[HQ!!] Where My Love Goes: (6) leave the scents on this sweater

Where My Love Goes
iwaoi. hq!! abo au. pg-13. romance, mild angst.
written for novelber ’16 challenge. part of ‘instinct: omegaverse au’ series.

content warning:
– ฟิคเรื่องนี้มี alpha/beta/omega dynamics
– และมีการกล่าวถึง mpreg (male pregnancy)
– ถึงจะไม่มีฉาก explicit แต่ถ้าไม่นิยม abo แนะนำให้หลีกเลี่ยงค่ะ

.

.

6.
leave the scents on this sweater

.

.

เข้าสู่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์แล้ว อากาศยังคงหนาวจับใจ

โออิคาวะ โทรุคิดขณะซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา อากาศช่วงเช้าในใจกลางกรุงโตเกียวหนาวจนเขาไม่อยากจะขยับตัวไปไหน ถึงแม้นาฬิกาปลุกข้างหัวเตียงจะแผดเสียงลั่นอย่างหมายฉุดให้เขาลุกออกจากเตียง แต่ความอบอุ่นใต้ผืนผ้านั้นกลับมีแรงดึงดูดมากกว่า

มือขวาตบป้าบลงกลางเรือนนาฬิกา ดับเสียงดังลั่นหนวกหูลงสนิท เขาดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปง ซุกหน้าลงกับหมอนนุ่มพลางบ่นงึมงำกับตัวเองว่าขอเวลาอีกสักห้านาที

อย่างไรเสียนี่ก็เพิ่งตีห้าครึ่ง ขอนอนต่ออีกสักนิดคงไม่เสียหายอะไร

หลับตาลงพร้อมกับสติสัมปชัญญะที่เริ่มหลุดลอยอย่างหมายมุ่งสู่ดินแดนแห่งความฝัน แต่ยังไม่ทันจะเคลิ้มหลับดี เสียงทุบประตูปึงปังก็ดังขึ้นเสียก่อน

ปัง!

เสียงดังครั้งที่หนึ่ง โออิคาวะยังคงตัดสินใจจะนอนต่อไป

ปังปัง!

เสียงดังครั้งที่สอง เขาพลิกตัวหนึ่งที

ปังปังปัง!

เสียงดังครั้งที่สาม เรียวคิ้วบนรูปหน้าได้รูปขมวดมุ่น หนวกหูชะมัด

ปังป–

“โอ๊ย อุชิวากะจัง” เขาคำราม เตะผ้าห่มลงจากเตียง เดินกระฟัดกระเฟียดไปเปิดประตูห้องตัวเองออก แล้วตีหน้าถมึงทึงใส่ผู้ชายตัวใหญ่ใจกล้าที่บังอาจมาเคาะประตูห้องเขาตอนตีห้ายี่สิบห้านาที “ฉันได้ยินแล้ว หูไม่ได้หนวก!”

“แต่นายไม่ตอบ—”

“ก็เพราะฉันจะนอนต่อห้านาทีไงเล่า!”

“ถ้าอย่างนั้นนายก็ควรจะบอกฉัน”

“ฉันบอกแล้วนายเคยฟังด้วยเหรอ!” ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้ว พูดไปเป็นสิบเป็นร้อยครั้งว่าจะไม่ไปชิราโทริซาวะ มาตอนนี้อยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน เล่นทีมเดียวกัน นอนห้องเดียวกันก็แล้ว เขายังจะต้องคอยบอกว่า ฉันไม่ตื่นตีห้าครึ่ง! ทุกวันอีกหรือยังไง

ประสาท!

อุชิจิมะ วากะโทชิ อดีตศัตรูบนสนามตัวสำคัญทำหน้ายุ่งอยู่พักใหญ่ นัยว่าตามใจเซ็ตเตอร์คนเก่งที่เคยอยากได้ร่วมทีมนักหนาไม่ทัน เห็นแบบนั้นโออิคาวะก็พ่นลมหายใจออกทางจมูก ฮึดฮัดแล้วปิดประตูปังใส่หน้าเพื่อนร่วมห้องไป

เขาไม่ชอบอุชิจิมะ ไม่ชอบมาแต่ไหนแต่ไร ประหนึ่งว่าเป็นศัตรูที่ฟ้าลิขิตให้กันมา แต่ฟ้าก็กลับเล่นตลกด้วยการบันดาลให้เขาเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันกับอุชิจิมะ ซึ่งตามมาด้วยการต้องเป็นเพื่อนร่วมทีมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อทั้งเขาและอดีตเอซคนเก่งแห่งชิราโทริซาวะยังคงยึดมั่นในหนทางการเป็นนักวอลเล่ย์บอลมืออาชีพทั้งคู่ แต่ที่ซ้ำร้ายสุดเห็นจะเป็นเรื่องที่โดนจับมาอยู่หอพักเดียวกันด้วยนี่แหละ

พักห้องเดียวกันกับอุชิจิมะ วากะโทชิ คนที่แค่หน้าเขายังไม่อยากเห็นคนนั้น!

ตอนแรกที่รู้ เขาโวยวายกับฮานามากิยกใหญ่ เรียกเพื่อนตะลอนไปตามบาร์ ดื่มไปบ่นไปจนหน้าแดงจัด ลำบากเพื่อนสนิทต้องลากกลับหอ ก่อนที่บรรดาอัลฟ่าข้างทางจะพุ่งตะครุบโอเมก้าขี้เมาไม่เจียมตัวที่ซัดแอลกอฮอลจนเมาแอ๋ ปล่อยฟีโรโมนฟุ้งไปเสียหมด

โออิคาวะบ่นตลอดหนึ่งเดือนแรกของการเข้ามหาวิทยาลัย บ่นให้อิวะอิสึมิ มัตสึคาวะ ฮานามากิ และบางทียังลามไปถึงอดีตรุ่นน้องอย่างยาฮาบะหรือคุนิมิฟัง แต่ถึงจะบ่นมากมาย เขาก็จำต้องพักอยู่ห้องที่โดนจัดให้ต่อ สาเหตุหลักก็เพราะราคามันถูกกว่าออกไปหาหอข้างนอกอยู่น่ะสิ!

สุดท้ายก็ต้องจำใจใช้ชีวิตร่วมกับอุชิจิมะ วากะโทชิอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่ถึงจะบ่นไม่หยุดยั้งเป็นเวลาสองสามเดือน พออยู่ด้วยกันไปสักพักเขาก็เห็นว่าอันที่จริงอุชิจิมะไม่ใช่คนร้ายกาจอะไร ซึ่งความจริงข้อนี้เขาก็พอจะตระหนักรู้มาตั้งแต่สมัยมัธยมปลายแล้ว แต่ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ไม่มีเหตุผลอะไรมากไปกว่านั้น

ตอนนี้ความไม่ชอบนั้นลดลงไปบ้างแล้ว เขาเห็นว่าอุชิจิมะเป็นเพื่อนร่วมทีมที่เก่งคนหนึ่ง… ถึงจะไม่ค่อยอยากยอมรับก็เถอะ

แต่ว่า…

“โออิคาวะ นายหลับไปอีกหรือเปล่า เรามีซ้อ—”

“โอ๊ย อุชิวากะจัง ฉันรู้แล้วน่า!”

ไอ้นิสัยเถรตรงนี่บางทีก็ยิ่งทำให้หงุดหงิดชะมัด!

.

.

หนาวเป็นบ้า

โออิคาวะ โทรุคิดไปพลางขณะถูฝ่ามือของตน เขาเพิ่งเสร็จจากการฝึกซ้อมรอบเช้าได้ไม่นาน และกำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับเป็นชุดไปรเวท มีเป้าหมายชัดเจนในการกลับห้องเพื่อนอนพักต่อให้สมกับเป็นวันเสาร์ที่ไม่มีคลาสเรียน แต่ขณะที่กำลังฝันหวานอยู่นั้น การเคลื่อนไหวบริเวณหางตาก็ทำให้หัวคิ้วกระตุก อารมณ์ดีๆ หายวับในฉับพลัน

เขาหันไปมองอุชิจิมะ วากะโทชิ ผู้ยืนนิ่งเฝ้าประตูห้องอย่างกับยักษ์ปักหลั่น

“อุชิวากะจัง นายไม่จำเป็นต้องอยู่เฝ้าฉันทุกครั้งที่ฉันจะแก้ผ้าหรอกนะ”

“ไม่ได้หรอก เพราะโค้ชฝากนายไว้กับฉัน”

โออิคาวะกลอกตา พออีกฝ่ายอ้างมาแบบนั้นเขาก็หมดปัญญาจะเถียง ได้แต่บ่นพึมพำอยู่กับตนเอง และปล่อยให้อุชิจิมะยืนเฝ้าเขาเปลี่ยนเสื้อต่อไป

ถึงจะเป็นความจริงที่ไม่อยากยอมรับ แต่โออิคาวะก็ไม่สามารถคัดค้านการที่อุชิจิมะต้องกลายมาเป็นผู้ดูแลเขาไปได้ เหตุก็เพราะว่าโออิคาวะนั้นเป็นโอเมก้าเพียงหนึ่งเดียวในทีมที่เต็มไปด้วยอัลฟ่าและเบต้า และอุชิจิมะก็เป็นอัลฟ่าเพียงคนเดียวที่รู้จักกับโออิคาวะมาก่อน โค้ชจึงมอบหน้าที่เฝ้าดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับเขาโดยไม่ถามความสมัครใจของโออิคาวะแม้แต่นิด

อีกสาเหตุหนึ่งที่อุชิจิมะได้รับมอบหมายทั้งที่เป็นอัลฟ่า ก็คงเพราะความหัวทึบ ที่ทำให้ไม่มีแนวโน้มจะเป็นพิษภัยต่อโอเมก้าไร้คู่อย่างโออิคาวะกระมัง

โอเมก้าหนุ่มถอดชุดกีฬาชุ่มเหงื่อออก เปลี่ยนเป็นชุดลำลอง เก็บข้าวของใส่ล็อคเกอร์กับกระเป๋าสะพายข้างของตน แล้วก็ดึงเอาสเวตเตอร์สีน้ำเงินเข้มมาสวมทับ เตรียมตัวจนพร้อมจึงหันไปบอกคนยืนเฝ้าที่ทำหน้านิ่งจนติดจะดูคล้ายถมึงทึงว่าพร้อมกลับแล้ว

“นายจะกลับห้องเลยหรือเปล่า”

โออิคาวะเลิกคิ้ว “ใช่ ทำไม อุชิวากะจังจะชวนฉันไปไหน เดทเหรอ”

แกล้งหยอกไปเช่นนั้นเอง เขารู้หรอกว่าอัลฟ่าตรงหน้าไม่ได้สนใจเขาในเชิงนั้นสักนิด

อุชิจิมะส่ายหัว “ฉันจะชวนนายไปกินข้าวก่อนกลับ จะได้ไม่ต้องล้างจานกันเอง”

“หวาย อุชิวากะจังเป็นคนขี้เกียจเหรอเนี่ย”

“ก็ถ้านายล้างจานเอง ไม่ทิ้งให้ฉันล้าง ฉันคงไม่ขี้เกียจหรอก”

คนโดยกล่าวหาว่าทิ้งจานให้เพื่อนล้างกลอกตา เริ่มชินเสียแล้วกับความตรงไปตรงมานี้ อีกอย่างเขาก็ทำตัวอย่างที่อุชิจิมะว่ามาจริง จะเถียงไปก็ใช่ที่ “ได้ ถ้างั้นกินข้าวก่อนแล้วกลับหอ ฉันอยากกินราเม็ง”

ประกาศเสร็จสรรพแล้วก้าวออกจากห้องแต่งตัว รู้ว่าคู่สนทนาคงไม่มีทางเถียงหรือบ่น ตัดสินใจอย่างไรก็ได้อย่างนั้นอยู่บ่อยๆ เป็นหนึ่งในข้อดีไม่กี่ข้อที่เขาได้จากการอาศัยอยู่ร่วมกับอุชิจิมะ วากะโทชิ

“นายคงชอบกินราเม็งมาก” อุชิจิมะพูดขึ้นลอยๆ ขณะที่พวกเขามุ่งหน้าไปทางประตูทางออกมหาวิทยาลัย มีเป้าหมายเป็นร้านราเม็งร้านโปรดของโออิคาวะ ซึ่งอยู่ในระยะที่สามารถเดินเท้าไปได้

“ทำไม มีปัญหาเหรอ”

“เปล่า นายชอบอะไรก็เรื่องของนาย ฉันแค่คิดแบบนั้น”

เขากลอกตา ไม่เห็นประโยชน์ที่จะต่อบทสนทนาอีกจึงเงียบเสียงลง ก้าวเท้าไปตามทางที่เดินจนเคยคุ้น ระหว่างนั้นก็มองรอบตัว บนทางเท้ามีคู่รักเดินเกาะเกี่ยวแขนหรือจูงมือกันอยู่ทั่วไป หยอกล้อและคลอเคลียกันกระหนุงกระหนิงไม่อายฟ้าอายดิน ช่างสมกับเป็นวันที่สิบสี่กุมภาพันธ์เสียจริง

คู่หนุ่มสาวเดินสวนเขาไปเป็นคู่ที่สามของวัน โออิคาวะคิดว่าเป็นคู่หนุ่มโอเมก้ากับสาวอัลฟ่า กลิ่นที่ลอยมาแตะจมูกมันบอกเขาเช่นนั้น

ดวงแก้วสีน้ำตาลยังคงมองทางตรงหน้า สองมือซุกลงในกระเป๋ากางเกง โหยหาความอบอุ่นจากเนื้อผ้า “อุชิวากะจัง ไม่เบื่อบ้างหรือไงที่ต้องมาคอยตามฉันต้อยๆ แบบนี้”

คนโดนถามเหลือบมองเขา “ไม่นี่ โค้ชฝาก–”

“โค้ชฝากฉันไว้กับนาย ฉันรู้” โออิคาวะแทรก “แต่นั่นก็แค่ตอนอยู่ในทีมนี่ เวลาว่างไม่เห็นเกี่ยว ฉันดูแลตัวเองได้ และถ้านายมีเวลาว่างนายก็ควรจะได้พัก หรือไม่ก็ไปอยู่กับโอเมก้าสักคน–”

“นายก็เป็นโอเมก้า”

หมอนี่จะบื้อไปถึงไหน โออิคาวะชักเหนื่อยใจกับการคุยกับพ่อคนหัวทึบนี่ขึ้นทุกขณะ

“ฉันหมายถึง นายควรจะไปอยู่กับแฟนนาย” เซ็ตเตอร์หนุ่มจงใจเน้นคำสุดท้ายหนักแน่นเน้นชัดเป็นพิเศษ “หาใครสักคนที่จะเดินควงแขนกับนายวันนี้ คอยดูแลป้อนน้ำป้อนข้าวเวลานายเหนื่อย แล้วก็มีครอบครัวกับนาย”

“ไม่เห็นจำเป็น”

“ตายด้าน”

อุชิจิมะหันมองเขา สีหน้าไม่บอกความรู้สึก ไม่มีท่าทางไม่พอใจที่โดนกล่าวว่า พร้อมกันนั้นก็ก้าวเท้าซ้าย เลี้ยวผ่านหัวมุม อีกไม่กี่เมตรกจะไปถึงร้านเป้าหมาย เพียงแค่รอข้ามถนนอีกเส้นเท่านั้น “แล้วนายล่ะ อยากมีอัลฟ่าของนายหรือเปล่า”

คำถามที่ทำให้โออิคาวะขนลุกชัน รู้สึกหนาวสั่นประหนึ่งพายุหิมะพัดผ่าน ไม่อยาก ไม่อยาก ไม่อยาก เขาตอบฉับพลันอยู่ในใจ

โออิคาวะ โทรุอาจเคยรู้สึกภูมิใจเล็กๆ ที่เขาเป็นหนุ่มเนื้อหอม สาวใดก็หมายปองอยากได้เป็นแฟน บางครั้งแม้แต่หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ยังเข้ามาติดพัน แต่ครั้นความจริงปรากฏว่าที่แท้เขาเป็นโอเมก้า โออิคาวะกลับไม่นึกอยากคบหากับใครอีก เขาเพิ่มระยะห่างกับกลุ่มแฟนคลับ ตอบปฏิเสธทุกคำขอคบหาเป็นแฟน และไม่เข้าหาใครก่อนอีกเลย

เขาไม่อยากมีคนรัก ไม่เข้าใจโอเมก้าชายที่ยอมตกเป็นรองคนรักเพียงเพราะตนเป็นโอเมก้า โออิคาวะมีความทะนงตนมากเกินกว่าจะยอมรับหน้าที่เช่นนั้น เขาไม่ต้องการให้อัลฟ่าที่ไหนมาแสดงความเป็นเจ้าของ ไม่อยากโดนกลิ่นของใครมาฝังกลบความเป็นตัวของตัวเอง ประหนึ่งโดนบังคับสวมใส่เสื้อสเวตเตอร์พรมกลิ่นน้ำหอมยี่ห้อที่เขาไม่ชอบ เขามองความสัมพันธ์ระหว่างอัลฟ่ากับโอเมก้าเป็นเช่นนั้นเอง ความรักของเขาจึงกลายเป็นความรักที่มีเงื่อนไขมากมาย ไม่ใช่ใครหน้าไหนจะหยิบยื่นมาให้ได้ เขาเลือกและเลือก เลือกจนเหนื่อยและระอาเกินกว่าจะเลือกต่อไป จึงตัดสินใจปฏิเสธทุกความรักนั้นเสีย

เหนืออื่นใด โออิคาวะยังคงอยากเป็นนักกีฬาวอลเล่ย์บอลอาชีพอยู่

และการมีครอบครัวคืออุปสรรคอันใหญ่หลวงสำหรับเส้นทางความฝันของเขา

โออิคาวะรู้ตัวว่าเขาคิดมากเกินกว่าเหตุ เขาคงไม่มีครอบครัวภายในสามถึงสี่ปีนี้ ถึงแม้จะมีคนรักแต่ก็ใช่ว่าสิ่งที่ตามมาจะต้องเป็นลูกเสมอไป แต่ถึงกระนั้น สำหรับโออิคาวะ การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่าแก้ภายหลัง

ถึงจะมีอุปสรรคอื่นที่น่าสะพรึงกลัวมากกว่าอย่างเช่นปัญหาสุขภาพ เรื่องเข่าขวาอันไม่สมประกอบ หรือรอบฮีทที่ไม่ค่อยจะสม่ำเสมอเหมือนอย่างโอเมก้าคนอื่นเขา แต่ในเรื่องนี้ที่ป้องกันได้แน่นอน โออิคาวะก็คิดว่าป้องกันไว้เสียจะดีกว่า

อีกอย่าง คนที่โออิคาวะอยากให้เป็นอัลฟ่าของเขาก็มีแค่…

โอเมก้าหนุ่มหยุดเท้าเมื่อเดินมาถึงทางม้าลาย เขาเหลือบมองคนข้างกาย ฝ่ายนั้นเองก็หยุดรอสัญญาณไฟเช่นกัน ถึงแม้จะยังไม่ได้รับคำตอบจากโออิคาวะ แต่ดูเหมือนอันที่จริงอุชิจิมะจะถามไปอย่างนั้นเอง ไม่ได้ต้องการคำตอบจริงจัง เขาจึงไม่ทวงถามคำตอบ

เขาเห็นอุชิจิมะกะพริบตา หนึ่งที สองที ก่อนจะหันหาเขา ยกมือซ้ายขึ้นชี้ไปฝั่งตรงข้ามของถนน

“อิวะอิสึมิ”

“หา”

“ตรงนั้น”

โออิคาวะหัวเราะออกมา “จะเป็นไปได้ยังไงกัน อุชิวากะจัง อิวะจังอยู่ที่นี่เสียที่ไหน” ปากบอกปฏิเสธ แต่เขาก็เบนสายตาไปยังทิศที่คู่สนทนาชี้ ตั้งใจดูให้เห็นกับตาตัวเอง อิวะอิสึมิจะอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ถ้าจะมาก็น่าจะบอกเขาสิ

โออิคาวะมั่นใจเช่นนั้น

แต่คนที่อยู่ตรงหน้าคืออิวะอิสึมิ ฮาจิเมะจริงๆ

เขาช๊อค ยืนนิ่งไป จับจ้องคนตรงหน้าไม่ละสายตา อิวะอิสึมิมองกลับมา ใบหน้าเรียบเฉย และระยะห่างระหว่างพวกเขาก็ไกลเกินกว่าที่โออิคาวะจะบอกได้ว่านัยน์ตาคู่นั้นกำลังแสดงความรู้สึกเช่นไร

ห้วงคิดเต็มไปด้วยความสับสน

อิวะจัง ทำไม ทำไม ทำไม

ทำไมถึงอยู่ที่ตรงนี้ ในโตเกียว โดยไม่บอกเขาว่าจะมา

ทำไมถึงไม่ติดต่อ อันที่จริงพวกเขาไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยนับแต่โออิคาวะกลับบ้านครั้งล่าสุด โออิคาวะคิดว่าอีกฝ่ายคงยุ่งจนไม่มีแม้แต่เวลาจะตอบข้อความ

แต่อิวะอิสึมิกลับมาโตเกียวโดยไม่บอกกล่าวเขาสักคำ

สัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียวสำหรับทางเดินเท้า อุชิจิมะก้าวนำเขาไปก่อนหนึ่งก้าว ดึงสติเขาให้รู้ว่าตนต้องเดินข้ามถนนเสียที

เดินไป พุ่งไปหาอิวะอิสึมิ ถามให้คลายข้อสงสัยทุกประการในใจ

ทว่าเพื่อนสนิทสมัยเด็กของเขากลับหมุนตัวหันหลัง ก้าวเร็วๆ เข้าไปในฝูงชน แทนที่จะเดินข้ามถนน หรือเดินมาหาโออิคาวะ

เขามั่นใจในตอนนั้นเองว่ามีบางอย่างผิดปกติ

“อิวะจัง!”

โออิคาวะแทรกตัวเบียดผ่านกลุ่มคนรอบกาย ตะโกนสุดเสียงหมายรั้งเจ้าของชื่อเอาไว้

แต่อิวะอิสึมิก็ยังเดินห่างออกไป ไกลขึ้น ไกลขึ้น

ไกลออกไปทุกที

ฮาจิเมะ!”

แล้วอิวะอิสึมิ ฮาจิเมะก็หายไปจากสายตาในที่สุด

อุชิจิมะดึงต้นแขนของเขาเอาไว้ พึมพำบางสิ่งอยู่ใกล้ๆ ได้ใจความทำนองว่า จะไปไหน เดี๋ยวหลงทาง หรือ นายเสียงดังเกินไปแล้ว แต่โออิคาวะไม่สนใจ เขาพยายามสะบัดแขนออก แต่เอซประจำทีมไม่ปล่อยให้เขาทำเช่นนั้น

อิวะจัง อิวะจัง อิวะจัง

เขาพร่ำรำพันชื่อของอิวะอิสึมิอยู่เนิ่นนาน แม้กระทั่งตอนที่สองขาพาตนเองเดินเข้าร้านอาหารที่ตั้งใจมาแต่แรก เขาก็ยังคงเฝ้าพึมพำอยู่เรื่อยไป

ทำไมถึงหนีหน้ากันไป

โออิคาวะบีบแขนตัวเองแน่น จิกผิวเนื้อของตนผ่านเสื้อสเวตเตอร์ อากาศหนาวจากไปแล้วเมื่อก้าวเท้าเข้าร้านราเม็ง กระนั้นความหนาวใจกลับยังคงอยู่เต็มเปี่ยม

ทำไม

เขาได้แต่ถามคำถามอันไร้คำตอบกับตนเองซ้ำไปมาอยู่แบบนั้นเอง

.

.

NEXT


 

A/N:

เป็นตอนที่ใช้เวลาเขียนนานอีกตอนค่ะ ฮา
ถึงบทจะไม่ได้มากมายอะไร แต่เขียนอุชินี่ก็สนุกดีนะคะ /ป้อนความบื้อลงไป–

อิวะจังโผล่มาแว้บเดียวในตอนนี้อีกแล้ว แต่เรื่องนี้อิวะจังเป็นคนค่าตัวแพงก็ต้องมาแล้วไปเร็วๆ แบบนี้แหละโออิ–

ช่วงเดือนนี้คาดว่าเราจะงานยุ่งมากทีเดียว และก็ไม่มีตอนสต๊อกไว้แล้วด้วย ถ้าจากนี้ไปเรื่องนี้จะหายไปเป็นอาทิตย์วันอาทิตย์หรือหายตลอดเดือน ก็ขออภัยล่วงหน้านะคะ o r z

Advertisements

One thought on “[HQ!!] Where My Love Goes: (6) leave the scents on this sweater

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s