[HQ!!] Tongue-tie and it’s inevitable consequences

Tongue-tie and it’s inevitable consequences
iwaoi. hq!! r. pwp. completely self-indulgent. please forgive me.

.

.

เขามีภาวะตัวเหลืองเมื่ออายุได้สามวัน

มารดาเล่าให้ฟังว่าเขาโดนจับส่องไฟเป็นเวลาวันกว่า แพทย์อธิบายว่าอาการตัวเหลืองของเขาเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปในเด็กแรกเกิดด้วยสาเหตุซับซ้อนที่มารดาของเขาฟังไม่เข้าใจ แต่โดยสรุปแล้ว สาเหตุหลักเป็นเพราะเขาดื่มนมไม่พอ

แพทย์แจ้งว่านอกจากปัญหาเรื่องน้ำนมแม่ที่น้อยเกินไปแล้ว เขายังมีพังผืดที่โคนลิ้น ทำให้การเคลื่อนไหวลิ้นขณะดูดดุนนมไม่สะดวกเท่าที่ควรเป็น ส่งผลให้น้ำหนักตัวของเขาไม่ขึ้นอย่างที่ควรเป็น

อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านการปรึกษาและให้ข้อมูลกับมารดาอย่างละเอียดแล้ว มารดาของเขาจึงตัดสินใจไม่รับการผ่าตัด เขาได้รับการฝึกกระตุ้นการดูดจนสามารถดื่มนมได้เท่ากับเด็กทั่วไป

โออิคาวะ โทรุได้กลับบ้านเมื่ออายุห้าวัน พร้อมกับพังผืดใต้ลิ้นที่ยังไม่ได้รับการรักษา

.

.

เขารู้ตัวว่าตนเองพูดไม่ชัดเท่าคนอื่นตอนที่อายุได้ห้าขวบ

ช่วงนั้นเป็นวัยที่เด็กกำลังพูดจ้อ เขาเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น โทรุชอบที่จะเล่าทุกเรื่องที่เขาพบเจอให้กับคนในครอบครัวสักคนฟังในทุกครั้งที่พวกเขาพร้อมฟัง ถึงแม้ว่าประโยคนั้นจะไม่ปะติดปะต่อกันสักเท่าไรนัก แต่เด็กชายโทรุก็มีความสุขเหลือเกินที่ได้พูดสิ่งที่อยู่ในสมองน้อยๆ ของตนออกไป

เมื่ออายุได้ห้าขวบกว่า เริ่มมีคนทักว่าเขาพูดไม่ชัด เด็กชายโทรุไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไรที่โดนทักเช่นนั้น แต่บิดามารดาของเขากลับเริ่มรู้สึกกังวล

เขานั่งประจันหน้ากับกุมารแพทย์เมื่ออายุได้หกขวบ  โดยมีผู้ปกครองนั่งขนาบสองข้าง เพื่อปรึกษาเรื่องที่เขาพูดไม่ชัดเหมือนเด็กในวัยเดียวกัน

เด็กชายโทรุไม่เข้าใจเนื้อความที่คนอายุมากกว่าคุยกันสักเท่าไรนัก เขาหันซ้ายที ขวาที มองตรงหน้าที เปล่งเสียงเมื่อมีคนบอกให้ทำ และเงียบลงอีกเมื่อผู้ใหญ่ทั้งสามกลับไปคุยกันอีกหน

หมอบอกว่าสาเหตุนั้นมาจากพังผืดเช่นเคย สาเหตุเดียวกับที่ทำให้เขาดูดนมไม่เก่งจนตัวเหลืองเมื่ออายุสามวัน และก็ยื่นข้อเสนอให้มารดาของเขาพิจารณาพาเขารับการผ่าตัดเหมือนเดิม

แน่นอนว่ามารดาเขาต่อรองเนื่องจากไม่อยากให้ลูกต้องเสี่ยงดมยาสลบ หมอจึงเสนอทางเลือกโดยการพาเขาไปฝึกพูดทุกสัปดาห์ เด็กชายฝึกอยู่เป็นเดือนก็เริ่มพูดชัดเหมือนคนอื่นทั่วไป จึงรอดพ้นจากการเข้าห้องผ่าตัดไปอีกครา

โออิคาวะ โทรุ วัยหกขวบยังคงไม่รู้สึกว่าพังผืดใต้ลิ้นนั้นเป็นปัญหาต่อชีวิตแต่อย่างใด

.

.

จูบแรกของเขาเกิดขึ้นตอนอายุสิบเจ็ด

กับเพื่อนสนิทสมัยเด็กที่ชื่ออิวะอิสึมิ ฮาจิเมะ

เป็นจูบครั้งแรกที่เขาเฝ้ารอมาเนิ่นนานเกินกว่าจะจำได้ และเป็นจูบที่แฝงด้วยความเขินอายอันแสนอ่อนหวานจนแทบหลอมละลาย วินาทีแรกที่ได้สัมผัสริมฝีปากของฮาจิเมะ เขาก็รู้ว่าคงไม่มีใครในโลกนี้จะทำให้เขาหลงใหลในรสสัมผัสได้เท่าคนตรงหน้าอีกแล้ว

จูบนั้นเริ่มจากสัมผัสแผ่วเบา ก่อนจะเปลี่ยนแปลงไป เพิ่มเติมความลึกซึ้งมากขึ้น จากกลีบปากที่แตะกันเพียงผิวเผิน กลับเริ่มกดย้ำซ้ำๆ แฝงความดึงดันที่จะสัมผัสกันมากกว่าที่เคย

โทรุไม่รู้ว่าใครเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เขารู้เพียงแต่มีแรงงับที่กลีบปากล่างทำให้เขาต้องเผยอปากออก ปลายลิ้นอุ่นตามมาทันทีหลังจากนั้น พวกเขาต่างฝ่ายต่างค้นหากันและกันจนไม่รู้ว่าใครเป็นผู้นำและใครเป็นผู้ตามอยู่กันแน่

ตอนนั้นเองที่เขารู้สึกว่าเขาน่าจะมีปัญหา

จากที่โรมรันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร โทรุกลับรู้สึกว่าตนเองเริ่มตกเป็นรองอีกฝ่าย ฮาจิเมะโอบประคองศีรษะของเขาเข้าใกล้ รุกไล่เข้ามาในโพรงปากจนเขาต้องล่าถอย

โทรุพยายามขยับปลายลิ้นรับกับอีกฝ่าย แต่ร่างกายกลับไม่เป็นไปตามที่คิด ขยับได้เพียงเล็กน้อยก็รู้สึกติดขัด จนกลายเป็นปล่อยให้ฮาจิเมะเป็นฝ่ายนำไปโดยอัตโนมัติ

ทั้งที่เขาน่าจะเป็นคนที่เชี่ยวชาญกว่า แต่กลับตกเป็นฝ่ายตาม โทรุรู้สึกขัดใจตัวเองอยู่สักหน่อย

…แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีหรอกนะ

พวกเขาผละออกจากกันในที่สุด โทรุพิงศีรษะลงกับล๊อคเกอร์ที่อยู่ด้านหลัง โดยมีฮาจิเมะตามมาแนบหน้าผากทาบทับสนิทกัน เขามองริมฝีปากฮาจิเมะอย่างอาวรณ์ ก่อนจะเหลือบขึ้นมองหน้า ก็เห็นว่าฮาจิเมะยังคงหลับตาอยู่

“อิวะจัง” เขาส่งเสียงเรียกเบาๆ และได้รับการตอบรับเป็นแรงบีบที่สองข้างแก้ม “เจ็บนะ!”

เขาแกล้งโอดครวญไปอย่างนั้นเอง เพราะอันที่จริงฮาจิเมะก็ไม่ได้ออกแรงมากขนาดนั้น

“มากไป” ฝ่ามือกร้านบีบแก้มเขาอีกครั้ง เป็นเชิงหยอกอย่างรักใคร่ สัมผัสแปลกใหม่ที่โทรุรู้สึกชอบใจไม่ใช่น้อย “ไม่ได้ออกแรงสักนิด”

“อิวะจังไม่ใช่คนโดนนี่ จะรู้ได้ยังไง”

คนโดนย้อนเลิกคิ้ว ได้ยินเช่นนั้นแล้วก็บีบแก้มตัวเองเป็นการทดสอบ “ไม่เห็นเจ็บ”

น่ารัก

โทรุคิดว่าเขารู้จักเพื่อนตัวเองดีพอแล้ว แต่เมื่อความสัมพันธ์เลื่อนขั้นจากเพื่อนมาเป็นแฟน เขาถึงรู้ว่าฮาจิเมะมีมุมที่เขายังไม่รู้จักอยู่อีกมากมาย

รวมถึงเรื่องที่อีกฝ่ายมีชั้นเชิงในการจูบมากกว่าเขาด้วย

โออิคาวะ โทรุวัยสิบเจ็ดปีคิดว่าเรื่องพวกนี้ต้องอาศัยประสบการณ์ ฝึกสักสองสามครั้งเขาคงพลิกมาชำนาญกว่าได้ ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องใจร้อนแต่อย่างใด

.

.

แต่ไม่ว่าจะครั้งที่สอง สาม สี่ หรือห้าหลังจากนั้น ฮาจิเมะก็ยังคงเป็นฝ่ายรุกล้ำและชักนำเขาอยู่เสมอ

.

.

เขาตระหนักว่าปัญหาอยู่แค่ปลายลิ้นเอาตอนที่อายุยี่สิบปี

หลังจากขยับขั้นความสัมพันธ์จากเพื่อนไปเป็นแฟน สิ่งที่ตามมานอกจากจูบก็คือความสัมพันธ์ทางกาย ครั้งแรกของพวกเขาเกิดขึ้นตอนอายุสิบเก้าปี หลังจากเรียนจบมัธยมปลายและเข้ามหาวิทยาลัย โทรุก็ตัดสินใจทลายกำแพงสุดท้ายลงในวันที่พวกเขานัดพบหลังจากห่างหายกันไปหลายเดือน

ครั้งแรกกับฮาจิเมะเป็นเซ็กซ์ที่เต็มไปด้วยความเก้อเขิน แต่บรรยากาศนั้นก็ไม่ได้คงอยู่นานสักเท่าไรนัก เมื่อความใคร่เข้ามาบดบังเหตุผล สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นก็เป็นไปอย่างไหลลื่นตามความปรารถนาของร่างกาย

พวกเขาสัมผัสกันและกัน กอดก่ายราวกับต้องการนำอีกฝ่ายมาผนวกเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ต่างฝ่ายต่างปรนเปรอให้กันอย่างไม่รู้จักหน่าย ถึงแม้จะดูงกเงิ่น แต่ก็ทำไปด้วยความรัก

ครั้งแรกของพวกเขาผ่านไปอย่างทุลักทุเล ก่อนครั้งที่สอง สาม และสี่จะตามมา หลังจากลองผิดลองถูก พวกเขาจึงรู้ว่าควรจะสัมผัสตรงไหน เคลื่อนไหวอย่างไรจึงจะตอบสนองความต้องการของคนรักได้ดีที่สุด

…และตอนนั้นเองที่เขารู้ว่าตัวเองมีปัญหาอย่างจริงแท้แน่นอน

ในครั้งที่สี่ เขาจำได้ว่าฮาจิเมะเป็นฝ่ายบอกหยุดเอากลางคัน ขณะที่โทรุกำลังไล้เลียจุดอ่อนไหวของอีกฝ่าย “โออิคาวะ พอเถอะ”

และจำได้ว่าเขารู้สึกหน้าเสียไปไม่ใช่น้อย จึงผละถอยออก และกอบกุมอีกฝ่ายไว้ในกำมือแทน “ทำไมล่ะ อิวะจัง”

“นาย…” ฮาจิเมะเงียบเสียงลงไป ลมหายใจร้อนเป่ารดส่วนที่กำลังตื่นตัวของโทรุครู่หนึ่ง ก่อนจะละออก เขาย้ายตัวเองไปกางแขนคร่อมโทรุ ใบหน้าครุ่นคิดจริงจัง “นายดูไม่ถนัด”

“อิวะจัง จะบอกว่าตัวเองเชี่ยวชาญกว่าฉันอย่างนั้นเหร–”

ฝ่ามือกร้านตบป้าบลงกลางกระหม่อมของเขาก่อนที่โทรุจะมีโอกาสได้พูดจนจบประโยคเสียอีก “ไม่ใช่ ประสบการณ์ฉันกับนายมันก็พอๆ กันนั่นแหละ แต่นายดู… ทำไม่สะดวก”

“ฉันทำได้น่า–”

ฮาจิเมะก้มลงประกบปากปิดคำพูดเขาจนสิ้น “ไว้คราวหน้า คราวนี้ให้ฉันดูแลนายก่อน”

โทรุอยากจะเถียงกลับ อยากจะบอกว่า ให้ฉันได้ดูแลนายด้วยสิ ฮาจิเมะ แต่เมื่อฮาจิเมะย้ายตัวกลับลงไปปรนเปรอให้เขาอีกครั้ง คำพูดทั้งหมดที่ตระเตรียมไว้ก็เป็นอันอันตรธานหายไปโดยปริยาย

คราวหน้า ไว้คราวหน้าแล้วกัน เขาจำได้ว่าตนเองมีความคิดเลือนลางเช่นนั้น ก่อนที่จะห้วงคิดจะถูกม่านหมอกของความใคร่บดบังเสียมิด

.

.

แต่ในครั้งที่ห้า และหก ฮาจิเมะก็ยังคงไม่ยอมให้เขาได้เป็นฝ่ายดูแลอยู่ดี

.

.

ครั้งที่เจ็ด เขาอายุยี่สิบปี และคราวนี้โทรุไม่ยอมหยุดเมื่อโดนฮาจิเมะห้าม จนฝ่ายคนบอกหยุดต้องออกแรงตีเบาๆ ลงกลางศีรษะอีกครั้ง

“ฉันบอกว่าให้หยุดไง!”

“แล้วทำไมฉันต้องหยุดล่ะ!”

ไม่มีคำตอบจากฮาจิเมะ โทรุจึงยิ่งทำหน้าบูดหนักกว่าเดิม เขาปัดมือคนรักออก ก่อนจะรวบไว้เพื่อไม่ให้ตนเองโดนหยุดกลางคันอีก และโน้มตัวลงหมายใช้ริมฝีปากครอบครองแก่นกายของฮาจิเมะอีกครั้ง

“เฮ้ย ฉันบอกว่าให้หยุดไง!” ถึงสองมือจะโดนรวบไว้ แต่สองเท้าก็ยังว่าง จึงยังคงสามารถใข้ถีบคนดื้อดึงที่ไม่ยอมหยุดเฉยได้ แม้จะทุลักทุเล แต่ก็ทำให้โทรุหยุดชะงักในที่สุด

“โอ๊ย คนป่าเถื่อน”

“ถ้าพูดแล้วฟังกันดีๆ ฉันจะป่าเถื่อนใส่ทำไมเล่า ไอ้งี่เง่า”

การเถียงกันในสภาพเปลือยเปล่านั้นช่างไม่น่าโสภาและชวนให้อารมณ์หดหายสิ้นดี แต่แค่นี้โทรุก็หงุดหงิดรำคาญใจจนจะไม่มีอารมณ์พิศวาสใดๆ หลงเหลือแล้ว จะเถียงกันมากกว่านี้อีกสักหน่อยก็คงไม่เปลี่ยนแปลงสถานการณ์สักเท่าไรนัก

“ก็แล้วทำไมอิวะจังถึงไม่เคยยอมให้ฉันใช้ปากเลยล่ะ ทั้งที่อิวะจังก็ใช้ป…”

ฮาจิเมะผุดลุกขึ้นมาตะครุบปากเขาโดยฉับพลัน ผิวสีแทนขึ้นสีแดงจัดอย่างน่าดูชม ทั้งที่เคยทำเรื่องน่าอายมาแล้วสารพัดแต่กลับอายกับเรื่องแค่นี้ ถึงจะอารมณ์ไม่ดี แต่โทรุก็อดคิดไม่ได้ว่าช่างน่ารักเสียเหลือเกิน

“เฮ้ยเฮ้ยเฮ้ย! พอแล้ว ไม่ต้องพูดละเอียด”

“ถ้าอย่างนั้นก็อธิบายมา”

“ไม่เห็นจะจำเป็นต้องอธิบาย ฉันก็แค่…”

“ฮาจิเมะ” เขาขัด น้ำเสียงจริงจัง “ฉันก็แค่อยากทำให้นายมีความสุขบ้าง และทุกครั้งที่ฉันใช้ปาก ดูเหมือนนายจะไม่เคยพอใจเลย ฉันก็แค่อยากรู้ว่าฉันทำอะไรผิด” ท้ายประโยคเบาลง เขาตีหน้าสลด “เราก็คบกันมานานแล้ว หรือว่าฉันมันห่วยมาก…”

พอเห็นเขาเริ่มจะเข้าบทโศก ฮาจิเมะก็ถึงกับทำตัวไม่ถูก หนุ่มผมดำกะพริบตาปริบสองสามครั้ง เรียกสติตัวเองได้ก็ดึงเขาเข้ามากอด “ไม่ใช่ นายไม่ได้ห่วยหรอกนะ เออ…” กระแอมหนึ่งที ก่อนจะพูดต่อ “อันที่จริงก็ห่วยนิดนึง…”

“ฮาจิเมะ!”

“ก็บอกตามตรงไง!” ไม่พูดก็ว่า พูดก็ว่า นี่เขาชักจะเอาใจแฟนตัวเองไม่ถูกแล้วนะ เอ๊ะ หรือจริงๆ มันก็เป็นคนเอาใจยากอยู่แล้วหว่า “เวลานาย… ทำ น่ะ นายทำท่าเหมือนจะสำลักอยู่เรื่อย งกๆ เงิ่นๆ เหมือนขยับไม่ได้แต่ก็ดึงดัน ฉันว่าสักวันนายจะสำลักน้ำลายตัวเองตาย”

“ตายคาไอ้นั่นของอิวะจังฉันก็ยอ–”

โทรุ

เขาปิดปากฉับ เป็นอันรู้กันว่าเมื่อไรก็ตามที่พวกเขาเรียกชื่อต้นของกันและกัน นั่นหมายความว่าฝ่ายที่เรียกกำลังต้องการความจริงจัง

“ฉันคิดว่า…” ฮาจิเมะพูดขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เห็นแล้วว่าโทรุกำลังตั้งใจฟังเขาอยู่ “อาจเป็นที่ลิ้นของนาย”

“ลิ้น?”

“พูดให้ถูกก็คือโคนลิ้น” ไม่ว่าเปล่า ฮาจิเมะยังดึงริมฝีปากล่างเขาลงเพื่อมองหาสิ่งที่เขาต้องการ โทรุอ้าปากตามแรงดึงแต่โดยดี ดวงตาสีเขียวหรี่มองเพียงพักก็พบสิ่งที่กำลังมองหา “นั่นไง นายมีพังผืดใต้ลิ้น แต่ไม่เยอะนักหรอก”

ฮาจิเมะอาจเป็นนักศึกษาคณะแพทย์จึงรู้เรื่องพวกนี้ แต่โทรุที่เป็นเพียงนักศึกษาคณะวิศวกรรมนั้นไม่เข้าใจสิ่งที่แฟนหนุ่มของเขาต้องการจะบอกสักนิด “แล้วมัน… ทำไมเหรอ”

“มันทำให้นายขยับลิ้นได้น้อยกว่าคนอื่น เวลา เอ่อ…” ฮาจิเมะกระแอมอีกครั้ง เป็นอาการบ่งบอกว่าเขาคงรู้สึกกระดากอายที่ต้องพูดเรื่องนี้ออกมาไม่ใช่น้อย “… อม …หรือใช้ปาก มันเลยขยับไม่สะดวก” อธิบายจบแล้วเขาก็เลิกคิ้วหนึ่งข้าง มองหน้าเขาอย่างต้องการคำตอบรับหรือปฏิเสธสมมติฐานที่ตนตั้งไว้

“อ้อ…” โทรุตอบได้แค่นั้นเอง แต่เขาคุ้นๆ ว่าเหมือนมารดาจะเคยเล่าให้ฟังเหมือนกันแฮะว่าเขามีปัญหาอะไรประมาณนั้นตั้งแต่แรกเกิด

“นายมีมันมาตั้งแต่แรกนั่นแหละ” ฮาจิเมะพูดต่อราวกับอ่านใจได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

“แล้ว… ฉันควรจะทำยังไง ผ่าตัดเหรอ”

“จะบ้าเหรอ ผ่าตัดเพราะเรื่องนี้น่ะนะ” ฮาจิเมะแทบจะเอาขาก่ายหน้าผาก เขาไม่ยอมให้โทรุทำแน่ “มันไม่ได้เป็นเยอะขนาดนั้น ไม่งั้นนายโดนจับตัดพังผืดไปตั้งแต่เด็กแล้ว”

“แต่ฉันอยากรักษานี่นา”

โทรุเริ่มจะดื้อดึงแล้ว แต่ใช่ว่าฮาจิเมะไม่เข้าใจ… ไม่ได้เข้าใจทั้งหมดหรอก แต่ก็พอจะเข้าใจอยู่บ้าง “ถึงนายใช้ปากไม่ได้ก็ใช้มือได้น่า”

“ก็ฉันอยากใช้ปาก!”

จะดื้อไปถึงไหนกัน! บางครั้งฮาจิเมะก็อยากจะบีบคอแฟนตัวเองเสียเหลือเกิน “ถ้าอย่างนั้นก็…” เขายกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วของเขาที่ขมวดแน่นจนเป็นปม “ฝึก มันไม่ได้เป็นมาก หลักการก็แค่ฝึกใหม่ เหมือนตอนนายเป็นเด็กก็แค่กระตุ้นให้นายดูดนม นี่ก็…”

“กระตุ้นให้ดูดอิะจั–”

ฮาจิเมะตบปากคนหน้าไม่อายที่กำลังจะพูดประโยคสุดหน้าอายออกมาหน้าตาเฉยเต็มแรง “เออ… ก็ประมาณนั้น”

โทรุลูบปากตัวเองป้อยๆ ถึงในใจจะกรีดร้องว่าเจ็บ แต่ใบหน้ากลับแสดงออกซึ่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ และก่อนที่ฮาจิเมะจะทันได้ตั้งตัว เขาก็กดอีกฝ่ายลงไปนอนแนบกับพื้นเตียงอย่างง่ายดาย

“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอความร่วมมือฮาจิเมะ… ให้ฉันฝึกบ่อยๆ ล่ะนะ”

อิวะอิสึมิ ฮาจิเมะเพิ่งตระหนักตอนนั้นเองว่าเขาคงพลาดเปิดช่องให้โออิคาวะ โทรุไปเสียแล้ว แต่ช่างเถอะ… ใช่ว่าเขาไม่ชอบเสียหน่อย

“ตามสบาย แต่ถ้านายเผลอกัดฉัน ฉันจะฆ่านาย”

“อิวะจังคนป่าเถื่อน!”

.

.

END


A/N:

อย่าพูดอะไรกับเรื่องนี้เลยจะดีกว่าค่ะ– /ปิดหน้าอาย

อนึ่ง ข้อมูลทางการแพทย์ในเรื่องนี้เขียนโดยอิงจากมูลความจริง แต่มีการปรับเสริมเติมแต่งเพื่ออรรถรสของฟิคชั่นนะคะ

Advertisements

One thought on “[HQ!!] Tongue-tie and it’s inevitable consequences

  1. เป็นลมตายกับความน่ารักของอิวะจังงงงง อว่ากกกกก
    ชอบที่เป็นอิวะโออิ แต่ก็ยังเป็นอะอุนที่ไม่แตกต่างจากโออิอิวะเลยมากๆ

    แล้วก็เป็นปัญหาชีวิตที่สมเป็นสองคนนี้ด้วยค่ะ5555555
    อิวะจังหล่อแต่ก็น่ารักเหลือเกิน ฮืออออ ขอบคุณสำหรับฟิกน่ารักๆค่ะ!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s