[HQ!!] AIEL: Drink, Drank, Drunk

Drink, Drank, Drunk
matsuhana. hq!! doctor au. r.
part of ‘an adventure in everyday life of goshiki tsutomu’ series.

.

.

“ฮิโระ เราจบกันเท่านี้เถอะ”

นั่นคือเสียงสวัสดีปีใหม่จากแฟนสาวที่คบกันมาแปดเดือนของเขา

ฮานามากิ ทาคาฮิโระถือโทรศัพท์ค้างไว้ในมือ เสียงพลุเฉลิมฉลองด้านนอกดังสนั่น แต่กลับไม่สามารถกลบเสียงสาวเจ้าที่กำลังไล่เรียงสารพัดเหตุผลของการบอกเลิกในวันปีใหม่ได้เลย

“ฮิโระไม่ค่อยมีเวลาให้ฉันเหมือนแต่ก่อน” เขาได้ยินเสียงเจ้าหล่อนว่า พยายามทำเสียงให้ฟังดูรู้สึกผิด แต่ฮานามากิรู้ดีว่าหล่อนไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นสักนิด “ฉันรู้ว่าฮิโระเป็นหมอ งานยุ่ง ตารางเวลาไม่แน่นอน แต่ว่า…”

โกหกทั้งเพ เขานึกย้อนอยู่ในใจ หมอตาอย่างเขาไม่ได้มีภาระหน้าที่หนักหน่วงอย่างหมอศัลยกรรมหรืออายุรกรรม จริงอยู่ว่าช่วงเวลาราชการก็วุ่นวายไม่แพ้กัน แต่เขามีเวลาพักมากกว่าหมอคนอื่นตั้งเท่าไร

แล้วเอาที่ไหนมาพูดว่าเขาไม่มีเวลาให้

มีคนอื่นเห็นๆ

“ช่างเถอะ” เขาว่า ยักไหล่ แม้จะรู้ดีว่าปลายสายมองไม่เห็น “จบก็จบ”

“ฮิโระ ฉัน…”

“ขอให้โชคดีกับคนใหม่แล้วกัน อ้อ แล้วถ้าคิดจะนอกใจลับหลังอีก ก็หัดเก็บถุงยางใช้แล้วไปทิ้งให้มิดชิดหน่อยนะ”

ฮานามากิตัดสาย หัวเราะเบาๆ กับตัวเอง รู้สึกมีชัยชนะอย่างบอกไม่ถูก

ห้านาทีหลังจากนั้น ความว่างเปล่าก็เข้ามาแทนที่ แล้วน้ำตาจึงหยดลงอาบข้างแก้มของเขาเงียบๆ

.

.

สองสัปดาห์ให้หลัง ชีวิตของเขายังไม่ลงตัวสักเท่าไรนัก

ความรู้สึกเคว้งคว้างยังคงอยู่ที่เดิม อยู่ตรงบริเวณรูโหว่กลางใจที่โดนเจาะคว้านอย่างกะทันหัน ระยะเวลาแปดเดือนที่คบหากันอาจไม่ได้นานสักเท่าไรนัก แต่ฮานามากิคิดอย่างจริงจังว่าบางทีผู้หญิงคนนี้อาจใช่คนที่เขาเฝ้าตามหา

จนกระทั่งเขาพบหลักฐานตำตาคาถังขยะในห้องของเธอ

ตอนแรกฮานามากิคิดว่าเขาจะทำเป็นไม่สนใจ เขาชอบเธอมากพอที่จะทำตัวใจกว้างแล้วรอให้เธอกลับใจ แต่ยิ่งวันเขากลับยิ่งพบมันบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ฮานามากิพยายามปลอบใจตัวเอง คิดว่าอนาคตอาจเปลี่ยนแปลงได้ คิดว่าสักวันเธอคงคิดได้ว่าใครคือคนที่รักเธอจริง

ซึ่งเป็นความคิดที่โง่ชะมัด

ฮานามากิรู้ชัดว่าตัวเองโดนสวมเขามาตลอดเอาก็วันที่เธอบอกเลิกกับเขานี่เอง เห็นได้ชัดว่าหล่อนคงไม่ได้คิดจริงจังกับเขามาตั้งแต่แรกแล้ว แถมยังยกเหตุผลข้างๆ คูๆ มาใช้บอกเลิกกับเขาอีกต่างหาก

ถึงจะบ้างานแต่ก็ต้องไม่บกพร่องหน้าที่แฟน นั่นคือคติของฮานามากิ ทาคาฮิโระ

เขามีเวลาว่างเท่าไรก็ให้เธอไปจนแทบหมด เสาร์อาทิตย์ที่เคยใช้เที่ยวกับเพื่อนฝูงเป็นประจำ เขาก็ยกให้เป็นเวลาเดทกับเธอแทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมง เธอขออะไรเขาก็ให้ไม่อิดออด แล้วจะมาบอกว่าเขาไม่ใส่ใจอยู่อีกหรือ

ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด ปะปนไปกับความเศร้า เป็นความรู้สึกอันรุนแรงและไร้ระเบียบตามประสาคนอกหัก ชั่วขณะหนึ่งเขานั่งหัวเราะกับเพื่อนร่วมงานตามประสา แต่อีกมุมหนึ่งเขากลับนั่งเงียบอยู่คนเดียวอย่างผิดวิสัยจนไม่มีใครกล้าทัก

อากัปกิริยาของเขาคงน่าสมเพชจนเพื่อนทนดูไม่ได้ หลังเลิกงานในศุกร์สัปดาห์ที่สามของปีใหม่ โออิคาวะ โทรุ หมอหนุ่มรูปหล่อแห่งภาคศัลยกรรมกระดูกจึงพุ่งมาลากคอเขาออกจากโรงพยาบาล บีบบังคับให้ไปด้วยกันโดยไม่รับฟังคำตอบรับหรือปฏิเสธใดๆ

“เฮ้ย จะพาฉันไปไหนน่ะ โออิคาวะ”

โออิคาวะหันมาขยิบตาหนึ่งที เอาอีกมือที่ว่างชูสองนิ้วโชว์ “ดื่มไง! นี่มันคืนวันศุกร์นะ ต้องไปสนุกสุดเหวี่ยงสิ!”

ฮานามากิรับฟังแล้วหันซ้ายขวา พวกเขาก้าวเท้าออกจากโรงพยาบาลไปบริเวณที่จอดรถกันสองคน โออิคาวะกำลังมองหารถของตัวเองอยู่ “ฉันกับนาย?”

“ใช่ ฉันกับนาย เดี๋ยวมีคนอื่นตามไปทีหลัง”

“แล้วแม่นายล่ะ?”

“แม่?” โออิคาวะเลิกคิ้ว สังเกตเห็นรถยนต์สีแดงของตัวเอง จึงล้วงเอากุญแจรถออกมาปลดล๊อคแล้วเปิดประตูฝั่งที่นั่งคนขับ

“อิวะอิสึมิไง” ฮานามากิก้าวไปฝั่งข้างคนขับ ยกยิ้มกวนประสาทอันเป็นเอกลักษณ์ให้คนที่กำลังงง “หรือฉันควรจะถามว่า แล้วแฟนนายล่ะ?”

“แฟนเฟินอะไร แม่นั่นแหละถูกแล้ว” คนโดนแซวไม่เดือดร้อนแม้แต่น้อย ซ้ำยังตอบกลับด้วยท่าทีสบายๆ ขณะเปิดเครื่องรถอีกต่างหาก ฮานามากิหน้าบูด ไม่สนุกเลยสักนิด “อิวะจังยังดูคนไข้ในวอร์ดอยู่ เดี๋ยวจะตามไปน่ะ”

เขาส่งเสียงอืมอือรับในลำคอ คาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อยแล้วนั่งกอดอก ปล่อยให้เพื่อนขับรถไปเรื่อยขณะตนเองนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างรถ จมอยู่กับความคิดของตัวเอง ฝ่ายโออิคาวะก็พูดเจื้อยแจ้วไปเรื่อย จนกระทั่งผ่านไปสักพักคนขับรถคงหมดเรื่องจะเล่า เขาจึงเปิดเพลงในรถแทน

ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง ฮานามากิพบว่าตัวเองยืนอยู่หน้าบาร์แห่งหนึ่ง มีโออิคาวะยืนอยู่ข้างกัน ก่อนที่นายหมอกระดูกจะผลักหลังของหมอตาให้เดินเข้าร้าน เสียงเพลงป๊อปนำสมัยจากวงดนตรีรับเชิญดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท ช่วยคลายอารมณ์เศร้าหมองของฮานามากิลงไปได้เล็กน้อย

โออิคาวะโอบไหล่เขา ลากไปสั่งเครื่องดื่มอย่างแรงให้เขาโดยไม่มีการถามความเห็น รับแก้วเครื่องดื่มมาแล้วจึงควงแขนฮานามากิไปหาที่นั่ง ใช้เวลาอยู่นานพอสมควรเพราะต้องหาที่ว่างหลายที่เผื่อที่ให้คนที่จะตามมาสมทบ

เขาทิ้งตัวลงนั่ง พิงหลังกับเบาะนุ่ม มองเพื่อนร่วมงานที่นั่งจิบแอลกอฮอลสบายอารมณ์ “โออิคาวะ”

“หืม”

“สั่งของแบบนี้จะดีเรอะ”

“หา ทำไมล่ะ”

“นายดื่มเยอะแล้วเมาเละเทะทุกที เดี๋ยวอิวะอิสึมิจะเฉ่งฉันเอา”

“หยาบคาย ระดับคุณโออิคาวะน่ะถึงเมาก็ยังดูดีนะ” นายหมอกระดูกยกมือขึ้นทาบอก ทำท่าสะเทือนใจที่ดูยังไงก็เสแสร้ง

ฮานามากิเบ้ปาก ทำหน้าเหม็นเบื่ออย่างไม่ปิดบัง “นายนี่มีตอนที่ดูดีด้วยเหรอ”

“ใจร้าย!”

เขาหัวเราะเบาๆ โคลงศีรษะไปมาแล้วจิบเครื่องดื่มตาม นั่งฟังเสียงเพลงที่เปลี่ยนไปเล่นจังหวะช้าคลอบรรยากาศ

ตอนแรกฮานามากิก็ไม่ค่อยอยากจะมาสักเท่าไรนักหรอก แต่พอเพื่อนชวนแบบบีบบังคับ เขาก็ขี้คร้านจะปฏิเสธ เลยยอมปล่อยให้ตัวเองโดนลากมาจนถึงที่

ตอนนี้เขาคิดว่าดีแล้วที่ไม่ปล่อยให้ตัวเองกลับไปนั่งแกร่วอยู่ที่ห้องคนเดียว

พวกเขานั่งคุยสัพเพเหระกันสองคนอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง เพื่อนร่วมงานคนอื่นก็เริ่มตามมาสมทบ วงสนทนาใหญ่ขึ้นพร้อมกับเสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ

บทเพลงในร้านเปลี่ยนเป็นเพลงร๊อคจังหวะดุดันเอาตอนที่อิวะอิสึมิเดินเข้ามาในร้าน และเห็นโออิคาวะกำลังกรึ่มได้ที่ เอนหน้าแดงๆ ซบไหล่คุโรโอะ เท็ตสึโร่ หมออีอาที่เพิ่งลงเวรเช้า จึงมาสังสรรค์กับพวกเขาได้

โอ๊ะโอ ฮานามากิสังเกตเห็นสีหน้าหงุดหงิดของนายหมอศัลยกรรม ถึงแสงไฟจะสลัวแต่หัวคิ้วขมวดนั้นเป็นสิ่งที่สังเกตได้ง่ายมาก

“เฮ้ย ไอ้ขี้เมาคาวะ นายจะก่อกวนชาวบ้านไปถึงไหน”

“เอ๋ อิวะจัง ฉันทำอะไรผิดอ้ะะะ” โอดครวญแล้วกอดคอคุโรโอะแน่นขึ้น บ่นงึมงำใส่ต้นคอคนข้างตัว ฝ่ายนายผมดำก็โอบรอบเอวคนเมาแน่น และถ้าฮานามากิดูไม่ผิด เขาว่าเขาเห็นมือนั่นเลื่อนต่ำลงไปเรื่อยๆ เสียด้วย

สงสัยคุโรโอะจะอยากตายก่อนวัยอันควร

ก่อนที่จะเกิดคดีฆาตกรรมขึ้นกลางโต๊ะ ฮานามากิก็ตัดสินใจลุกไปทางบาร์ ตั้งใจไปหาเครื่องดื่มเพิ่มมาไว้นั่งจิบดูละครหลังข่าวของคนปากไม่ตรงกับใจ

ให้ตายเถอะ ใครๆ ก็รู้ว่าอิวะอิสึมิน่ะถูกใจโออิคาวะมาแต่ไหนแต่ไร มีก็แต่สองคนนั้นกระมังที่ทำตาบอดมองไม่เห็นความจริงอยู่นั่น

อย่างว่า ความรักทำให้คนตาบอด

เขาเองก็ตาบอดสนิทมาแล้ว

พอออกมาอยู่คนเดียว ห้วงคิดก็วนกลับไปอยู่ที่เรื่องเดิม เขาส่ายหัว เรียกบาร์เทนเดอร์มาสั่งของที่ต้องการ เสร็จแล้วก็นั่งรอตามคิว

ตอนนั้นเองที่เขาสังเกตเห็นแก้วกองพะเนินของคนแปลกหน้าข้างตัว เป็นหนุ่มผมดำคิ้วหนาที่นั่งจิบเครื่องดื่มมึนเมาสารพัดชนิดด้วยสีหน้าตายสนิท

ช่างเป็นภาพที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย

“ดื่มเยอะขนาดนั้น ไม่มึนบ้างเหรอ” ความสนอกสนใจทำให้เขาเอ่ยทักออกไป ฝ่ายคนโดนทักหันมามองเขาอย่างไม่สะดุ้งสะเทือน ไม่มีอารมณ์ความรู้สึกใดปรากฏให้เห็น

“ก็… ไม่”

“คอแข็งน่าดูนี่นา”

“อืม… นานๆ กินที ต้องเอาให้คุ้ม”

ฮานามากิหัวเราะ เครื่องดื่มที่สั่งไว้วางลงตรงหน้าพอดี เขาตัดสินใจนั่งคุยกับคนแปลกหน้าท่าทางแปลกๆ ต่อไปอีกสักพัก “แสดงว่ามีเรื่องหนักใจ ถึงต้องมากินทีเยอะขนาดนี้”

“ประมาณนั้น”

อีกฝ่ายยังคงประหยัดถ้อยคำ แต่เขาสัมผัสได้ถึงเสียงที่เบาลงเล็กน้อย

“มาคนเดียวเหรอ”

“อืม”

“มีเรื่องเศร้าเลยมาดื่มหนักคนเดียว คงเป็นเรื่องที่หนักหนาน่าดู” ฮานามากิถือวิสาสะตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ “อยากระบายไหม พี่ชาย”

“ฉันว่าฉันกับนายน่าจะอายุใกล้ๆ กัน…”

อันที่จริงเขาก็คิดเช่นนั้น “งั้นเพื่อน อยากเล่าให้ฟังไหม”

“ทำไมฉันถึงต้องเล่าให้นายฟังล่ะ”

“ก็ ระบายอารมณ์ไง จะได้โล่งขึ้น” ฮานามากิยกมือออกจากไหล่กว้าง กระดิกนิ้วชี้ไปมา ทำตัวเป็นผู้รู้ “และถึงนายเล่าให้ฉันฟัง ฉันก็ไม่จำอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะเอาไปเล่าให้ใครที่ไหนฟัง เพราะถึงเล่าไปก็ไม่มีใครสนใจเรื่องของคนที่ไม่รู้จักอยู่ดี”

ฝ่ามือใหญ่ยกแก้วน้ำสีอำพันขึ้นจิบ “…ก็ฟังดูน่าสนใจ”

“ใช่ม้า ถ้าอย่างนั้นก็เล่ามาได้เลย”

“ฉันทะเลาะกับแฟน”

ประโยคแรกที่อีกฝ่ายเริ่มทำให้ฮานามากิถึงกับสะอึก เขากลบเกลื่อนด้วยการกลืนน้ำเมาลงคอรวดเดียวหมด แล้วสั่งเพิ่มอีกแก้วทันที

อะไรจะแจ๊คพอตแตกมาเจอคนมีปัญหาเดียวกันขนาดนี้

“แย่เลย”

นายคิ้วหนาพยักหน้า “ช่วงนี้ทำอะไรก็ไม่เห็นจะพอใจ เอาแต่บ่นว่าฉันไม่มีเวลาให้”

ประโยคแทงใจดำประโยคที่สองทำให้ฮานามากิเริ่มคิดว่าเขาอาจคิดผิดที่ตัดสินใจนั่งคุยกับนายคนนี้

“ฉันเข้าใจ ผู้หญิงก็แบบนี้ ไม่พอใจหน่อยก็โบ้ยดินฟ้าอากาศ ทำเหมือนเดิมก็หาว่าไม่เหมือนเดิม”

เขาคงใส่อารมณ์ในประโยคที่ตัวเองพูดมากไปหน่อย คนข้างตัวจึงหันมามองหน้า “ดูเหมือนนายจะมีปัญหาเดียวกับฉัน”

“อ้อ ไม่ใช่ปัญหาแล้วล่ะ” เขาโบกมือปัดไปมา ยกเบียร์แก้วที่สามขึ้นดื่มรวดเดียวหมด “เลิกแล้ว”

คนแปลกหน้าเงียบเสียงไป ก้มมองแก้วในมือตัวเอง ก่อนยกขึ้นดื่มต่อ ฮานามากิคิดว่านั่นน่าจะเป็นแก้วที่ห้าหรือหกของอีกฝ่ายได้

“…คิดเสียว่าอย่างน้อยนายก็ไม่ต้องทนฟังเสียงบ่นในสิ่งที่นายไม่ได้ทำแล้ว”

“นั่นคงเป็นข้อดีอย่างเดียวที่ฉันพอจะใช้ปลอบตัวเองได้” ฮานามากิถอนหายใจ “ฉันคิดนะว่าคงเป็นเธอแน่ๆ คนสุดท้ายในชีวิตของฉัน แล้วดูสิ…”

“ชีวิตมันเอาแน่เอานอนไม่ได้หรอก แต่เดี๋ยวนายก็คงเจอคนใหม่”

“หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น…ขอให้นายแก้ปัญหาได้ไวๆ แล้วกัน”

“ขอบใจ”

เครื่องดื่มสองแก้ววางลงตรงหน้า ฮานามากิเลื่อนแก้วหนึ่งไปตรงหน้าคู่สนทนา “นานๆ มาดื่มที เอาให้คุ้มไง จะได้ลืมปัญหาไปชั่วคราว และฉันเลี้ยง”

“ได้ที่ไหน”

“ถือว่าเป็นของที่ระลึกเนื่องในโอกาสคนมีปัญหาหัวใจสองคนมาเจอกัน”

มุมปากของหนุ่มผมดำยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม “ในบาร์นี่คงมีแต่คนมีปัญหาหัวใจเต็มไปหมด”

“แต่ไม่ใช่ทุกคนจะมานั่งปรับทุกข์กันแบบพวกเรานี่”

“คนแปลกหน้าสติดีที่ไหนจะมาปรับทุกข์กันทั้งที่ยังไม่รู้จักชื่อกันด้วยซ้ำ”

“ก็จริง” ฮานามากิหัวเราะร่า “แต่เพราะเป็นคนแปลกหน้าถึงเล่าให้ฟังนี่ เราจะได้ไม่เอาเรื่องของอีกฝ่ายไปโพนทะนาในที่สาธารณะกัน”

คู่สนทนาหัวเราะ เป็นเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ชวนฟังอย่างบอกไม่ถูก ฮานามากิรับฟังแล้วก็หัวเราะตาม ไม่รู้ทำไมจึงรู้สึกถูกชะตาอีกฝ่ายนัก

อาจเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอลในกระแสเลือดกระมัง

พวกเขานั่งคุยกันเรื่อยเปื่อย ผลัดกันปรับทุกข์ไปตามประสา คุยกันนานจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไร และดื่มไปมากขนาดไหน สติสัมปชัญญะของเขาไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์สักเท่าไรนัก ตอนที่อีกฝ่ายรับโทรศัพท์ พูดเสียงดังแข่งกับเสียงสนทนารอบกาย และตัดสายลงก่อนจะยกเหล้าขึ้นดื่ม

“ใครน่ะ” เขาถาม

แต่อีกฝ่ายตอบกลับมาคนละเรื่อง “กลับบ้านไม่ได้อีกแล้ว”

“โถ โดนพ่อแม่ไล่ออกจากบ้านเหรอ น่าสงสาร” เขาคงกรึ่มได้ที่ ถึงโอบไหล่คนแปลกหน้าแน่นราวกับรู้จักมาตั้งแต่อนุบาล “มานอนกับเสี่ยไหมหนู”

“ฉันสิเสี่ย”

“ถ้าอย่างนั้น…” เขาเอียงหัวซบไหล่หนา ทำท่าออดอ้อนออเซาะน่าตี “เสี่ยมานอนห้องหนูไหม ไม่เสียตัง จ่ายค่าเหล้าให้ก็พอ”

“เอาจริง”

“ถ้านายจ่ายให้น่ะนะ”

คนแปลกหน้าล้วงกระเป๋าตังขึ้นมา เรียกบาร์เทนเดอร์คิดเงินว่องไว

ฮานามากิยิ้ม เขายกโทรศัพท์ขึ้นกดส่งข้อความหาอิวะอิสึมิซึ่งน่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนสั้นๆ

‘กลับก่อนล่ะ เจอกันวันจันทร์’

.

.

เขาสองคนเรียกแท๊กซี่กลับคอนโดของฮานามากิอย่างทุลักทุเล

หนึ่ง เพราะดึกดื่นแล้ว รถโดยสารจึงผ่านมาน้อยคันเหลือเกิน

สอง เพราะเพื่อนใหม่ของเขาไม่รู้จักที่อยู่ของฮานามากิ กว่าจะบอกทางไปให้ถูกต้องได้ จึงต้องใช้ความพยายามของคนเมาอยู่หลายรอบ

และสาม เพราะพวกเขาต่างหลงมัวเมาอยู่ในรสสัมผัสและความอบอุ่นของคนแปลกหน้าจนแทบจะลืมทุกสิ่งรอบตัวไปชั่วขณะ

ฮานามากิไม่รู้ว่าเหตุการณ์พลิกผันเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร ชั่วขณะหนึ่ง เขานั่งปรับทุกข์กันอยู่ ผ่านไปสักพักก็เริ่มเอนตัวเข้าหากันราวกับมีแม่เหล็กดึงดูดเอาไว้ และเมื่อรู้ตัวอีกที เขาก็พบว่าตัวเองกำลังนัวเนียกับริมฝีปากร้อนเคล้ากลิ่นแอลกอฮอลนั่นอย่างไม่สนใจหน้าใครที่ไหน

เขาไม่ได้สนใจมองหน้าคนขับรถด้วยซ้ำ ไม่รู้หรอกว่าลุงวัยกลางคนที่รับหน้าที่พาพวกเขาไปส่งจะมองด้วยสายตาเช่นไร ฮานามากิกำลังเพลิดเพลินกับรสชาติแปลกใหม่ที่เพิ่งได้ลิ้มลอง มากเกินกว่าจะสนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว

พวกเขาลากกันไปจนถึงห้องของฮานามากิในที่สุด ตลอดเวลานั้นไม่มีเวลาไหนเลยที่ไม่ได้สัมผัสกันและกัน ฝ่ามือใหญ่ซุกเข้ามาใต้เสื้อของเขาขณะที่ฮานามากิกำลังรีบร้อนเปิดประตูห้อง

และเมื่อประตูเปิดออก เสื้อผ้าของเขาก็โดนถอดตามไปด้วยกัน

เหตุการณ์หลังจากนั้นผ่านไปไวประหนึ่งเปิดหนังที่เร่งกรอไปข้างหน้าตลอดเวลา เขาจูบกัน แยกเพื่อหาอากาศหายใจ แล้วก็กลับไปจูบกันใหม่ พร้อมกันนั้นก็ปลดเปลื้องอาภรณ์ใดๆ ที่ขวางทางอยู่ออกจนหมดสิ้น

แม้พื้นกระเบื้องจะเย็นจับใจ แต่พวกเขาก็โรมรันกันอยู่ที่ตรงนั้นเอง ไม่มีใครใจเย็นมากพอจะเดินไปถึงห้องนอน ไฟราคะลุกโหมหนักจนไม่ว่าสิ่งใดก็ฉุดไม่อยู่

ความเจ็บแปลบแล่นวาบไปทั่วสรรพางค์กายเมื่อชายแปลกหน้ารุกล้ำเข้ามาในร่างกาย ฮานามากิตะกายกอดรั้งแผ่นหลังของอีกฝ่ายเอาไว้ เสียงครวญครางน่าอับอายจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นเสียงของตัวเองดังลอดให้ได้ยินตลอดเวลา

“นาโอะ… นาโอะ…”

คนแปลกหน้าที่อยู่เหนือตัวเขาพร่ำรำพัน เสียงเรียกชื่อนั้นแฝงไว้ด้วยความคิดถึงคำนึงหา และเจือด้วยความโศกเศร้าจนคนฟังเจ็บในหัวใจตาม

ฮานามากิดึงอีกฝ่ายลงมาประทับจูบ สองมือปาดเอาน้ำตาออกจากใบหน้าคม

หวังว่าจะช่วยบรรเทาความเจ็บในใจอีกฝ่ายลงได้สักนิดก็ยังดี

.

.

เช้าวันถัดมา ฮานามากิ ทาคาฮิโระตื่นขึ้นพร้อมกับอาการปวดบั้นเอวรุนแรงควบกับปวดศีรษะเหมือนจะระเบิด

เขาสบถพร้อมกับดันตัวลุกขึ้นนั่ง ปวดไปทั้งตัวจนต้องกัดฟันเอาไว้แน่น มองซ้ายขวาก็พบว่าเหลือแค่ตัวเองอยู่ในห้อง ไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตอื่นแม้แต่น้อย

ฮานามากินึกทบทวนเหตุการณ์ สิ่งที่อยู่ในความทรงจำคือภาพเบลอ แต่ถึงอย่างนั้นก็จดจำได้ทุกขั้นตอน

“…เวรเอ๊ย…”

นึกอยากจะทึ้งหัวตัวเอง แถมด้วยตามกลับไปกระทืบฮานามากิ ทาคาฮิโระเมื่อวานนี้ซ้ำ นี่เขาเมายังไงให้ได้กับผู้ชาย อยากจะฆ่าตัวเองคนเก่าให้ตายเสียจริง

ตามเนื้อตัวมีแต่ร่องรอยของกิจกรรมเมื่อคืนอยู่ทุกที่ อย่างน้อยก็ยังโชคดีที่วันนี้วันเสาร์ และเขาไม่ติดเวร ไม่อย่างนั้นคงต้องรีบหาคนแลกเวรโดยด่วน ก็สภาพแบบนี้จะให้เขาออกไปเจอหน้าใครที่ไหนได้

ฮานามากิลูบหัวไหล่ทั้งสองข้างของตัวเอง รอยฟัน รอยกัด รอยจูบฉายชัดอยู่ทั่วร่าง

…ยังไงก็คงไม่เจอกันอีก

ฮานามากินึกปลอบใจตัวเอง พวกเขาเป็นแค่คนแปลกหน้า… แค่คนเหงาสองคนที่บังเอิญโคจรมาเจอกัน ญี่ปุ่นมีประชากรอยู่ตั้งเท่าไร โลกคงไม่เหวี่ยงให้เขาเดินทางมาเจอกันอีกง่ายๆ นักหรอก

นั่นคือความจริง และนั่นคือสิ่งที่ดีที่สุด

ฮานามากิเฝ้าบอกตนเองเช่นนั้น

ถึงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนลึกในใจรู้สึกเสียดายอยู่ไม่ใช่น้อยก็ตาม

.

.

“หมอจิตเวชคนใหม่?”

“ช่าย” โออิคาวะลากเสียงยาว ยืดอกภูมิใจที่ตัวเองได้นำเสนอข้อมูลใหม่ให้เพื่อนเป็นคนแรก “ฉันเจอเขาเมื่อกี้เอง เดี๋ยวคงมา ฉันชวนให้มากินข้าวเที่ยงด้วยกัน”

ฮานามากิพ่นลมหายใจพรืด งับขนมปังคำโต “หมอจิตเวชมีแต่คนประหลาด”

“มักกี้ พูดแบบนั้นไม่น่ารักเลยนะ คุณโออิคาวะจะบอกให้ว่าไม่มีใครชอบโดนว่าว่าประหลาดหรอก”

“แบบที่นายโดยประจำน่ะเหรอ”

“หยาบคายที่สุด!”

“ฮานามากิก็พูดถูกแล้วนี่” อิวะอิสึมิเสริม หลังจากที่นั่งกินข้าวเที่ยงเงียบๆ ฟังพวกเขาคุยกันมาได้สักพัก

“อิวะจัง! นายควรจะช่วยฉันสิ”

อิวะอิสึมิกลอกตา ก่อนจะตักข้าวต่อ ทำทีเป็นไม่สนใจ อากัปกิริยาอันไม่น่าพอใจสำหรับโออิคาวะ ส่งผลให้คนโดนรุมโอดครวญต่อโชคชะตาฟ้าดินอันไม่เป็นธรรมยกใหญ่

ฮานามากิหัวเราะ ผ่านไปหลายเดือนแล้วนับจากเหตุการณ์อกหักรับปีใหม่ ตอนนี้เขากลับมาเป็นหมอตาจอมกวนประสาทคนเดิม ปรับตัวกับชีวิตใหม่ที่ไม่ต้องแบ่งเวลาไปเอาใจสาวที่ไหน ซึ่งเขาค้นพบว่าดีกว่าช่วงที่ต้องปลีกเวลาไปประคบประหงมแฟนสาวเป็นกอง

เวลาว่างของเขามักหมดไปกับการเที่ยวกับเพื่อน หรือบางวันก็ใช้ไปกับการอยู่กับตัวเอง ฮานามากิรู้สึกว่าสุขภาพจิตของเขาดีขึ้นมากจนติดใจ ยึดมั่นในวิถีหนุ่มโสดเรื่อยมาตั้งแต่บัดนั้น

อีกอย่าง นั่งดูเพื่อนจีบกันมันสนุกกว่าหาเรื่องจีบสาวเองเป็นไหนๆ

ฮานามากิกำลังนั่งฟังเพื่อนถกเถียงกันอย่างสบายอารมณ์ ตอนที่มีเงาร่างของใครบางคนทาบทับมาจากด้านหลัง ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูจนน่ากลัว

น่ากลัว… เพราะคุ้นจากความทรงจำที่ฮานามากิตัดสินใจฝังลึกลงสุดหัวใจ

“ฉันนั่งตรงนี้ด้วยได้ไหม”

“ได้สิ ได้เลย! ฉันเพิ่งเล่าถึงนายให้เพื่อนๆ ฟังนี่เอง” โออิคาวะว่าเสียงใส ตบเก้าอี้ว่างระหว่างเขากับฮานามากิให้

ผู้มาใหม่ทิ้งตัวลงนั่งข้างเขา ฮานามากิจ้องอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ รูปหน้าคม คิ้วหนา และสีหน้านิ่งสนิทที่ไม่บ่งอารมณ์ใดๆ ทั้งหมดขุดเอาความทรงจำที่เขาเลือกจะลืมกลับขึ้นมาโลดแล่นแจ่มชัดราวกับเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

“นี่ มัตสึคาวะ อิซเซ หมอจิตเวชใหม่ที่ฉันพูดถึงไงล่ะ!”

โออิคาวะและอิวะอิสึมิผลัดกันแนะนำตัวเองให้เพื่อนร่วมงานคนใหม่รู้จัก ขณะที่ฮานามากิเอาแต่จ้องอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น

เพราะเขาคือคนแปลกหน้าในค่ำคืนอันเมามาย… คนที่เขามีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนแล้วอันตรธานหายไป

บ้าน่า…

พระเจ้าจะเล่นตลกอะไรกับเขา

“มักกี้! แนะนำตัวเองหน่อยสิ”

เสียงเรียกของโออิคาวะฉุดเขาออกจากภวังค์ ฮานามากิยังคงจ้องอีกฝ่าย แต่ตอนนี้ฝ่ายตรงข้ามก็กำลังจ้องเขากลับมาเช่นกัน

ถึงแม้ใบหน้านั้นดูผ่านๆ แล้วจะนิ่งเฉย แต่ฮานามากิคิดว่าเขาเห็นความตกใจฉายอยู่ในดวงตาคู่นั้น แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตามที

ฮานามากิเลื่อนสายตาหลบเล็กน้อย และนึกเสียใจในภายหลังที่ตนเองทำเช่นนั้น

เพราะสายตาของเขาไปตกอยู่ที่มือซ้ายของมัตสึคาวะ

ที่นิ้วนางข้างซ้ายนั้นมีแหวนเงินกลมเกลี้ยงสะท้อนแสงไฟเด่นชัด

เขาเลื่อนสายตากลับขึ้นไปมองมัตสึคาวะ สีหน้าของอีกฝ่ายไม่มีความตกใจแล้ว กลับถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มมุมปากแบบเดียวกับที่ฝ่ายนั้นส่งให้เขาที่บาร์

“ฮานามากิ ทาคาฮิโระ” เขาแนะนำตัวเอง เลียริมฝีปากล่าง แล้วส่งยิ้มหวานให้เพื่อนใหม่ “ยินดีที่ได้รู้จัก”

มัตสึคาวะยิ้มตอบ หันหน้ามาทางเขา ยกมือซ้ายขึ้นเท้าคาง ก่อนจะยกมือขวาขึ้นมาดึงแหวนออกจากมือตัวเองอย่างเชื่องช้า แต่ลับจากสายตาของคนร่วมโต๊ะ

“มัตสึคาวะ อิซเซ… ยินดีที่ได้รู้จัก”

.

.

ดูท่าจากนี้ชีวิตคนโสดของเขาคงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแน่

.

.

END


A/N:

บาปค่ะ บาปแท้ๆ
มัตสึฮานะในเอยูหมอนี่คือคู่ที่บาปที่สุดค่ะ 55555555

ตอนแรกคิดว่าจะค่อยๆ พิมพ์ไปเรื่อยๆ ค่ะ เสร็จเมื่อไหร่ก็เอามาลง
แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันเกิดมักกี้ เลยตัดสินใจเขียนให้เสร็จแล้วเอามาลงไปเลยค่ะ

ฮปบดนะ มักกี้ ว่าแต่ฉลองด้วยฟิคชู้ๆ นี่มันจะดีรึ…

Advertisements

2 thoughts on “[HQ!!] AIEL: Drink, Drank, Drunk

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s