[HQ!!] Hey bro, there’s a huge problem with this laundromat

Hey bro, there’s a huge problem with this laundromat
brief mention of bokuaka. hq!! abo au. pg-13. romance, mild angst.
written for novelber ’16 challenge. part of ‘instinct: omegaverse au’ series.

content warning:
– ฟิคเรื่องนี้มี alpha/beta/omega dynamics
– และมีการกล่าวถึง mpreg (male pregnancy)
– ถึงจะไม่มีฉาก explicit แต่ถ้าไม่นิยม abo แนะนำให้หลีกเลี่ยงค่ะ

.

.

ฮานามากิ ทาคาฮิโระคิดว่าเขาเคยชินกับคนเสียงดังในระดับหนึ่ง

อย่างแรก เขาเองนั่นแหละที่เป็นพวกชอบส่งเสียงดังโหวกเหวกและก่อกวนคนอื่นเขาไปทั่ว เป็นมาตั้งแต่เด็กแล้วและหนักข้อเข้าเมื่อเข้าช่วงชั้นมัธยมปลาย อย่างที่สอง เพื่อนของเขาหลายคนเป็นพวกจอมวุ่นวาย ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือโออิคาวะ โทรุ ที่เป็นจอมโอเวอร์ แสดงออกแบบให้ร้อยเล่นล้านตลอดเวลา

ฉะนั้น กับอีแค่เรื่องเสียงดังหนวกหูนี่ ไม่มีทางเสียหรอกที่จะทำให้เขาหงุดหงิดรำคาญใจได้ง่ายๆ

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ…

เจ้าผู้ชายหัวขาวๆ เทาๆ ข้างๆ นี่ช่างเสียงดังเกินขีดจำกัดเสียจริง

“อ๋าาา หาย หายไปไหน!”

คนแปลกหน้าข้างตัวส่งเสียงโอดครวญดังลั่น สองมือควานหาอะไรสักอย่างอย่างเอาเป็นเอาตายขณะยืนอยู่หน้าเครื่องซักผ้าอัตโนมัติที่ห่างจากเขาไปสองเครื่อง

เสียงดังจนรู้สึกว่าขี้หูเต้นระบำเลยแฮะ

ฮานามากิคิดขณะโกยเสื้อผ้าของตัวเองโยนเข้าตู้ซักผ้า เทผงซักฟอกปริมาณพอเหมาะลงในช่องแล้วปิดประตูดังปึง เสียงไม่ดังมากนักแต่ก็มากพอจะทำให้คนข้างๆ สะดุ้งแล้วหันมาทำตาโตมองเขา

เห็นแล้วคิดถึงเพื่อนเก่าแปลกๆ สไตล์จ่ายร้อยเล่นล้านเหมือนกันเด๊ะ

เขาค้อมหัวลงเล็กน้อยเป็นเชิงขอโทษ แล้วหันกลับไปสนใจเครื่องซักผ้าต่อ หยอดเหรียญร้อยเยนลงตู้ ก่อนจะรอให้เครื่องจักรส่งเสียงกึงกังทำงานของมันให้สมกับค่าเงินที่จ่ายไป

ตัวเลขบอกเวลาเสร็จสิ้นกระบวนการซักผ้าปรากฏขึ้นบนเครื่อง ฮานามากิจดจำตัวเลขนั้นไว้ในใจแล้วหมุนตัวก้าวเท้าออกจากห้อง ยังรู้สึกได้ถึงสายตาของคนแปลกหน้าเพียงหนึ่งเดียวที่อยู่บริเวณใกล้กันจดจ้องมาทางเขา แต่ฮานามากิไม่ได้สนใจจะหันกลับไปมอง คิดแต่อยากจะกลับขึ้นห้องพักเร็วๆ เท่านั้น

“เฮ้ นา…”

ได้ยินเสียงตะโกนไล่หลังตามมา แต่พอหันกลับไปก็พบว่าอีกฝ่ายไม่ได้วิ่งตามออกมาจากบริเวณเครื่องซักผ้าอัตโนมัติแต่อย่างใด เขาจึงเพียงแค่เลิกคิ้วนิดเป็นเชิงสงสัย ก่อนจะเดินตามทางกลับสู่ห้องพักของตนต่อไป

.

.

เจอกันรอบสองนี่ยังถือว่าน่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ

สัปดาห์ถัดมา เขาลงจากห้องนอนของตัวเองพร้อมตะกร้าผ้าใบใหญ่เพื่อมาใช้บริการเครื่องซักผ้าอัตโนมัติประจำหอ เพื่อพบว่าผู้ชายเสียงดังคนเดิมก็อยู่ที่เดียวกันเหมือนเดิม

เพียงแต่คราวนี้เขาไม่ได้อยู่คนเดียว แต่อยู่กับชายผมดำตัวสูงไล่เลี่ยกัน ชายคนเดิมยังคงโวยวายเสียงดัง อย่างไม่ได้สนใจสายตาอิดหนาระอาใจของคนข้างตัวแม้แต่น้อย

“อาคาอาชิ ฉันลืมหยิบเหรียญมาอีกแล้วอะ!”

“คุณโบคุโตะ… คุณนี่นะ”

“ก็คนมันลืมนี่!”

ฮานามากิฟังแล้วสันนิษฐานเสร็จสรรพว่าครั้งที่แล้วคงลืมหยิบเหรียญลงมาเหมือนคราวนี้แน่ เขาโยนผ้าเข้าเครื่องซักผ้าพลางยืนฟังทั้งสองคนถกเถียงกันสักพัก ก่อนที่ฝ่ายเจ้าของนามอาคาอาชิจะเป็นคนยอมโอนอ่อน หยิบเหรียญออกจากกระเป๋าเงินส่งให้ชายที่ชื่อโบคุโตะเพื่อเป็นการยุติการโต้เถียง

ว่าแต่… ชื่อโบคุโตะนี่มันคุ้นๆ แฮะ

เขาเหลือบมองสองคนข้างตัว พร้อมกับปิดฝาตู้เครื่องซักผ้า เป็นจังหวะเดียวกับที่ทางนั้นก็หันมามองเขาเหมือนกันพอดี

โอ๊ะ

“นาย!” โบคุโตะตะโกนเสียงดัง ชี้นิ้วมาทางเขา ท่าทางโหวกเหวกทำให้ฮานามากิต้องคิดทบทวนว่าเขาเผลอทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจในครั้งก่อนหรือเปล่า “คนเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่ เจอกันอีกแล้ว! บังเอิญจริงๆ !”

“เอ้อ… ใช่” เพราะไม่รู้จะตอบอะไรมากไปกว่านั้น เลยทำได้แค่หยักหน้าหงึกหงักสองที

กับอีแค่จะทักเรื่องนี้ ไม่ต้องเสียงดังมากนักก็ได้ไหมนะ!

อาคาอาชิค้อมศีรษะลงทีหนึ่ง “ขอโทษด้วยนะครับ อย่าถือสาคุณโบคุโตะเลย”

“เฮ้! อาคาอาชิ พูดงี้หมายความว่าไงน่ะ!”

“เอ้อ… ฉัน ฮานามากิ” ไหนๆ ทางนั้นเขาก็บอกชื่อเสียงเรียงนามกันเสร็จสรรพ ฮานามากิเลยคิดว่าถ้าเขาไม่แนะนำตัวเองอาจจะดูเป็นการหยาบคายมากไปหน่อย “และไม่เป็นไร ปกติเพื่อนๆ ฉันก็หนวกหูแบบนี้เหมือนกันแหละ ชินแล้ว”

“ฮานามากิ!” โบคุโตะยังคงไม่ลดระดับเสียงใสตอนที่ตะโกนเรียกชื่อเขา “นายอยู่หอนี้มานานหรือยังน่ะ”

เขาส่ายหัว “เพิ่งย้ายมา ฉันเพิ่งเข้ามาเรียนโตเกียวเดือนนี้”

ประเมินด้วยสายตาแล้ว เขาคาดเดาว่าอีกฝ่ายคงอายุไม่ห่างจากเขามากนัก เผลอๆ อาจเป็นรุ่นเดียวกันด้วยซ้ำ

แต่ยิ่งมองทั้งชื่อทั้งหน้านี่มันยิ่งคุ้นชะมัด ให้ตายสิ

เขาตัดบทขอตัวก่อนที่จะเสียเวลาหน้าตู้ซักผ้าอัตโนมัติไปนานกว่านี้ โบคุโตะโบกมือลาเขาด้วยท่าทางเปี่ยมล้นพลังงาน ขณะที่อาคาอาชิยังคงค้อมศีรษะทีหนึ่งด้วยท่าทางสุภาพตามเดิม ก่อนทั้งคู่จะเริ่มคุยกันอีกครั้ง

“คุณโบคุโตะ คุณไม่ใช่เด็กแล้วนะครับ…”

“อะไรกัน ลืมแค่นี้เอง อาคาอาชิก็อยู่กับฉันนี่นา”

โบคุโตะกับอาคาอาชิ

ฮานามากิเบิกตากว้างตอนที่เดินจากสองคนนั้นมาได้พักใหญ่แล้ว นึกออกเสียทีว่าคุ้นชื่อมาจากที่ไหน

เอซกับเซ็ตเตอร์แห่งฟุคุโรดานิ ทีมอันดับต้นๆ ในระดับประเทศ

นักกีฬาวอลเล่ย์บอลเหมือนกันนี่เอง

ใช้เวลานานนักกว่าจะนึกออก เพราะภาพโบคุโตะ โคทาโร่ที่เขาจำได้คือชายผมตั้งทรงประหลาดเหลือ แต่โบคุโตะที่เขาพบเจอมาสองครั้งนี้อยู่ในสภาพผมตกลู่เรียบแปล้ เพราะอย่างนั้นถึงได้แต่คลับคล้ายคลับคลา นึกไม่ออกเสียที

อีกอย่างเขาไม่ใช่เจ้าบ้าวอลเล่ย์บอลเหมือนอย่างโออิคาวะด้วย

นึกถึงเพื่อนเก่าอีกทีหนึ่งด้วยความรักและคิดถึง ไม่รู้ป่านนี้จะจามไปกี่รอบแล้วเพราะรู้สึกเขาจะบ่นปนนินทาถึงหลายรอบเสียเหลือเกิน

.

.

ตอนพบกันครั้งที่สาม โบคุโตะก็ยังคงโวยวายว่าอะไรสักอย่างของเขาหายไป

“ฮานามากิ! เห็นตะกร้าผ้าของฉันไหม”

เขาชะงัก หันมองซ้ายขวาก่อนจะส่ายหัว นึกอยู่ในใจว่าเขาเพิ่งก้าวเท้าเข้าห้องมาเมื่อตะกี้ จะไปตรัสรู้ได้อย่างไรว่าตะกร้าผ้าของโบคุโตะหายไปไหน

“โอย” คนทำของหายเป็นรอบที่สามทรุดตัวลงกับพื้น นั่งยองๆ กุมศีรษะด้วยท่าทีกลัดกลุ้มจัดจนน่าสงสาร “จะทำยังไงล่ะเนี่ย แบบนี้จะเอาเสื้อผ้าขึ้นไปยังไงเล่า”

หลังจากจัดการโยนเสื้อผ้าเข้าตู้และหยอดเหรียญลงเครื่องเรียบร้อย ฮานามากิก็หันไปตั้งท่าจะสนทนาโต้ตอบกับโบคุโตะ แต่ยังไม่ทันเปล่งเสียงพยางค์แรก ก็มีเสียงทุ้มดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน

“โบคุโตะ ตะกร้านายอยู่กับฉัน”

เจ้าของเสียงเป็นชายผมดำร่างสูง เขาโผล่หน้าผ่านประตูเข้ามาหาโบคุโตะ ในมือมีตะกร้าผ้าเจ้าปัญหาที่ทำให้คนเสียงดังยิ่งทวีความเสียงดังมากกว่าเดิมเป็นเท่าทวีคูณ

นี่ก็หน้าคุ้น ฮานามากิครุ่นคิดขณะไล่สายตากวาดมองคนมาใหม่จากหัวจรดปลายเท้า ซึ่งคราวนี้เขาไม่ต้องใช้เวลาคิดนานนักก็นึกออกแทบจะในทันที ก็ทรงผมที่เซ็ตจนชี้แบบนั้นเป็นเอกลักษณ์ใช่น้อยเสียที่ไหน

“คุโรโอะ!” เสียงของโบคุโตะช่วยเฉลยนามของคนมาใหม่หน้าคุ้น ซึ่งเป็นชื่อที่อยู่ในใจเขาพอดี

คุโรโอะ เท็ตสึโร่ก้าวฉับๆ เข้าหาเพื่อน วางตะกร้าเปล่าลงกับพื้น “อะ คืน พอดีฉันลืมหยิบตะกร้าลงมา”

ฮานามากิได้ยินเสียงบ่นขรมของโบคุโตะตามหลังมาตอนที่เขาก้าวออกจากห้อง ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็เสียงดังเสมอเสียจริง และยังลืมของอยู่เป็นประจำอีกด้วย

ครั้งหน้าที่เจอกันจะลืมอะไรอีกนะ เขานึกสงสัยปนขบขันอยู่ในใจ

.

.

ทว่าโบคุโตะกลับไม่ลืมอะไรสักอย่างในครั้งถัดมาที่เจอกัน

เป็นเหตุการณ์ในสองอาทิตย์ให้หลัง ฮานามากิคว้าตะกร้าผ้าใช้แล้วลงไปยังชั้นหนึ่งของหอเพื่อใช้เครื่องซักผ้าอัตโนมัติตามเคย เขาไม่รู้สึกแปลกใจสักเท่าไรแล้วเมื่อพบอดีตเอซและกัปตันแห่งทีมวอลเล่ย์บอลฟุคุโรดานิยืนอยู่หน้าเครื่องซักผ้า กลับเป็นภาพที่เห็นทุกครั้งที่ลงมาซักผ้าจนชินตา ชนิดที่ว่าถ้าเขาไม่เจออีกฝ่ายคงจะรู้สึกกังวลใจขึ้นมาเสียมากกว่า

โบคุโตะยืนกอดอกมองเครื่องซักผ้าที่มีตัวเลขบอกเวลาว่าเหลืออีกเพียงห้านาทีการซักผ้าก็จะเสร็จสิ้น ชายหนุ่มสวมเสื้อยืดขาวหลวมโพรกซึ่งมีคำคมเขียนอยู่ที่ด้านหลังเสื้อ และกางเกงบ๊อกเซอร์สีเทาซึ่งเกาะขอบสะโพกเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่เสียเหลือเกิน

ทั้งที่มองผ่านๆ แล้วเขาก็คิดว่าคนตรงหน้าไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิมสักเท่าใดนัก ทรงผมเรียบแปล้เวลาลงมาซักผ้านั่นก็ยังเรียบสนิทเหมือนเดิม แต่มีอะไรบางอย่างที่ดูจะเปลี่ยนไป

“โบคุโตะ”

“อ้าว เฮ้เฮ้ ฮานามากิ ว่าไง” รอยยิ้มกว้างนั่นก็ยังทักทายเขาเหมือนเดิม แต่ยิ่งเดินเข้าใกล้โบคุโตะ ฮานามากิก็ยิ่งรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างแปลกๆ

“ก็ดี เออใช่ นาย…” เขากำลังจะชวนอีกฝ่ายคุยเรื่องหนังแอคชั่นเรื่องใหม่ที่เพิ่งเข้าโรงอยู่แล้ว แต่ก็ต้องชะงักลงเมื่อได้กลิ่นหอมที่ให้บรรยากาศประหนึ่งอยู่ในป่าใหญ่ลอยมาแตะจมูก นอกจากนั้นยังผสานด้วยกลิ่นที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเสมือนพักผ่อนอยู่ริมธารน้ำ เพียงแต่ว่ากลิ่นหลังนั้นเบาบางกว่ากลิ่นแรกอย่างมาก

…นั่นไง เขารู้แล้วว่ามีอะไรแปลกๆ

ฮานามากิจ้องอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ พอเพ่งมองดูให้ดีแล้วถึงเห็นว่าใต้เสื้อตัวใหญ่ที่โบคุโตะใส่อยู่นั่นมีร่องรอยรักฝากไว้อยู่แถวแผ่นหลัง

อะฮ้า

“ตอนนี้อาคาอาชิอยู่ห้องนายเหรอ” เจ้าของผมสีอ่อนว่าพลางส่งยิ้มกรุ้มกริ่ม ทำจมูกดมกลิ่นฟุดฟิดแบบจงใจให้โบคุโตะรู้ว่าเขาได้กลิ่นนะ กลิ่นของอัลฟ่าวัยเจริญพันธุ์ปะปนกับโอเมก้าที่กำลังเย้ายวนนั่นน่ะ

โบคุโตะตัวแข็งทื่อไปทันทีที่โดนเขาทัก รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้า ถูกแทนที่ด้วยสีหน้าจริงจังและดูน่าเกรงขามอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

สีหน้าของอัลฟ่าที่กำลัง… หวงของ

อุหวา

ฮานามากิรีบชูสองมือขึ้นเป็นเชิงว่ายอมแพ้ โยนผ้าลงเครื่องโครมๆ เทผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มด้วยความไวสูง ปิดประตู แล้วหยอดเหรียญร้อยเยนตามเป็นอันจบพิธีการใช้เครื่องซักผ้าที่เขาใช้ประจำจนจำวิธีได้ขึ้นใจ

เสร็จแล้วก็ก้าวฉับๆ ออกไปจากห้อง ไม่คิดจะเอ่ยชวนโบคุโตะสนทนาใดๆ อีกในวันนี้

ก็เขาน่ะมันเป็นเบต้า ถึงจะไม่ได้กลัวอัลฟ่า แต่ไปแหย่ของรักของหวงอัลฟ่าเข้าแบบนั้น เป็นใครก็ต้องเผ่นหนีก่อนทั้งนั้นแหละ ไม่อย่างนั้นต่อให้เป็นเพื่อนก็เถอะ น่ากลัวจะโดนขู่ทำร้ายเสียเปล่า

เฮ้อ อัลฟ่ากับโอเมก้านี่วุ่นวายเสียจริง เกิดเป็นเบต้านี่แหละดีที่สุด!

.

.

END(?)


A/N:

สัปดาห์นี้ไม่มี WMLG แต่เป็น side story มาคั่นเวลาค่ะ
ความจริงคือตอนที่เขียนช่วงเดือนพ.ย. เขียนไล่ตาม theme แต่ละวัน แล้วตอนนี้เป็นของวันที่สี่พอดี เนื้อเรื่องเลยเรียงกันมา
ก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของซีรี่ย์อมกว.นี้อยู่นั่นเองค่ะ

สารภาพค่ะว่าบคอคเขียนยากมาก… ชอบคู่นี้นะ แต่คงไม่เขียนแยกแน่เลยค่ะ 555

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s