[XMFC] The Mastermind behind Those Eyes

The Mastermind behind Those Eyes
‘weapon’ for @marvel_weekly. xmfc. cherik, implied one-sided raven->charles. pg. romance, angst.

 

 

– 1 –

 

อาวุธของเขา คือ พลังจิต

ดูเหมือนว่านั่นจะเป็นความสามารถที่มีคนเพียงไม่กี่คนล่วงรู้ ถึงแม้ชาร์ลส์ ฟรานซิส เซเวียร์จะไม่ได้มีท่าทีต้องการปิดบังเป็นความลับ เขาสามารถใช้มันได้ทุกครั้งที่ต้องการ (แม้กระทั่งในการทำเรื่องไร้สาระอย่างการจีบสาว) และพร้อมเปิดเผยความสามารถดังกล่าวได้เสมอเมื่อมีคนเอ่ยถาม แต่ก็ใช่ว่าเขาจะเที่ยวป่าวประกาศให้ใครต่อใครฟังโดยใช่เหตุ

แน่ล่ะ ในเมื่อพวกเขาเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ กลุ่มคนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในเงามืด อาศัยอยู่ภายใต้ความหวาดกลัวต่อสายตาของมนุษย์ปกติ เรื่องความสามารถนี้ย่อมไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาพูดเล่นเหมือนเรื่องดินฟ้าอากาศได้อยู่แล้ว

เอริค เลห์นเชอร์อาจไม่ใช่คนประเภทนั้น เขาภูมิใจที่จะแสดงพลังของตนให้โลกรู้ แต่ใช่ว่าเขาจะไม่เข้าใจ

นอกจากเหตุผลเรื่องความเป็นมนุษย์กลายพันธุ์แล้ว ยังมีอีกหลายเหตุผลที่เขาพอจะนึกออก

อาจเป็นเพราะ พลังจิตที่ว่านั้นมีความเป็นนามธรรมมากเกินจะอธิบายด้วยคำพูด

หรืออาจเป็นเพราะ ถึงจะอธิบายเป็นคำพูดได้ แต่พลังที่ว่านั้นน่าหวาดกลัวเกินกว่าจะปล่อยให้ผู้อื่นล่วงรู้ ทั้งพลังอ่านใจ สื่อสารทางจิต ควบคุมจิตใจ ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นความสามารถที่ก้าวข้ามเขตแดนสิทธิเสรีภาพในตัวมนุษย์ทั้งสิ้น

คนอย่างชาร์ลส์ต้องไม่ชอบใจความหวาดกลัวนั้นแน่ แต่เอริคกลับเห็นว่าสมควรแล้วที่พวกเขาจะหวาดกลัว และสำนึกในความไร้ความสามารถของตนเอง

พลังจิตของชาร์ลส์ คือ อาวุธอันร้ายกาจ อาวุธที่สามารถพลิกทำลายโลกได้ในชั่วพริบตา หากเจ้าของปรารถนาจะทำเช่นนั้น

แต่ ชาร์ลส์ เซเวียร์ ย่อมเป็น ชาร์ลส์ เซเวียร์ และเมื่อพลังจิตที่ว่าอยู่ในมือของมนุษย์กลายพันธุ์ผู้รักมนุษย์ปกติอย่างเขาแล้ว มันจึงไม่มีวันกลายเป็นอาวุธเพชฌฆาตโดยแน่แท้

ชาร์ลส์ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงใครหรืออะไรในโลกด้วยพลังของเขา

แม้ในช่วงเวลาที่เอริคโดนโทสะครอบงำ ใช้พลังทุกหยาดหยดที่ตนมีอยู่ในตัวเพื่อหยุดยั้งเซบาสเตียน ชอว์ และกำลังจะปล่อยให้ตนเองจมลงสู่ก้นบึ้งมหาสมุทรไปตลอดกาล ชาร์ลส์ก็ไม่ได้ใช้พลังของตนมากไปกว่าการสื่อสารในน้ำกับเขา

สองแขนคู่นั้นโอบรัดเอริคแน่น

ข้อความส่งตรงทางจิตบอกให้เขา “หยุด!”

“นายกำลังจะตาย” ประโยคนั้นเปี่ยมไปด้วยความเป็นห่วง

…และน้ำเสียงต่อมาช่างอ้อนวอน “ขอร้อง”

 

 

เอริคจึงยอมปล่อยมือจากเรือดำน้ำที่แล่นออกไปไกลทุกทีในที่สุด

 

 

นั่นคือครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสกับพลังของชาร์ลส์ ฟรานซิส เซเวียร์

และเข้าใจว่าเขาอาจสามารถเปลี่ยนโลกได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้พลังบังคับความคิดใคร

 

 

 

– 2 –

 

อาวุธของเขา คือ สติปัญญา

ด้วยดีกรีศาสตราจารย์ด้านพันธุศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งสหราชอาณาจักรอย่างอ๊อกซฟอร์ด ประกอบกับผลงานวิทยานิพนธ์อันเป็นที่เลื่องลือ ความฉลาดหลักแหลมของเขาจึงไม่ใช่ประเด็นที่ต้องโต้เถียงแต่อย่างใด ถึงแม้บางครั้งเอริคจะอดคิดไม่ได้ว่า สติปัญญาในตำรากับความเฉลียวนอกตำรานั้นคงไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะมีควบคู่ไปด้วยกันเสมอ

แต่เอริคไม่ปฏิเสธหรอกว่า เขายอมรับและนับถือในความคิดของอีกฝ่ายไม่ใช่น้อย ถึงแม้พวกเขาจะมีความคิดเห็นไม่ตรงกันอยู่หลายครั้งหลายคราก็ตาม

และสิ่งหนึ่งที่แสดงถึงสติปัญญาของชาร์ลส์ คือ เกมหมากรุก

เขาชอบช่วงเวลาที่ได้เล่นหมากรุกกับชาร์ลส์ มีไม่กี่คนนักที่ทำให้เขาเล่นได้โดยไม่รู้สึกเบื่อหน่าย และพร้อมจะเล่นนัดใหม่ได้เสมอเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขอแก้มือ การเล่นของพวกเขาเป็นการชิงไหวชิงพริบ ไม่เคยมีใครชนะตลอดกาล พวกเขาผลัดกันแพ้ ผลัดกันพลาด ราวกับว่าสามารถหากลเม็ดใหม่ๆ มาจับจุดอ่อนกันได้เสมอ

ขณะนี้เป็นช่วงพลบค่ำ แสงอาทิตย์ยามตะวันตกดินจากเบื้องนอกลอดผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาภายในห้องพักเล็กแคบราวรูหนู ตกกระทบชุดกระดานหมากรุกไม้ขนาดพกพา สีส้มอ่อนผสานไปกับงานไม้ช่างดูสวยงาม ถึงกระนั้นก็มิอาจดึงความสนใจของพวกเขาไปได้

ชาร์ลส์ละมือที่กุมคางตนออก ขยับเบี้ยสีขาวเดินไปข้างหน้าสองช่อง และนั่นคือก้าวแรกของเขา

“น่าเสียดาย” หนุ่มอังกฤษทิ้งตัวลงพิงเก้าอี้ เลื่อนมือมาประสานกันบนตัก รอให้เอริคดำเนินเกมต่อ “ฉันคิดว่าเขาน่าจะเข้ากับพวกเราได้”

เอริคเลิกคิ้วหนึ่งข้าง ทว่าไม่เสียเวลาเหลือบตาขึ้นมองคนพูด เขารู้ดีว่าชาร์ลส์กำลังพูดถึงใคร “นายคิดว่าเราจะเข้ากันได้ หลังจากที่เขาบอกให้ฉันกับนายไปตายซะ?”

เสียงหัวเราะดังเป็นคำตอบ “ทุกคนมีประโยคเด็ดประจำตัว นั่นอาจเป็นประโยคติดปากของโลแกนก็ได้”

“แล้วของนาย?”

“เร้าใจ กลายพันธุ์ อะไรประมาณนั้น”

มุมปากของเอริคขยับวางตัวเป็นรอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ขยับตัวม้าไม้สีดำเดินอย่างเชื่องช้าและอ้อยอิ่ง “ตานายแล้ว ศาสตราจารย์”

 

 

เกมหมากรุกของเขากับชาร์ลส์ไม่เคยน่าเบื่อ ไม่ว่าจะเป็นโดยตัวเกมเอง หรือบทสนทนาระหว่างเกม

และนั่นทำให้เขาชอบช่วงเวลาแบบนี้

 

 

แต่เหนืออื่นใด… เขาชอบช่วงเวลาที่ได้นั่งจากฝั่งตรงข้าม และเฝ้ามองใบหน้านั้นเนิ่นนานตราบที่เขาต้องการ

 

 

 

– 3 –

 

อาวุธของเขา คือ ดวงตา

นัยน์ตาสีไพลินกระจ่าง สะท้อนทุกภาพได้ละเอียดลออราวกับมองผ่านมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล สว่างสดใสยิ่งกว่าดวงตาคู่ไหนที่เขาเคยพบเจอ ดูไร้เดียงสาและบริสุทธิ์ ถึงแม้เอริคจะรู้ดีว่าโดยเนื้อแท้แล้ว ชาร์ลส์ เซเวียร์ไม่ได้ใกล้เคียงกับคำกล่าวนั้นสักเท่าไรนัก

ถึงกระนั้น ความจริงที่ว่าดวงตาของเขามักจะสะกดให้เอริคต้องอยู่ในมนต์ก็เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้

…มนต์ที่สะกดให้เขาหลงคิดว่าคนตรงหน้าเป็นเพียงคนธรรมดา อ่อนเดียงสาอย่างที่ดวงตาของเขาสื่อออกมา พวกเขาเป็นเพียงเพื่อนที่บังเอิญพบพานกันในสวนสาธารณะ รู้จักกันด้วยหมากรุกหนึ่งตาที่ทำให้เขาไม่มีวันลืมชาร์ลส์ ฟรานซิส เซเวียร์ …ไม่ใช่สหายที่เผอิญพบกันขณะที่เอริคกำลังตามล่าเซบาสเตียน ชอว์

เอริครู้ดีว่านั่นไม่ใช่ความจริง

ยามนี้ ดวงตาคู่นั้นกำลังหลุบลงต่ำ หลบซ่อนเศษเสี้ยวของมันจากสายตาของเขา ดวงแก้วสีไพลินกลอกไปซ้ายทีขวาที ด้วยเจ้าของกำลังครุ่นคิด พิจารณากระดานหมากรุกตรงหน้า หาหนทางที่ดีที่สุดในการปิดเกม – หนทางที่จะทำให้ชาร์ลส์เป็นผู้ชนะ

เอริคนั่งนิ่ง มองตามทิศทางที่ชาร์ลส์มอง พยายามคาดเดาว่าคนตรงหน้ากำลังวางแผนอะไรอยู่ ควีนขาวถูกส่งไปนอนอยู่ข้างสนามแล้ว แต่นอกเหนือจากนั้น ตัวหมากของพวกเขายังคงเหลืออยู่ในจำนวนใกล้เคียงกัน

เมื่อรู้ตัวอีกที เขาพบว่าเขากำลังจับจ้องดวงตาของชาร์ลส์ ไม่ใช่หมากบนกระดาน

และเมื่อเลื่อนต่ำลงไป เขาพบว่าชาร์ลส์กำลังเลียริมฝีปากของตนอยู่

…อา เขาลืมไปได้อย่างไร นี่ก็เป็นอาวุธอีกชิ้นหนึ่งของชาร์ลส์ – ริมฝีปากสีแดงราวกับลูกเชอรี่นั่น

“เอริค”

สำเนียงอังกฤษที่เขาเริ่มเคยคุ้นฉุดให้เขาหลุดออกจากภวังค์ เอริคมองกลับไปตรงดวงตาของชาร์ลส์ เขาเห็นประกายวาววับราวกับเด็กพบสิ่งที่ถูกใจ ในมือของชาร์ลส์มีบิชอปขาว

และมันกำลังจะพุ่งตรงไปข้างคิงดำของเขา

เอริครู้ได้ทันทีว่าเขาแพ้แล้ว

“รุกฆาต”

ผู้แพ้ในเกมนัดนี้ไม่ได้ว่าอะไร เขาเพียงแต่ยกสองมือขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้ หัวเราะเสียงเบากับผู้ชนะที่เริ่มเก็บตัวหมากเข้าที่ พลางฮัมเพลงสบายอารมณ์

 

 

ชาร์ลส์คงไม่ทันรู้ตัว ว่าเขาได้ใช้อาวุธอีกชิ้นหนึ่งนอกจากสติปัญญาในการปิดเกมนี้

 

…หมดเวลาของการมองเสียแล้วสิ

 

 

 

– 4 –

 

อาวุธของเขา คือ หัวใจ

หัวใจอันบริสุทธิ์ หัวใจอันซื่อตรง อัดแน่นไปด้วยความสงสัยใคร่รู้อย่างนักวิทยาศาสตร์ และเติมเต็มด้วยความยุติธรรมอย่างยากจะหาใครเทียบเทียม รักและศรัทธาในสันติภาพ เชื่อด้วยความสัตย์จริงว่ามนุษย์กลายพันธุ์สามารถหาหนทางอยู่ร่วมกับมนุษย์ทั่วไปได้โดยไม่มีข้อขัดแย้ง

เชื่อในความดีงามของทุกชีวิต แม้กระทั่งในตัวเอริค เลห์นเชอร์ คนที่สามารถปลิดชีวิตใครก็ตามที่เข้ามาขวางทางแก้แค้นเซบาสเตียน ชอว์โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาคิดทบทวน

เชื่อในความหวัง เชื่อในโอกาส พร้อมจะหยิบยื่นโอกาสและพื้นที่ให้กับทุกคนที่เขารู้จัก ยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือใครก็ตามที่ตกอยู่ในความยากลำบากและโดนทอดทิ้ง …ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือมนุษย์กลายพันธุ์

เชื่อ… จนบางครั้งเหมือนคนโง่งม

ถึงกระนั้น หลายคนก็ยังตกหลุมรักเขาผู้ที่ยึดมั่นในความเชื่อนั้น

ชาร์ลส์เป็นเหมือนแสงสว่าง เป็นเหมือนความหวัง และเขาพร้อมจะเผื่อแผ่ความหวังนั้นให้ทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต จึงมีคนจำนวนมากติดอยู่ในวงล้อมของเขา เสมือนว่าชาร์ลส์นั้นคือแม่เหล็กที่ดึงดูดให้ทุกคนเข้าใกล้

เมื่อมีคนมากมายผ่านเข้ามาในชีวิต จึงเป็นเรื่องยากที่จะคงความสัมพันธ์กับทุกคนได้เหมือนเดิม

เอริคสังเกตเห็นสายตาของเรเวน สายตาที่เธอมองชาร์ลส์นั้นอัดแน่นไปด้วยความรู้สึก ราวกับว่าพ่อหนุ่มพลังจิตคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเธอ ดังนั้นเขาจึงเห็นความปวดร้าวที่แฝงไว้ภายใน เมื่อเขาเริ่มห่างจากเธอไปเรื่อยๆ

สำหรับชาร์ลส์ ไม่ว่าจะเมื่อไร เรเวนยังคงเป็นเหมือนน้องสาว… เป็นได้เพียงน้องสาวในสายตาของเขา

เขาสังเกตเห็น สัมผัสได้ จึงใช้โอกาสนั้นในการเข้าหาเรเวน

ดูเหมือนว่าเขากับเธอจะมีสิ่งที่เหมือนกันอยู่บ้าง

 

 

…นั่นคือหัวใจที่โดนหัวใจอันบริสุทธิ์ทำร้าย โดยที่ชาร์ลส์ไม่ทันรู้ตัว

 

 

ในเมื่อหัวใจของเขามีพื้นที่พร้อมหยิบยื่นให้ทุกคน

ไฉนเลยจึงลืมเลือนจะรักษาใจคนข้างตัวเช่นนี้

 

 

– 5 –

 

อาวุธของเขา คือ… น้ำตา

…สิ่งที่เอริคไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็นจากแก้วตาสีน้ำเงินคู่นั้น

และยิ่งไม่เคยคาดคิดว่าที่มาของน้ำตา จะมาจากตัวเขาเอง

 

 

รอบด้านพวกเขาเป็นหาดทราย ระเกะระกะด้วยซากปรักหักพังของต้นไม้และเรือดำน้ำ ห่างออกไปไม่ไกลมีกองเรือรบของสองชาติ ที่มาของมิสไซล์ชุดใหญ่ที่หวังมุ่งประหัตประหารพวกเขาเมื่อครู่นี้

สิ่งเหล่านั้นไม่สำคัญต่อเอริคเท่ากับชาร์ลส์ที่กำลังบาดเจ็บอยู่เลยแม้แต่น้อย

“นี่คือสิ่งที่พวกมันต้องการ” เสียงของเขาสั่นพร่า แม้แต่เอริคเองยังประหลาดใจกับเสียงที่ออกมาจากปากของตน… ราบกับว่าไม่ใช่เสียงของเขาเอง “พวกเราแยกฝั่งฝ่าย ห้ำหั่นกันเอง พวกมันต้องการแบบนั้น ฉันเตือนนายแล้ว ชาร์ลส์”

คนในอ้อมแขนของเขาเม้มริมฝีปาก กลั้นเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดที่แล่นร้าวมาจากตำแหน่งที่กระสุนฝังลึก

“พวกเรา – ทุกคน– ควรอยู่ด้วยกัน ปกป้องกันและกัน” เขายังคงพูด ระบายความรู้สึกจากก้นบึ้งหัวใจที่ไม่เคยเปิดเผยให้ใครฟัง “…ฉันต้องการให้นายอยู่ข้างฉัน”

นั่นคือความปรารถนาเหนืออื่นใด

“ฉันรู้ว่าพวกเราต้องการเหมือนกัน”

…อยู่ข้างกันเหมือนช่วงเวลาที่ผ่านมา

ทว่า ชาร์ลส์กลับยิ้ม หัวเราะเสียงแผ่วอย่างอ่อนแรงและสิ้นหวัง (เป็นคำที่ดูไม่เข้ากับเขาเลยแม้แต่น้อย) “ไม่… เพื่อนรัก…” เขาเค้นเสียงผ่านริมฝีปาก “ฉันขอโทษ แต่…ไม่ใช่พวกเรา

น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากดวงแก้วสีฟ้าสว่างใส

คล้ายกับเวลาหยุดนิ่ง เอริคได้แต่นั่งอยู่ตรงนั้น โอบประคองชาร์ลส์เอาไว้ …น่าแปลก ทั้งที่น้ำหนักของชาร์ลส์ยังคงย้ำชัดอยู่บนลำแขนของเขา แต่เอริคกลับรู้สึกราวกับว่าคนตรงหน้าไม่มีตัวตนอยู่ในชีวิตของเขาอีกต่อไป

 

 

และนั่นคืออาวุธที่ร้ายแรงที่สุด

อาวุธที่ปลิดชีพ ‘เอริค เลห์นเชอร์’ ลงในชั่วพริบตา

 

 

เขาปล่อยมือ

ทิ้งชาร์ลส์ ฟรานซิส เซเวียร์ไว้เบื้องหลัง

เช่นเดียวกับปล่อยตัวตนของเอริค เลห์นเชอร์ไว้บนหาดนั้น… ตลอดกาล

 

 

 

END

 


 

 

A/N:

สวัสดีค่ะ นี่เป็นฟิคเชริคเรื่องแรกที่เขียนล่ะ /// จริงๆ แล้วก็เป็นฟิคเรื่องแรกที่เราเขียนจบหลังจากไม่ได้เขียนมานานหลายปีแล้วด้วย (ถ้าไม่นับฟิคคอมมู… นี่เราไม่ได้เขียนแฟนฟิคอะไรทั้งสิ้นมาตั้งสี่ปีเลยล่ะค่ะ 555) ตอนแรกเล็งจะลงเอ็กทีนที่เดิม แต่หลังจากเข้าไปเจอ 502 หลายครั้ง เลยตัดสินใจปัดฝุ่นที่นี่แล้วเอามาลงเสียเลย

ช่วงนี้กำลังพีคคู่นี้มากเลยค่ะ หลังจากได้ดู dofp ก็บ้าคลั่งมาตลอด u v u),, เล็งว่าสักวันจะต้องเขียนให้ได้มาพักใหญ่ จนได้เจอ marvel daily (ที่ตอนนี้เป็น weekly แล้ว) ก็ตั้งใจว่าจะต้องเขียนให้ได้เลยนะ แต่ก็เพิ่งจะได้มาเขียนเอาตอนนี้นี่ล่ะ

พูดถึงฟิคเรื่องนี้ เราเขียนโดยความเชื่อที่ว่า คนที่ตกหลุมรักก่อนน่าจะเป็นเอริค เพราะเขาเป็นคนที่ยืนหยัดอยากให้อยู่ด้วยกันมากๆ (ฮา) แต่ความรู้สึกของเอริคคงเปราะบางและไม่มั่นคง เหมือนกับความรู้สึกอื่นๆ ของเขาแหละค่ะ ขณะที่ชาร์ลส์อาจจะเป็นฝ่ายตกหลุมรักทีหลัง แต่ความรู้สึกของเขารุนแรงมาก ดังที่จะเห็นได้จากอาการอกหักรุนแรงของเขาใน dofp …เอ๊ะ อะไรนะคะ ไม่ใช่เหรอ ถถถ

ยังไงก็ ถ้ามีใครหลงเข้ามาอ่าน ก็ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ u v u),, ทิ้งคอมเมนท์ติชมไว้ได้ทั้งนันเลยค่ะ!

ปล บ้าจริง…จัดฟอร์แมตย่อหน้าไม่ได้ค่ะ5555 ฮือ ขอเวลาศึกษาก่อนนะคะ y u y),,

Advertisements

3 thoughts on “[XMFC] The Mastermind behind Those Eyes

  1. เพิ่งค้นฟิคเรื่องนี้เจอ บรรยายเก่งมากเลยค่ะ ดูเป็นชาร์ลส์แล้วก็ดูเป็นเอริคมากอ่ะ ชอบค่ะ!!

  2. มาจับคนเขียนจูบซักพันรอบ ㅠㅠㅠㅠ
    มันดูเหมือนจะไม่เศร้า แต่สามารถบอกทุกอย่างของมิสเตอร์เลนชเอร์ได้อย่างดีเลย
    ชอบภาษาทีาบรรยายมากมากมากมาก
    แล้วที่ชอบที่สุด แน่นอนต้องไม่พ้นอาวุธสุดท้ายของชาร์ลส์
    คิดถึงฉากบนหาดทีไร น้ำตาจะไหลตลอด
    ทิ้งทั้งชาร์ลส์และตัวเองไว้ข้างหลังนั้คือเรื่องจริง
    ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ

  3. วู้ฮู้
    ไรเตอร์บรรยายได้ดีมากเลยค่ะ สื่อความคิดของตัวละครได้ดีมากเลยย
    ชอบตอนที่ไรเตอร์บรรยายตอนตาของชาร์ลส์จังเลยค่ะ ตาสีเบบี้บลูนั่นน กระชากใจแฟนเกิร์ลมานักต่อนักละ5555555 ไม่แปลกที่อิริคจะมองไม่วางตา
    ตอนชายหาดนั่น เป็นฉากสะเทือนใจอย่างแท้จริงค่ะ ดูแล้วแอบน้ำตาซึม
    เห็นด้วยกับไรเตอร์นะคะว่าน่าจะเป็นอิริคที่เริ่มรักอีกฝ่ายก่อน แต่ที่จริงอิริคก็คงจะเจ็บปวดไม่แพ้ชาร์ลส์ เพราะยังแอบมีตัดพ้อตอนท้ายของ xmfc (ฮา)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s