[HQ!!] Where My Love Goes: (2) fluffy feeling like a cotton candy

Where My Love Goes
iwaoi. hq!! abo au. pg-13. romance, mild angst.
written for novelber ’16 challenge. part of ‘instinct: omegaverse au’ series.

content warning:
– ฟิคเรื่องนี้มี alpha/beta/omega dynamics
– และมีการกล่าวถึง mpreg (male pregnancy)
– ถึงจะไม่มีฉาก explicit แต่ถ้าไม่นิยม abo แนะนำให้หลีกเลี่ยงค่ะ

.

.

2.
fluffy feeling like a cotton candy

.

.

ฮานามากิ ทาคาฮิโระเป็นคนกินหวาน

ไม่ว่าจะเป็นลูกอม ไอศกรีม ชอคโกแลต เค้ก หรืออาหารอะไรก็ตามแต่ที่มีรสหวาน เขากินได้หมด แม้แต่ของคาวบางอย่าง บางครั้งเขายังเติมน้ำตาลลงไปจนโดนครอบครัวและเพื่อนฝูงบ่นเอาว่า ขืนยังกินแบบนี้ต่อไป เขาคงไม่แคล้วกลายเป็นคุณลุงอายุสี่สิบที่เป็นเบาหวานและต้องกินยาไปจนวันตาย

เถอะน่า นั่นมันเรื่องของอนาคต ตอนนี้ยังหนุ่มยังแน่นสุขภาพแข็งแรง กินได้ก็ต้องกินไม่ใช่หรือไง

เป็นสิ่งที่เขาคิดเถียงอยู่ในใจเสมอ

แต่ถึงจะชอบกินหวานยังไง เขาก็ยังมีขีดจำกัดสำหรับการรับรสหวาน พอกินไปถึงจุดหนึ่ง ทุกอย่างก็ดูเลี่ยนจัดเสียเหลือเกิน

ไม่ใช่แค่ของกินที่หวานไป แต่ยังรวมถึงบรรยากาศที่หวานแหววจนเกินไปด้วย

ฮานามากิคิดเซ็งๆ ขณะงับลงไปบนผลแอปเปิ้ลเชื่อมในมือ รสหวานจนบาดลิ้น แต่ก็ยังไม่หวานเท่าขนมสายไหมที่อยู่ในมือของอิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ และโออิคาวะ โทรุ

หรือถ้าบรรยายให้ชัดเจนไปกว่านั้น คือไม่หวานเท่าขนมสายไหมที่อยู่ในมือของอิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ ผู้ซึ่งยื่นเจ้าฟองฟูฟ่องสีขาวไปทางโออิคาวะ โทรุ ผู้กำลังงับสายไหมจากมือของอิวะอิสึมิอย่างมีความสุข

หวานจะเป็นลม ขอของขมมาเป็นยาตอนนี้ก็จะดี

“นายทำหน้าแบบนั้นทำไมน่ะ ฮานามากิ”

เสียงของมัตสึคาวะเรียกให้เขาหันไปมองคนสูงกว่าข้างตัว เจ้าของคิ้วหนาหน้าตายมองเขาด้วยสีหน้าเฉยๆ อันเป็นเอกลักษณ์ แต่แววสงสัยนั้นฉายชัดในดวงตาเล็กรีของอีกฝ่าย

“เลี่ยน” เป็นคำตอบสั้นๆ จากคนโดนถาม เบือนสายตาออกจากอดีตกัปตันและรองกัปตันชมรมของตน หวังว่าจะช่วยลดความรู้สึกปุเลี่ยนๆ นี่ลงได้บ้างสักนิด

“หวานขนาดนั้น?” เจ้าเพื่อนซี้ตัวโตถามกลับ สายตามองไปที่แอปเปิ้ลเชื่อมที่คาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุ ไม่รู้ว่าไม่รู้จริงว่าเขาหมายถึงสองคนตรงหน้าไม่ใช่ขนมหวาน หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้แล้วถามต่อไปอย่างนั้นกันแน่

แต่จะเป็นอย่างไหนก็ตาม เขาก็ยังคงตอบโดยพูดถึงสองคนข้างหน้าต่อไป “หวานจนฉันยังทนไม่ได้เลยล่ะ”

“โห หวานจนแม็กกี้ยังทนไม่ได้ แสดงว่าโลกนี้ก็คงไม่มีใครทนได้แล้วล่ะ” โออิคาวะผละออกมาจากขนมสายไหมฟูฟ่องที่เริ่มพร่องไปบ้างแล้ว หันมาทางเขาแล้วพูดจาโอเว่อร์เกินเหตุตามเคย อิวะอิสึมิก็กำลังมองเขาเช่นกัน แต่ไม่ได้ร่วมวงแสดงความเห็นอะไรด้วยเพราะกำลังกินสายไหมอยู่

ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกเหมือนระดับน้ำตาลในกระแสเลือดจะพุ่งเกิน

“งั้นนายก็เลิกกินซะสิ” มัตสึคาวะว่า

“ก็ว่างั้น อะ ฉันให้” พูดจบเขาก็ยัดเยียดแอปเปิ้ลเชื่อมใส่มือโออิคาวะ แล้วเดินนำฉิวไปแบบไม่คิดต่อความยาวสาวความยืดอีก

ฝ่ายคนรับช่วงต่อแอปเปิ้ลนำขนมเข้าปากแล้วก็ส่งเสียงไล่หลัง “ไม่เห็นจะหวานขนาดนั้นเลยนี่นา แม็กกี้”

ก็แหงสิ ตอนนี้อะไรจะไปหวานสู้ขนมสายไหมในมืออิวะอิสึมิได้เล่า

.

.

นี่อาจเป็นงานเทศกาลฤดูร้อนครั้งสุดท้ายที่พวกเขาได้มาเดินร่วมกัน

ใช่ว่าพวกเขาสี่คนมาเดินด้วยกันตลอดทุกปี โดยทั่วไปแล้วโออิคาวะมักมาวันเดียวกับอิวะอิสึมิ และฮานามากิมักมาพร้อมกับมัตสึคาวะ บางทีก็บังเอิญเดินสวนกันในงาน แล้วจับพลัดจับผลูลากกันเดินไปจนจบ แต่ครั้งนี้พวกเขาตั้งใจนัดมาพร้อมกัน เพราะเห็นว่าเป็นช่วงเวลาก่อนแยกย้ายกันไปตามทางของแต่ละคนพอดี

จบมัธยมปลายแล้ว ต่างคนก็ต่างเดินไปตามความฝันของตัวเอง โออิคาวะได้ทุนไปเรียนต่อในโตเกียว ฮานามากิเองก็สอบติดมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองหลวงเช่นกัน อิวะอิสึมิเรียนที่มหาวิทยาลัยใกล้บ้าน เช่นเดียวกันกับมัตสึคาวะที่ให้เหตุผลว่าขี้เกียจยักย้ายสถานที่อยู่

ถึงจะเป็นช่วงเพิ่งเปิดปีการศึกษาไม่นาน และชีวิตใหม่ในมหาวิทยาลัยก็ยังไม่เข้าที่เข้าทางนัก แต่พอดีว่าพวกเขายังพอจะว่างในวันเทศกาลที่บ้านเกิด และฮานามากิก็มีข้าวของที่ยังต้องเก็บเพิ่มเติม จึงลองชักชวนอดีตสมาชิกชมรมเดียวกันมาเดินเที่ยวงานเทศกาล และก็นัดได้ครบคนเสียด้วย

แต่ตอนนี้เขากับมัตสึคาวะกลับแยกตัวออกมาจากโออิคาวะและอิวะอิสึมิ

แล้วจะนัดกันมาทำไมเนี่ย

ฮานามากิคิดพลางยกมือขึ้นขยี้ผมตัวเอง

ก็มันทนความหวานนั่นไม่ได้นี่นา

คิดแล้วตอบคำถามให้ตัวเองเสร็จสรรพ

เขาสองคนย่างเท้าไปตามทางเดินที่ถูกขนาบด้วยแผงร้านรวงขนาดเล็กตลอดสองข้างทาง แต่ละร้านไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ไปจากภาพเดิมที่เขาเคยเห็นมาหลายปีนัก ถึงอย่างนั้นบรรยากาศสนุกสนานยังคงตลบอบอวลดังเช่นปกติ แม้ท้องฟ้าจะมืดดำแค่เวลานี้ทุกอย่างกลับดูสว่างไสวด้วยแสงไฟส้มนวลที่ส่องสว่าง ช่างสมกับเป็นค่ำคืนเทศกาลเหลือเกิน

พวกเขาหยุดหน้าร้านยิงปืน ชักชวนกันเล่นสักสองสามเกมจนได้รางวัลมาพอเป็นกระษัยแล้วก็ยกให้เด็กผู้หญิงแถวนั้นไป ใครจะขนมันกลับบ้านเล่า ถึงเอากลับไปเขาก็ไม่คิดจะนอนกอดตุ๊กตาพวกนี้อยู่ดี

เดินไปสักพักเขาก็ชักจะเริ่มรู้สึกปากว่าง พอคิดว่าอยากกินแอปเปิ้ลเชื่อมต่อ ก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองยกให้โออิคาวะไปเสียแล้ว ชักเสียดายขึ้นมาตงิดๆ แต่ก็เห็นทีจะสายไป

“มัตสึคาวะ หยุดก่อนๆ” เขารั้งเพื่อนเอาไว้หน้าร้านขายสายไหม จัดการสั่งสีฟ้ามาหนึ่งอัน พอได้ของหวานมาก็นำเข้าปากทันที ก่อนจะส่งสัญญาณให้มัตสึคาวะเดินต่อ

อีกฝ่ายมองขนมในมือเขา ตั้งข้อสังเกต “ไหนนายว่าเลี่ยนแล้ว”

“นั่นมันแอปเปิ้ลเชื่อม”

“ฉันว่านายไม่ได้หมายถึงแอปเปิ้ลเชื่อม”

โฮ่ แสดงว่าหมอนี่แกล้งโง่นั่นเอง ฮานามากิคิด ก่อนจะถอนหายใจยาว “สองคนนั้นนั่นทำตัวเหมือนโลกนี้มีกันอยู่แค่สองคน ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกนั้นยังยืนยันว่าเป็นแค่เพื่อนกัน”

“อาจเป็นเพราะอิวะอิสึมิยังไม่แสดงออกว่าเป็นอะไรก็ได้มั้ง”

ก็อาจใช่ ฮานามากินึกเห็นด้วยอยู่ในใจ

ตั้งแต่ข่าวโออิคาวะเป็นโอเมก้าแพร่สะพัดไปทั่วโรงเรียน ก็ดูเหมือนจะเกิดความระส่ำระสายในหมู่นักเรียนอยู่พักใหญ่ อาจฟังดูเป็นเรื่องใหญ่เกินเหตุ แต่ใครๆ ที่รู้จักโออิคาวะก็ย่อมคิดว่าหมอนั่นน่าจะเป็นอัลฟ่า นักเรียนหญิงหลายคนใจสลายเมื่อรู้ข่าวนี้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นจำนวนมากทีเดียว เพราะกลุ่มเด็กสาวที่ตั้งตัวเป็นแฟนคลับของอดีตกัปตันทีมวอลเล่ย์บอลนั้นก็ถือว่ามีมากไม่ใช่น้อย

แต่หลังจากที่โออิคาวะกลับมาเรียนด้วยสภาพที่ไม่ได้แตกต่างจากเดิมนัก ซ้ำยังดูจะกินยาคุมอาการอย่างสม่ำเสมอจนแทบไม่เคยมีลักษณะของโอเมก้าโผล่มาให้เห็นเลยแม้แต่น้อย เสียงกระซิบกระซาบเรื่องนี้ก็ดูจะเบาบางลงไป และทุกอย่างก็คล้ายกลับสู่สภาพเดิม

เว้นแต่อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ

ถึงจะไม่มีใครพูดออกมา แต่ฮานามากิคิดว่าหลายคนรวมทั้งตัวเขาสัมผัสได้ว่าอิวะอิสึมิดูใส่ใจโออิคาวะมากกว่าปกติ ใช่ว่าแต่ก่อนเขาไม่เคยแสดงออกว่าเป็นห่วงเพื่อนสนิทของตัวเองมากขนาดไหน แต่มันดูจะทวีคูณขึ้นอีกหลังจากที่โออิคาวะออกจากโรงพยาบาล

แค่มองเห็นก็รู้สึกหวานปุเลี่ยนจนคนชอบหวานอย่างเขายังทนไม่ได้

“แต่ต่อให้อิวะอิสึมิเป็นโอเมก้าเหมือนโออิคาวะ ฉันคิดว่าหมอนั่นก็คงทำเหมือนเดิม”

มัตสึคาวะยักไหล่ สีหน้าทำนองว่า ก็คงอย่างนั้น

อัลฟ่า เบต้า โอเมก้า… ฮานามากิคิดว่าเขาโชคดีมากที่เกิดมาเป็นเบต้า เป็นคนธรรมดาที่ไม่ต้องคอยกินยายับยั้งช่วงฮีทอย่างโอเมก้า และไม่ต้องถูกคาดหวังให้เป็นผู้นำเหมือนอย่างอัลฟ่า

และที่สำคัญ ไม่ต้องกังวลว่าสัญชาตญาณดิบจะมาคอยชักนำหรือมีอิทธิพลเกินเหตุกับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ในชีวิตของเขา

คิดแล้วเอนตัวลงซบไหล่คนที่เดินอยู่ข้างๆ อากัปกิริยาที่ทำอย่างกะทันหันในที่สาธารณะทำให้มัตสึคาวะชะงักไปเล็กน้อย ก่อนสองเท้าจะเริ่มเดินอีกครั้งเป็นย่างก้าวช้าๆ เพื่อให้ศีรษะอีกคนไม่ตกลงจากไหล่เขาไปเสียก่อน

“…โชคดีชะมัดที่พวกเราเป็นเบต้า”

“ฉันก็ว่าอย่างนั้น”

ฮานามากิยกสายไหมขึ้นงับหนึ่งคำ รสหวานซึมซาบไปทั่วปลายลิ้น ผสานกับความอบอุ่นที่แล่นวาบไปทั้งใจเมื่อมัตสึคาวะยกมือขึ้นลูบผมสีอ่อนของเขาเบาๆ

เขาอาจเป็นคนชอบกินหวาน แต่ใช่ว่าความรักของเขาจะหวานเลี่ยนตลอดเวลา

หวานนานๆ ทีมันยิ่งทำให้ช่วงเวลาเหล่านั้นพิเศษมากกว่าเป็นไหนๆ

…แต่ให้ตายสิ สายไหมวันนี้นี่มันหวานบาดใจเลยจริงๆ ด้วย

.

.

NEXT


A/N:

คิดว่าคงสังเกตได้ไม่ยาก แต่เราชอบแก๊งปีสามเซย์โจมากค่ะ จริงๆ ก็ชอบเด็กๆ ทีมนี้กันหมดเลย
ชั่งใจหนักมากระหว่างมัตซึนอัลฟ่ากับเบต้า แต่มัตซึนนี่ไม่ว่าจะเป็นไทป์ไหนก็อยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อยู่ดี —

และอิวะโออิก็จะยังคงเป็นแค่เพื่อนสนิทกันต่อไปในทุกเรื่องของเราค่ะ (…)

Advertisements

One thought on “[HQ!!] Where My Love Goes: (2) fluffy feeling like a cotton candy

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s