล้วคิดว่ามีเลือดออกบริเวณม้ามค่ะ”

“จะรีบไปดูครับ ติดต่อห้องผ่าตัดไว้ก่อนเลย”

อิวะอิสึมิวางสาย รีบต่อสายหาแพทย์ประจำบ้านรุ่นพี่ ก่อนผุดลุกจากเก้าอี้ หมายมุ่งตรงไปยังแผนกฉุกเฉิน

ได้นั่งไม่ทันไรก็เจอคนไข้หนักเข้าอีกเสียแล้ว

เห็นทีคงต้องยอมรับว่าดวงเยินๆ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องล้อเล่นแล้วสิ

.

.

“คนไข้อุบัติเหตุความดันตกอยู่ที่ไหนนะ”

“โซนแดงค่ะ หมออุชิจิมะกำลังดูอยู่”

อิวะอิสึมิพยักหน้า สอดสายส่ายตาหาเงาร่างสูงใหญ่ของแพทย์ประจำบ้านแผนกฉุกเฉินรุ่นเดียวกัน เห็นอยู่ไม่ไกล แต่ยังไม่ทันได้เปิดปากทัก เสียงตะโกนก็ดังขึ้นกลางห้องฉุกเฉินเสียก่อน

“คนไข้หัวใจหยุดเต้นครับ!”

สิ้นคำ ตัวเจ้าของเสียงผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลทรงสมัยนิยมก็กระโจนขึ้นโถมตัวปั๊มหัวใจคนไข้ตามสเต็ปการกู้ชีพ ปากร้องขอกำลังคนช่วยเหลือ ก่อความโกลาหลขึ้นในฉับพลัน

อิวะอิสึมิรีบพุ่งตรงไป เขาเห็นอุชิจิมะคลำชีพจรผู้ป่วย กวาดสายตาดูความเรียบร้อยและสั่งการจัดการ เจาะเลือด เปิดเส้นน้ำเกลือ ให้ยากระตุ้นหัวใจ ทีมพยาบาลทำงานตามสั่งอย่างแข็งขัน อิวะอิสึมิเหลือบมองนาฬิกาจับเวลา เพิ่งผ่านไปสามสิบวินาที

“อุชิจิมะ”

เจ้าของชื่อหันตามเสียงเรียก ใบหน้าราบเรียบ มีเพียงหัวคิ้วขมวดเล็กน้อยที่บอกให้รู้ว่าเขาเองก็กดดันกับสถานการณ์ตรงหน้าอยู่ เมื่อเห็นว่าคนเรียกเป็นใคร เขาพยักหน้าหนึ่งทีเป็นเชิงรับรู้

“อิวะอิสึมิ”

“คนไข้…”

“อายุยี่สิบห้าปี ไม่มีโรคประจำตัว ประสบอุบัติเหตุรถชนสามสิบนาทีก่อนมาโรงพยาบาล” เสียงทุ้มเริ่มเล่าอย่างคล่องแคล่ว หันกลับไปประเมินสถานการณ์ตรงหน้าพร้อมๆ กัน “ความดันตก เรียกไม่รู้สึกตัว ใส่ท่อช่วยหายใจจากที่เกิดเหตุ มีเลือดออกที่ช่องอกซ้าย ใส่สายระบายแล้ว ที่ท้องฉันอัลตร้าซาวด์แล้วมีเลือดออกแถวม้าม”

“ตามเลือดมาให้หรือยัง”

“กำลังมีคนไปเอา”

เขาผงกศีรษะรับรู้ เหลือบมองนาฬิกา หนึ่งนาที่สามสิบวินาที

“อีกสามสิบวินาที”

รอบข้างชุลมุน ยังไม่มีใครรอสลับคนปั๊มหัวใจ อิวะอิสึมิมองผู้ที่กำลังทำหน้าที่นั้นในตอนนี้ หนุ่มร่างสูงหน้าตาดีระดับนายแบบ คุ้นหน้าคล้ายเคยเห็นมาก่อน แต่คงไม่เคยทักทาย

ช่างเถอะ เรื่องทำความรู้จักไว้รอเมื่อไรก็ได้

เขาก้าวฉับไปฝั่งตรงข้าม ตาไม่ละจากนาฬิกา อีกสิบวินาที เก้าวินาที แปด…

“ครบสองนาที”

อุชิจิมะประกาศ คนปั๊มจึงหยุด ผมที่เซ็ตมาอย่างดีกระเซอะกระเซิง เม็ดเหงื่อเกาะพราวตามใบหน้า

ห้าวินาทีผ่านไป แพทย์ประจำบ้านแห่งห้องฉุกเฉินส่ายศีรษะ “ไม่มีชีพจร เป็น PEA* ปั๊มต่อ”

คนเดิมทำท่าจะเริ่มกดหน้าอกอีกครั้ง อิวะอิสึมิดึงข้อมืออีกฝ่าย พวกเขาสบตากันครู่เดียวเท่านั้น หนุ่มผมน้ำตาลก็กระโจนลงจากแท่นยืนอย่างรู้หน้าที่ ยกให้อิวะอิสึมิทำหน้าที่ต่อ

เขานับเป็นจังหวะในใจ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า … กระนั้นสองหูก็ยังได้ยินเสียงของคนไม่รู้จักคนนั้นสั่งการต่ออย่างคล่องแคล่วชัดเจน

“เลือดมาถึงแล้ว เตรียมให้ด่วนเลยครับ ให้ยากระตุ้นความดันทุกสามนาที ตอนนี้ได้เท่าไหร่แล้วนะ ขอหูฟังด้วยครับ อุชิวากะจัง อกข้างขวาไม่ได้มีอะไรแน่ใช่ไหม…”

ถึงอยู่ในภาวะหน้าสิ่วหน้าขวาน น้ำเสียงทุ้มนุ่มจริงจังนั้นก็ยังน่าฟังเสียเหลือเกิน

ให้ตายเถอะ ตั้งสติหน่อย อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ

.

.

“ขอบคุณมากครับ รุ่นพี่”

“เออ ขอบใจนายมากเหมือนกัน อิวะอิสึมิ”

เขาออกจากห้องผ่าตัดในเวลาเที่ยงคืน กล่าวขอบคุณรุ่นพี่แล้วก็แยกย้ายกันไป ตัดสินใจเลี้ยวเข้าห้องพักแพทย์เวรประจำโซนผ่าตัด เพราะเล็งเห็นแล้วว่าอีกไม่นานก็คงได้เดินกลับเข้ามาใหม่

ก็ในเมื่อมีเคสรอผ่าอยู่อีกประมาณสองเคส จะไม่ได้กลับเข้ามาได้ยังไงเล่า

ชายหนุ่มทิ้งตัวลงบนโซฟา เอนซบเบาะ หลับตา ยกมือซ้ายขึ้นนวดหัวไหล่ขวาที่เริ่มเมื่อยขบ ใจหวนนึกถึงเคสอุบัติเหตุที่เพิ่งเสร็จสิ้นการผ่าตัดเมื่อครู่ รู้สึกดีที่ช่วยให้คนไข้รอดพ้นวิกฤตไปได้อีกขั้น

อย่างไรก็ตาม ถึงการผ่าตัดช่องท้องของเขาจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่การผ่าตัดทั้งหมดยังไม่จบลง เพราะนอกจากปัญหาบริเวณช่องอกและช่องท้อง กระดูกขาข้างซ้ายของชายผู้โชคร้ายยังแตกหักอีกด้วย

คิดถึงตรงนี้แล้วก็นึกถึงแพทย์ประจำบ้านศัลยกรรมกระดูกคนที่เขาเพิ่งได้พบหน้าเป็นครั้งแรก แต่กลับติดตรึงอยู่ในความทรงจำมากเกินกว่าที่เขาอยากจะยอมรับ

ชายแปลกหน้าคนที่โดดขึ้นปั๊มหัวใจคนไข้เป็นคนแรก และเป็นคนสุดท้ายที่ออกแรงกายยื้อยุดฉุดชีวิตคนไข้ไว้ก่อนที่อุชิจิมะจะประกาศว่าชีพจรผู้ป่วยกลับมาแล้ว อิวะอิสึมิจดจำสีหน้าของเขาได้ขึ้นใจ รอยยิ้มแต่งแต้มบนใบหน้าเพียงชั่วครู่ แต่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาราวกับเด็กน้อยนักศึกษาปีสี่ที่เพิ่งได้ช่วยชีวิตคนไข้เป็นครั้งแรก

น่ามอง

น่ามองจนเขาเผลอมอง เพียงแค่ครู่หนึ่งแต่อีกฝ่ายกลับรู้ตัวเสียได้

หัวคิ้วขมวดมุ่นเข้าหากัน เขาโอดครวญเสียงแผ่ว ซุกหน้าลงกับเบาะ ถอนหายใจ

ชื่ออะไรยังไม่รู้จัก

อย่าเพ้อเจ้อให้มากนักเลย อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ

ยุติความคิดถึงคนแปลกหน้าไว้เท่านั้น แล้วตัดใจข่มตาหลับ ดูจากรายการเคสรอผ่าฉุกเฉิน เขาคงต้องรอไปอีกสักชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ

เป็นช่วงเวลาอันดีสำหรับการงีบเติมพลัง

หลับๆ ตื่นๆ ได้ประมาณครึ่งชั่วโมง ดันโดนปลุกด้วยเสียงประตูเปิดดังโครม ต่อด้วยเสียงสนทนาดังแบบไม่เกรงใจใคร

ดังจนรู้สึกปวดขมับตุบตุบ ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะเริงร่าราวกับเจ้าของเสียงไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในเวลาเกือบตีหนึ่งเหมือนกันกับเขา อิวะอิสึมิยิ่งรู้สึกรำคาญ

เสียงสนทนาเบาลง ประตูโดนปิดดังโครมอีกหน คราวนี้เขาทนไม่ได้ ลืมตาขึ้นส่งสายตาดุจัดใส่ผู้ทำลายความสงบยามค่ำคืน

“โอ๊ะ”

สายตาดุจัดอันตรธานหายไป แทนที่ด้วยความประหลาดใจ อิวะอิสึมิจ้องมองคนตรงหน้า ฝ่ายตรงข้ามก็จ้องมองเขากลับมาเช่นกัน

หนุ่มศัลยกรรมกระดูกคนที่เขาเจอที่ห้องฉุกเฉินนั่นเอง

ดูท่าอีกฝ่ายจะเพิ่งเสร็จจากเคส เขาคาดเดาว่าคงผ่านไปได้ด้วยดี จึงใช้เวลาไม่นานนัก เพราะอย่างไรก็แค่ใส่เหล็กชั่วคราวระหว่างรอจัดการให้เข้าที่ทางทีหลัง คนไข้อาการหนักปานนี้ ยังไงก็นอนโรงพยาบาลนานอยู่แล้ว

…หมายความว่าเขาจะเจอนายคนนี้ดูเคสนี้ไปเรื่อยๆ หรือเปล่านะ

อิวะอิสึมิตระหนักว่าเขาอาการหนักพอควร แต่อันที่จริงก็ไม่คาดคิดว่าจะอาการหนักปานนี้

พวกเขาจ้องตากันอยู่เช่นนั้นพักใหญ่ ราวห้านาทีผ่านไป จึงมีเสียงหลุดออกมาจากฝ่ายผู้บุกรุก

“อิวะจัง”

ชื่อเล่นที่ได้ยินส่งให้คิ้วเข้มเลิกสูง สงสัยสองประการ หนึ่ง หมอนี่รู้จักชื่อเขา สอง นั่นชื่อเล่นของเขาแน่ใช่ไหม

ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรดี ประหลาดใจ ดีใจ หรือรำคาญใจ

แต่ดูอย่างสุดท้ายจะมาแรงแซงทุกความรู้สึกมากที่สุด

“นาย…” เขาเงียบเสียงลง เป็นเชิงรอให้อีกฝ่ายแนะนำตัว

“อะไรกัน” น้ำเสียงน้ำคำฟังดูราวกับโดนทำร้ายจิตใจนักหนา “อิวะจังไม่รู้จักคุณโออิคาวะเหรอ”

อิวะอิสึมิขมวดคิ้ว

“ไม่รู้จัก”

“แสดงว่าไม่ค่อยคบหาสมาคมกับใครสินะ ถึงไม่รู้จักคุณโออิคาวะคนดังน่ะ”

โอเค เขาตัดสินใจในวินาทีนั้นเอง

ลืมไปได้เลยทุกความรู้สึกดีที่เคยเผลอมีไปก่อนหน้า

หมอนี่มันน่ารำคาญสุดๆ

“ไม่รู้จัก” อิวะอิสึมิย้ำคำ “แล้วก็ไม่อยากรู้จักด้วย”

“เอ๋ ทำไมล่ะ ฉันอยากรู้จักอิวะจังนะ”

“แต่ฉันไม่อยากรู้จักนาย แล้วก็เลิกเรียกฉันแบบนั้นได้แล้ว เราไม่ใช่คนรู้จักมักจี่อะไรกัน” เขาขู่เสียงต่ำ

นายหมอกระดูกเดินตรงเข้ามาด้วยท่าทางสบายๆ ยืนตรงหน้าเขาแล้วโน้มตัวลงมา ใบหน้าห่างกันเพียงหนึ่งไม้บรรทัดกั้น “โออิคาวะ โทรุ” แนะนำตัวพร้อมรอยยิ้มแฉ่ง “ทีนี้ก็รู้จักกันแล้วนะ อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะจัง”

“นายรู้ชื่อฉัน”

“แน่สิ ฉันเข้าเคสต่ออิวะจังนี่นา” โออิคาวะดันตัวลุกขึ้นสุดความสูง “เลยเห็นว่าหมอศัลย์หน้าบูดที่ผ่าท้องคนไข้ฉันชื่ออะไร เป็นไง ช่างสังเกตใช่ไหมล่า”

อิวะอิสึมิกลอกตา ใบหน้าที่บอกความไม่สบอารมณ์อยู่แล้วยิ่งบึ้งตึงสมกับสมญาหมอศัลย์หน้าบูดเข้าไปใหญ่

เขาไม่ต่อความ กอดอก หลับตา เอนซบโซฟาเสียดื้อๆ เป็นการปิดฉากบทสนทนา

แต่คู่สนทนาจอมยุ่งดันไม่ยอมง่ายๆ

“เอ๋ อิวะจัง หลับใส่กันแบบนี้นี่ไม่มีมารยาทเลยนะ ใช้ไม่ได้เลย มา เดี๋ยวคุณโออิคาวะจะสอนมารยาทขั้นพื้นฐานให้ละกัน”

เขากดความรำคาญไว้ในใจ เค้นเสียงลอดไรฟันตอบกลับไป “ไม่ต้องว้อย ฉันจะนอน”

“หยาบคาย นี่คือสิ่งที่อิวะจังเลือกจะพูดกับเพื่อนใหม่เหรอ”

“ใครเป็นเพื่อนแกไม่ทราบ”

“ฉันไง!”

อิวะอิสึมินับหนึ่งถึงร้อย ปิดตาสนิท กลั้นใจไม่ต่อความ ปล่อยให้โออิคาวะจ้ออยู่คนเดียว

เขาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด แต่คงไม่นานนัก จู่ๆ เสียงโออิคาวะก็เงียบลงไป และสิ่งที่มาแทนที่คือสัมผัสจากเข่าที่คอยดุนดันขาเขาไม่หยุดยั้ง

อิวะอิสึมิเริ่มต้นนับร้อยเอ็ดถึงสองร้อย

เขาอยากจะนอนสบายๆ แค่นี้ ทำไมต้องมีอุปสรรคมากมายนักด้วย

“อิวะจังงง… ขยับที่ให้บ้างสิ ฉันก็อยากนอนเหมือนกันนะ”

“ไปนอนที่อื่นสิวะ”

“แต่ตรงนี้อุ่นที่สุดนี่ อิวะจังจะยึดไว้คนเดียวได้ยังไง นี่ที่สาธารณะนา”

โดนบีบบังคับโดยวาจานานเข้า อิวะอิสึมิชักรำคาญหนักกว่าเดิม เขาเลยตัดปัญหาด้วยการขยับตัวหลบมาครึ่งหนึ่ง เปิดพื้นที่ว่างอีกครึ่งให้โออิคาวะนั่งงีบข้างกัน

โซฟายวบลง เป็นสัญญาณว่าอีกฝ่ายประจำที่เรียบร้อย เขามองไม่เห็น ยังคงหลับตา แถมยังหันหลังใส่นายหมอศัลยกรรมกระดูกอีกด้วย ครั้นโออิคาวะขยับตัวยุกยิกจนศอกมาปัดแถวแผ่นหลังของเขาเข้า และหยุดอยู่ที่ตรงนั้นเนิ่นนาน อิวะอิสึมิก็นั่งตัวเกร็ง เขายังคงไม่ลืมตา และตั้งมั่นที่จะปิดสนิทกว่าเดิม

หัวใจเจ้ากรรม…

หยุดเต้นผิดจังหวะใส่ไอ้ผู้ใหญ่ไม่รู้จักโตเดี๋ยวนี้เลยนะว้อย

“อิวะจังอุ่นจัง…”

เป็นคำพูดสุดท้ายก่อนที่เสียงของโออิคาวะจะเงียบไป

เขาลืมตา มองนาฬิกาบนผนัง ตีหนึ่งครึ่ง ไม่รู้กี่โมงจะโดนตามเข้าห้องผ่าตัด ไม่รู้ว่าจะเหลือเวลานอนอีกสักกี่นาที

ที่รู้แน่ตอนนี้ คือเขาคงข่มตาหลับไม่ลงเมื่อรู้ว่าโออิคาวะอยู่ข้างตัวเช่นนี้

ให้ตายสิ

เขาไม่น่าเผลอหวั่นไหวไปกับไอ้หมอกระดูกหลงตัวเองนี่เลย

พลาดไปแล้ว อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ

พลาดมหันต์

.

.

ตัวเขาในยามนั้นยังไม่ตระหนักรู้ ว่านี่เป็นเพียงก้าวแรกของความผิดพลาดนานับประการจากการรู้จักโออิคาวะ โทรุเท่านั้น

.

.

END


 

*PEA = pulseless electrical arrest หมายถึงการที่ผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น ไม่มีชีพจร โดยที่คลื่นไฟฟ้าหัวใจยังคงมีลักษณะหนึ่งปรากฏให้เห็น

A/N:

แรกพบของอะอุนในเอยูหมอค่ะ เขียนๆ ลบๆ มาสักพักแล้ว จู่ๆ ก็เกิดจะเขียนจบขึ้นมาในวันนี้ซะงั้น

ไม่มีอะไรมากมาย นอกจากเขียนฉากที่ห้องฉุกเฉินนี่สนุก (ส่วนตัว) ประมาณหนึ่งเลยค่ะ–

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s